The Old guard 2020 (Netfilx)

Netflix มีหนังบู๊ไม่ย้อมแมวเป็นของตัวเองบ้างแล้ว

หลังจากหลังๆมานี่ชอบเอาทีมงานเบอร์ใหญ่มาทำหนังต้มกู เช่น Extraction กับ 6 Underground เป็นต้น และมันเกิดขึ้นด้วยน้ำมือผู้กำกับหญิง ในขณะที่พวกผู้กำกับชาย สนใจแต่หำตัวเอง แต่ผู้กำกับ จีน่า ปรินซ์-บีทวู้ด นำพาหนังตัวละครทอมๆ เกย์ๆ มานำเสนอได้เท่ มีรสนิยม โดยไม่ต้องแหกปากร้องบอกว่านี่

คือหนัง LGBTQ+ แม้กระทั่งนางเอกแท้ๆหนังยังไม่ได้บอกชัดเจนเลยว่าเธอควรจะมาเพื่อทำให้ชายหรือหญิงน้ำเดินกันแน่ รู้แค่ว่าตัวละคร”แอนดี้”ตัวนี้แม่งมีความหลากหลายทางเพศแบบที่เราไม่ต้องฟันธงเลยว่าเธอเป็นเพศไหน ดูหนังสด เหมือนกับว่าบางศตวรรษก็เป็นหญิง บางศตวรรษก็มีสาวข้างกาย เหมือนเปลี่ยนไปเรื่อยแบบเป็นวิวัฒนาการ ไม่ใช่เหมือนเป็นปมด้อยหรือจุดบกพร่องทางเพศแต่อย่างใด นี่แหละคือความเนียนของการเล่นประเด็น LGBTQ+ ชาร์ลิซ เธอรอน ตีไปสะบัดบ๊อบสั้นไปได้อารมณ์มาก มีไม่กี่คนในโลกนี้หรอกที่ทำให้ทั้งชายทั้งหญิงเงี่ยนใส่ได้ หนังเล่นสนุกกับการมีชีวิตอมตะได้ดี มีกล่าวอ้างในหลายๆยุคว่าพวกเขาทำอะไรในยุคไหนมามั่ง ไม่ได้อมตะแบบแค่ฆ่าไม่ตาย แผลหายเอง ฟื้นจากความตายเท่ๆแบบวูล์ฟเวอรีน แต่พูดถึงการทนทุกข์ทรมานกับความเป็นอมตะ ความโดดเดี่ยว และความเศร้าที่จะต้องเห็นคนรักเห็นครอบครัวตายจากไปรุ่นแล้วรุ่นเล่า แม้จะไม่ได้ลึกซึ้งถึงขนาดดูเอาเป็นปรัชญาอะไร แต่ก็ไม่ได้กลวงเป็นหนังบู๊ตีกันฆ่ากันไปวันๆ ชอบตรงที่ตัวละครตัวหนึ่งถามว่า”แล้วพวกคุณอยู่ฝั่งดีหรือร้าย”

ดูหนังสด

พวกแม่งก็ยอมรับหน้าซื่อๆเลยว่า ” มันก็แล้วแต่ยุคแหละ ” เออแม่งเท่สัส

เชื่อว่าหากขยายเป็นซีรี่ส์ไปเลยแล้วเจาะลึกว่ายุคนี้นางเอกทำอะไรช่วยใครไว้ได้บ้างในประวัติศาสตร์ เล่าเป็น ep.ไปเลยน่าจะเป็นอะไรที่บันเทิงกว่านี้แน่นอน เพราะสมาชิกแก๊งทุกคนล้วนมีปูมหลังที่น่าสนุกหมดเลย ชอบมากกับการให้คู่รักเกย์ด่าพวกผู้ร้ายที่เอาปืนจ่ออยู่ว่า”อย่ามาบอกว่ากูเป็นแฟนกันนะ พวกกูลึกซึ้งกันกว่านั้น บลาๆๆ”

นี่คือการบอกรักที่ทรงพลัง งดงาม และเท่ที่สุดแล้วซีนหนึ่งในโลกภาพยนตร์ ทั้งลั่นทั้งซึ้ง 5555 ดนตรีประกอบเหมือนกำลังสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้ฉากสู้กันให้อารมณ์นางแบบเดินบนแคทวอล์ค คือใช้ดนตรีแนวหนึบๆเซ็กซี่ๆแทนที่จะใช้ซาวด์ร็อคๆ เร้าๆ ดูหนังผ่านเน็ต กระหน่ำอัดสกอร์อลังการแบบ ฮาน ซิมเมอร์ ก็เปลี่ยนมาเป็นสกอร์แบบเซ็กส์ๆ เท่ไปอีกแบบ ส่วนงานคิวบู๊อาจไม่มาแบบสเกลใหญ่เท่า John Wick แต่ก็ดูสนุก หลายๆฉาก ชาร์ลิซ เธอรอน เล่นเองได้พริ้วมาก กระทืบไปสะบัดบ๊อบไปเท่สัส ต้องขอบคุณย้อนหลังหนัง Æon Flux ที่ทีมงานให้เจ๊ไปฝึกศิลปะการต่อสู้ เพราะหลังจากนั้นมาเจ๊ก็บู๊ได้น่าดูมาตลอดแม้จะอยู่ในหนังห่วยๆก็ดูดีเรียกน้ำให้เดินได้ทั้งชายหญิง แล้วไม่ใช่ว่าจะมาบู๊มาเท่แค่นั้นนะ ในซีนที่ลูกน้องแซวเจ๊ก็ออกอาการขวยเขินได้มีสเน่ห์มาก มีช่วงหยุดพักฆ่ากันแล้วคุยกันเท่ๆทั้งเรื่อง คือยิงๆตีๆกันอยู่ก็มายืนคุยกัน แล้วก็กลับไปยิงต่อ ถ้าใครเกลียดก็เกลียดเลยจังหวะแบบนี้ แต่เรื่องนี้ประเด็นที่มันต้องหยุดคุยเสือกจำเป็นต้องคุยเดี๋ยวนั้นนี่สิ เลยรอดตัวไป

หนังมีภาคต่อแน่ๆ จริงๆทุ่มงบทำซีรี่ส์แม่งไปเลยจะดีมาก เพราะหนังแม่งน่าขยายต่อไปยาวๆจริงๆ หักไป 2 คะแนน เพราะตัวร้ายแม่งไม่ได้ทำให้เราคิดว่าแม่งจะสามารถทำอะไรแก๊งนางเอกได้เลย มันจึงดูกลวงๆโง่ๆเหมือนตัวร้ายหลายๆตัวในหนังฮีโร่นี่แหละ

งานต่อไปของ ยอนซังโฮ แห่ง Train to Busan

หนัง Mr. Vampire (1985) หรือ ผีกัดอย่ากัดตอบ คืองานสยองขวัญ-คอมเมดี้ ระดับมาสเตอร์พีชของฮ่องกงที่คนไทยรู้จักกันดี

ผู้กำกับ ยอน ซังโฮ แห่ง Train to Busan ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงเดินสายโปรโมทภาคต่ออย่าง Peninsula ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ช่วงระยะหลังๆเขาย้อนกลับไปศึกษาหนังผีดิบจากฮ่องกงเยอะมาก เพราะหนังแนวๆนี้เป็นที่นิยมของภูมิภาคเอเชียในยุค 80 และเขาได้ดูหนังแนวๆนี้เยอะมาก เช่น Mr. Vampire (1985)

และชื่นชอบเอามากๆทั้งในแง่ของความน่ากลัวรวมไปจนถึงในส่วนของความตลกขบขัน เขาจึงสนใจที่จะเขียนบทหนังที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Mr. Vampire (1985) โดยจะเป็นผีกัดเวอร์ชั่นเกาหลี แต่ยังไม่ฟันธงว่าเขาจะกำกับเอง และร่วมทุน ดูหนังสด กับชาติใดหรือเปล่า พูดถึงการย้อนกลับไปศึกษาความสำเร็จในอดีตของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในหลายๆประเทศนั้น ผู้กำกับเกาหลีหลายๆคนขึ้นชื่อมากในเรื่องของการเอาเรฟฯจากหนังชาติอื่นมาทำในสไตล์ตัวเอง โดยที่ไม่ได้ใช้การลอกเลียนแบบ แค่เป็นการเอาสิ่งที่เคยสำเร็จมาดัดๆในแบบของตน ยกตัวอย่างเช่น Ashfall (2019) นรกล้างเมือง หนังภัยพิบัติที่ดูแล้วอาจทำให้นึกถึงหนังฮอลลีวู้ดหลายๆเรื่องรวมกัน หนัง Parasite ที่คว้าออสก้าร์ก็แอบมีกลิ่นของ The Joneses หนังครอบครัวต้มตุ๋นปี 2009 หนัง Exit (2019) เกี่ยวกับหมอกก็มีกลิ่นของ The Mist บวกกับ Cliffhanger ผสมกับ Die hard หนัง Fabricated City ปี 2017 ก็แทบจะเป็นแก๊งดอมใน Fast ผสมกับหนังโลกไซเบอร์ฮอลลีวู้ดหลายๆเรื่อง

ดูหนังสด

เรียกได้ว่าอุตสาหกรรมหนังเกาหลี เขาศึกษาความสำเร็จ ที่ผ่านมาของชาติอื่นจริงจังมาก

ก่อนจะผลิตงานออกมา เวลาดูหนังเกาหลีดังๆเราจึงแอบได้กลิ่นจากเรื่องนั้นเรื่องที่ในหนังฝรั่งหนังจีนฮ่องกงในอดีตที่เราเคยดูผ่านๆตามาแล้ว “Train to Busan” เล่าถึงเรื่องราวสุดระทึกเมื่อ “ซอกวู” (กงยู) และลูกสาว “ซูอา” (คิมซูอัน) กำลังขึ้นขบวนรถไฟเคทีเอ็กซ์ที่จะพาทั้งสองเดินจากจากกรุงโซลไปยังเมืองปูซาน

เพื่อเยี่ยมภรรยาเก่าที่ไม่ได้พบกันมานาน แต่ทันทีที่รถไฟกำลังจะเคลื่อนออกจากชานชาลา กลับเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ผู้โดยสารทั้งขบวนต้องช็อก เมื่อสถานีรถไฟกลับถูกฝูงซอมบี้โจมตี คร่าชีวิตคนขับรถไฟและผู้โดยสาร เว็บสตรีมหนัง รถไฟเคทีเอ็กซ์มุ่งตรงไปยังปูซาน โดยไร้คนขับ ผู้โดยสารทั้งหมดต้องหาทางเอาชีวิตรอดจากฝูงซอมบี้ที่กำลังไล่ล่าพวกเขาอย่างไม่ลดละตลอด 90 นาที (453 กิโลเมตร) ของเส้นทางมุ่งหน้าสู่ปูซาน ภาพยนตร์ซอมบี้ฟอร์มยักษ์ของเกาหลีต้นฉบับความดุร้ายบ้าคลั่งโดย “ยอนซังโฮ” สุดยอดผู้กำกับรุ่นใหม่ที่น่าจับตามองที่สุดในขณะนี้ ซึ่งหนังได้กระแสตอบรับเป็นอย่างดีจาก “เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ 2016” และกวาดรับคำชมจากบรรดาคอหนังและนักวิจารณ์จากทั่วโลกมาแล้วอย่างล้นหลาม นำทีมโดยซุป’ตาร์ตัวพ่อ “กงยู” ที่รับบทคุณพ่อที่ต้องพาลูกสาวหนีซอมบี้คลั่ง ระบาดทั่วเมือง

พร้อมนักแสดงชื่อดังอีกมากมายที่มาร่วมลุยฝ่าฝูงซอมบี้เพื่อเอาชีวิตรอด ไม่ว่าจะเป็น “จองยูมิ” (Kim Ji-young Born 1982), “ชเววูซิค” (Parasite), “มาดงซอก” (Along with the Gods: The Last 49 Days) และ “อันโซฮี” (อดีตสมาชิกวงเกิร์ลกรุ๊ป Wonder Girls และ Welcome to Waikiki 2)

The Maid สาวลับใช้ (2020)

รวมๆ งงกับเซ็ตติ้งโลกของมึงมาก เปิดเรื่องมาเป็นหนังโกธิค แต่ภาพสว่างเหลืองเป็นหนังบู๊สหมงคลฟิล์มเลย

คือถ้าลดแสงทำภาพนัวร์ๆหน่อยหนังจะไม่ออกมาดูเป็น วงศ์คำเหลา ของน้าหม่ำแบบนี้ แล้วเกลียดชุดอยู่บ้านของพิงกี้มาก 5555 ถ้าไม่เหนือบ่ากว่าแรงน่าจะดูเรฟฯจากคุณนายรัญจวนใน เปนชู้กับผี ก็ได้ว่าตัวละครแนวนี้ ไม่จำเป็นต้องอยู่บ้านด้วยชุดเว่อร์วังขนาดนี้ ก็ดูสง่าน่าขนลุกได้ ผีลิงต้นเรื่องคือเอาลิงแสนรู้มาเล่น กูไม่ได้กลัวนะ

เราติดภาพว่าต้องเอ็นดูกับลิงแสนรู้พวกนี้มานานแล้ว พอผู้กำกับพยายามบิ๊ลท์ให้กลัวด้วยเทคนิคทางภาพและเสียง แต่สิ่งที่กูเห็นมันคือลิงดื้อๆตัวนึง แยกเขี้ยวแยกฟันทำละเล้น มันเลยดูตลก กูกลัวไม่ลง แล้วเหมือนแม่งมีดราม่า ดูหนังฟรี คนอังกฤษด่าคนไทยใช้แรงงานลิง ในช่วงนี้แล้วผู้กำกับตัดบทอีลิงห่านี่ออกไปเลย ไม่มีต่อ ไม่มีสะสางปมใดๆให้กูรู้ทั้งสิ้นว่าลิงเหี้ยนี่เกี่ยวยังไงกับเนื้อเรื่อง แล้วผีมึงเหมือนเก็บกด ออกแม่งกระหน่ำมาก บางซีนก็ดีขนลุกใช้ได้ แต่พอมีคลานผ่านแบบเร็วๆนี่จบเลย ผีหรือหมาอีสัส แต่กูคงอคติเกินไปแหละ เขาคงจงใจให้คลานๆมาหลอกบ้าง เพราะผีคนรับใช้ก็น่าจะหลอกคนด้วยท่าคลานถูพื้นนั่นแหละ ในขณะที่กำลังนั่งงงกับการเซ็ตอัพอันย้อนแย้งของหนังอยู่ว่าสรุปมึงอยู่ยุคไหนกันแน่ คำพูดคำจาของคนในบ้านกูนึกว่าตระกูลสว่างวงศ์ แต่พอการมาของนางเอก กูชักไม่แน่ใจว่าสรุปมึงอยู่กันยุคไหนนิ นางเอกแม่งวัยรุ่นจากหนังฮอร์โมนดีๆนี่แหละ คำพูดคำจาก็คนปัจจุบันเราๆนี่เอง แล้วอีบ้านนี้มันคือเหี้ยอะไร? เพราะปรกติต่อให้รวยและมีรสนิยมเรโทรสักแค่ไหนมึงก็น่าจะมีรถหรูอย่างเบ้นซ์ หรือมีข้าวของเครื่องใช้ทันสมัยในบ้านบ้าง ไม่ใช่พากันไปไหนมาไหนด้วยรถเก่าที่พร้อมจะเสียกลางทางได้ทุกเมื่อแบบนี้ เอ…หรือหนังกำลังสับขาหลอกแบบเหนือชั้นโดยการให้นางเอกหลุดเข้าไปในบ้านสมัยเก่า คนในบ้านนี้ต้องตายกันมานานเป็น 80 ปีแล้ว แต่ยังใช้ชีวิตกันปรกติไม่รู้ตัวว่าตายแน่ๆ โห….เหนือชั้นจริงๆ โนแลนยังยอม แต่ต้นเรื่องก็แล้ว กลางเรื่องก็แล้ว จวนเจียนจะจบก็แล้ว มึงไม่เคลียร์กูซักทีว่าเอาไงแน่ มีแต่จะทำไปเรื่อย เปลี่ยนแนว เปลี่ยนปมไปเป็นรถขายโอ่งเลยสัสเอ๊ย… หนังมี Easter egg ที่ทำให้กูถึงบางอ้อว่ามึงอยู่ยุคไหนกันก็เมื่อเพลง งัดถั่งงัด บรรเลงขึ้น อีเหี้ย!! เดี๋ยวๆๆ มึงกลับมาอธิบายให้กูเข้าใจก่อนว่าคนบ้านนี้มันคือเหี้ยอะไร ทำไมมันเรโทรกันได้ขนาดนี้ แม้แต่โทรศัพท์ในบ้านก็เป็นแบบโบราณ รวยขนาดนี้มึงสไลด์ไอโฟนไม่ง่ายกว่าเหรอ

ดูหนังฟรี

แล้วอีผีในหนังนี่คือหลอกไร้เหตุผลมาก มึงบอกน้องมันดีๆก็ได้ว่าอยากได้อะไร

อยากเปิดโปงเหี้ยอาราย… คนกันเองแท้ๆมึงหลอกเขาทำส้นตีนแม่มึงเหรออีผีไม่เอาพี่เอาน้อง ไม่เอาลูกเอาเต้า อยากโทรไปฟ้องพ่อฟ้องแม่แม่งจริงๆ แล้วคือตายโง่ไม่พอ ยังพากันโง่ตามๆกันทั้งบ้านอีก คือแม่งไม่ใช่การฆาตรกรรมเว้ย มึงลื่นหัวฟาดตายเอง ถ้าจะจงใจปล่อยให้ตายๆไปก็แค่ปิดประตูไว้

พออีคนใช้ตายแล้วค่อยแจ้งตำรวจ นี่คือมึงจงใจอำพรางศพราวกับว่าอีคุณนายเป็นคนลงมือฆ่าเอง เป็นกูแจ้งตำรวจง่ายกว่า ไม่ต้องจัดการศพเองด้วย ไม่ต้องเดือดร้อนกันไปยันคนรับใช้ด้วย และเชื่อได้เลยว่าผู้กำกับ ลี ทองคำ คนนี้เป็นแฟนหนัง พชร์ อานนท์ แน่นอน มันคือ หนังออนไลน์ หอแต๋วแตกฉบับตีความใหม่แน่ๆ เพราะการตายก็ตายคล้ายๆกันคือลื่นหัวฟาดในส้วมตาย ไหนจะคอสตูมเว่อร์วัง และการหลอกผีที่โคตรตลกนั่นอีก แล้วมีใส่ประเด็นหลากหลายทางเพศเข้ามาด้วย โอ๊ว….ติ่งเจ๊พชร์แน่ๆกูคอนเฟิร์ม มันคือการเอาจักรวาลเจ๊พชร์มาทำให้ขึงขังจริงจังขึ้น แต่พอดูจบแล้วกูคิดว่า สาวลับใช้ แม่งฮากว่า หอแต๋วแตก แน่นอน คอนเฟิร์ม!! พ่วงมากับการคาราวะจักรวาล บ้านผีปอบ ด้วย คือได้ป้าปอบหยิบ ณัฐนี สิทธิสมาน มาร่วมแสดง เปิดเรื่องมากูนี่ขนลุกเลยคร่า…บทป้าต้องมีอะไรแน่ๆโคตรคลาสสิค แต่กลายเป็นว่าป้ามีหน้าที่ไม่ต่างจากนกแก้วนกขุนทองที่พูดประโยคซ้ำๆว่า “อย่าสอดรู้สอดเห็น” ส่วนคนใช้อีกคนก็เอานักแสดงอย่าง อุ่นเรือน ราโชติ แห่ง บางรักซอย 9 มาเล่น ซึ่งพี่อุ่นเรือนนี่แกคล้ายๆ พี่เก๋ มณีรัตน์ (ภรรยาธงชัย ประสงค์สันติ)ที่มีบทบาทในจักรวาลบ้านผีปอบด้วยเหมือนกัน คือถ้าได้พี่เก๋ตัวจริงมาเล่นนี่จะเท่กว่านี้มาก ยังดีตรงที่ พลอย ศรนรินทร์ แสดงตอนท้ายได้ปลดปล่อยมาก ฉากงัดถั่งงัดคืออีกก้าวของเธอในฐานะนางเอกหนังผี แต่หนังที่ดีมันควรมีองค์ประกอบอื่นๆที่ดีด้วยมันจึงจะไปกันได้ แต่กลับกลายเป็นหนังมึงยังสับสนตัวเองอยู่เลยว่าเอาไง แล้วที่แบงเป็น Chapter นี่คือจะทำออกมาเป็นหลากแนวในเรื่องเดียวใช่มั้ย ก็พอเข้าใจได้ แต่ถ้ามือไม่ถึงจริงแบบผู้กำกับ Forgotten ของเกาหลีที่ขมวดรวมหนังหลายๆแนวหลอกล่อคนดูจนหัวปั่นได้นี่อย่าทำ มันจะออกมาดูสะเปะสะปะ ตลกแบบไม่ได้ตั้งใจอย่างที่เห็นนี่แหละ หนังทำให้รู้ว่าเวลาชีวิตมันมีค่ามากแค่ไหน ดูจบกูหันไปกอดขอโทษ ลูกขอโทษ แมวขอโทษต้นไม้ที่ใช้เวลากับความเปล่าประโยชน์ไปแบบเปล่าๆปลี้ๆ

แต่พอคิดว่าเอออย่างน้อย พลอย ศรนรินทร์ ที่มาพร้อมหน้าเหมือน จินตหรา สุขพัฒน์ กับเพลงงัดถั่งงัดที่เรียกเสียงอุทาน “อิเหี้ย!!” ตามด้วยเสียงหัวเราะของกูได้ ก็สบายใจขึ้นมานิดนึง เป็นที่มาของ 2 คะแนนนั่นเอง

โปรโมทหนังสมัยก่อน ใครเล่นเป็นใคร ยังไม่บอกเลย

อยากรู้ว่ายุคก่อนมีโซเชี่ยล เขาโปรโมทหนังกันมันส์ แค่ไหนให้กลับไปดูภาพโปรแกรมหนังในหนังสือพิมพ์เก่า

แล้วจะเห็นกลยุทธที่ต่างจากยุคนี้มาก ส่วนตัวแล้วเกิดทันแต่ยังเด็กมาก ก็ได้ฟังจากปากพี่ๆน้าๆที่ใช้ชีวิตวัยรุ่นกันในยุคนั้นเล่าให้ฟังนี่ีแหละ อย่างแรกเลยคือ ความร้อนฉ่าของ ชาติ กอบจิตติ เจ้าของบทประพันธ์ “พันธุ์หมาบ้า”ในยุคนั้นถึงขนาดถูกนำชื่อไปแปะบนหัวพระเอก พงษ์พัฒน์-อำพล อีกที ซึ่งยุคนี้น่ะเหรอ

ชื่อผู้แต่งแทบจะถูกใส่ไว้หลังโปสเตอร์ และเป็น ชาติ กอบจิตติ นี่แหละที่ทำให้ผู้คนรู้จักรางวัลซีไรท์กันในวงกว้าง ไม่ใช่แค่เฉพาะนักอ่าน นั่นเพราะบทประพันธ์ของแกถูกนำมาสร้างเป็นหนังที่ได้พระเอกที่ฮ็อตสุดๆในยุคนั้นมาเล่นถึงสองคน ดูหนังฟรี ก่อนหน้าที่จะมีการสร้างหนัง พันธุ์หมาบ้า พงษ์พัฒน์-อำพล เคยเจอกันมาแล้วใน ดีแตก ปี 2530 โดยพี่หนุ่ยจะรับบทคนดื้อๆหน่อย ในขณะที่พี่อ๊อฟจะรับบทพี่ชายที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เมื่อกลับมาซัดกันอีกใน พันธุ์หมาบ้า ค่ายหนังจึงใช้กลยุทธโปรโมทให้คนทั่วไปที่ไม่ได้ตามอ่านหนังสือหรืองานเบื้องหลังได้เดากันสนุกๆว่าใครจะรับบทเป็นใคร เพราะตัวละคร”อ๊อตโต”ในหนังสือเรื่องนี้เด่นและดื้อมาก ติดว่านติดยา ซึ่งบุคลิกของ อำพล ที่คนดูติดภาพมาจากหนัง ดีแตก จะเข้ากับบทอ๊อตโตมากกว่า ถ้าเป็นหนังยุคนี้คือบอกหมดว่าใครเล่นเป็นใคร เรื่องย่อนี่แทบจะบอกเนื้อหาหมดกันอยู่แล้ว

ดูหนังฟรี

หนัง พันธุ์หมาบ้า นั้นเพลงประกอบดังมาก ดังชนิดที่ว่าถ้าเทียบกับยุคหลัง ๆก็พวก โลกทั้งใบให้นายคนเดียว หรือจักรยานสีแดง อะไรพวกนี้

และการขายเทปเพลงหน้าโรงนี่คือวัฒนธรรมที่คุ้นชินกันดี ขายดีเป็นเทน้ำเทท่ากันเลยทีเดียว เพลงเจ็บเพื่อเข้าใจ ของ เป้ สีน้ำ ถือเป็นอีกหนึ่งเพลงประกอบหนังที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์หนังไทย โปสเตอร์หนังก็เป็นอีกสิ่งที่หากใครมีไปติดฝาผนังห้อง จะสามารถยืดอกภูมิใจได้เลย

ในยุคสมัยก่อนผู้คนบูชาดารานักร้องกันเอาเป็นเอาตาย การแจกโปสเตอร์ในรอบฉายเสาร์-อาทิตย์ นี่เรียกได้ว่าโรงแตก ใครจะไม่อยากได้วะ โปสเตอร์เรื่องนี้แม่งงดงามสัสๆ ยิ่งบางคนได้รับการเซ็นต์จากดาราที่แสดงในเรื่องนั้นด้วยล่ะก็…. และเสื้อก็เช่นกัน หนังถ่ายทอดสด สมัยนั้นไม่ใช่ว่าใครก็ทำเสื้อลายหนังได้เหมือนยุคนี้ การได้ครอบครองเสื้อหนังเรื่องนั้นๆหรือเสื้อวงดนตรีจึงถือเป็นอะไรที่ป๊อปปูล่ามากๆ ข้อดีของหนังสือคือ แม้เวลาจะผ่านไปเนิ่นนานแค่ไหน ตัวอักษรจะยังคงอยู่และถูกตีพิมพ์ซ้ำได้มากครั้งเท่าไหร่ก็ได้ แต่สำหรับหนังไทยบางเรื่องนั้นหาดูยากแล้ว นี่ขนาดไม่ใช่หนังยุค สมบัติ ยุคมิตร ชัยบัญชา ยังหาดูยากเลยทุกวันนี้ อย่าง พันธุ์หมาบ้า เรื่องนี้ยอมรับตามตรงว่าจำไม่ได้ว่าเคยดูในทีวีช่อง 7 หรืออะไรสักอย่างนี่แหละ นานจนจำไม่ได้แล้ว

แต่ในส่วนของหนังสือนั้นจะลึกและมีสีสันกว่ามากๆ เพราะเจาะตัวละครแทบทุกตัว อย่างไรก็ดียอมรับเลยว่ายุคนั้นหนังแม่งดังจริงๆเมื่อวัดจากประกายดวงตาตอนรุ่นพี่หลายๆท่านเล่าให้ฟัง

ชายผู้ใช้การเต้น K-pop ออกแบบการเคลื่อนไหว ของ K-zombies

เกาหลีนี่ถ้าคิดจะสร้างวัฒนธรรมอะไรแล้วคือเขาทำกันแบบสุดตีนจริงๆ

แถมมีการเชื่อมโยงกันเนียนๆ นี่คือพูดถึงหนังซอมบี้เกาหลี(K-Zombies) ที่หากเพ่งดูกันดีๆเหมือนเขาไม่อยากทำซ้ำรอยกับของฝั่งฮอลลีวู้ด แม้จะได้รับแรงบันดาลใจมา แต่เกาหลีสามารถนำมาสร้าง เอกลักษณ์ของตัวเองได้ อย่างแรกเลยคือ เคซอมบี้ จะอิงจากโรคระบาดที่พื้นที่แถบเอเชียเคยโดน

ไม่ว่าจะเป็นไข้ป่า โรคพิษสุนัขบ้า หรือโรคติดต่อใดๆก็ตามที่ทำให้เรารู้สึกว่าทั้งน่ากลัวและน่าขยะแขยงไปพร้อมๆกัน เหมือนกับว่าแค่น้ำลายมึงกระเด็นใส่กูก็ติดได้แล้วไม่ต้องมากัดมาแทะกูให้เมื่อฟันมึงหรอกไรงี้ เคซอมบี้ จะมีวิธีการเคลื่อนไหวที่แตกต่างจาก ดูหนังออนไลน์ ซอมบี้ฝรั่งอย่างชัดเจน เรื่องนี้น่าสนใจมาก เพราะหลังจากที่พาเอาวัฒนธรรม K-POP ไปตีตลาดโลกได้สำเร็จ เกาหลียังประยุกต์ดัดแปลงใช้ท่าเต้นแปลกๆของศิลปินมาเป็น reference ในการเคลื่อนไหวของเคซอมบี้ เรียกได้ว่ารวมเอาความป๊อปของประเทศตัวเองเพื่อยกระดับไปอีกขั้น ในซีรี่ส์ Kingdom หรือหนัง Train To Busan นี่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวของซอมบี้คือการจ้างนักเต้นที่โคตรเก่งมาทั้งออกแบบท่าทางและร่วมแสดงด้วย เขาคือ “จอนยอง” สุดยอดนักเต้นแนว Bone-breaking คือเน้นท่าทางการเต้นที่ใช้กระดูกอันผิดเพี้ยน เขาคือหนึ่งในห้ายอดนักเต้นแห่ง Centipedz(แปลว่ากลุ่มกิ้งกือ) ซึ่งมีโอกาสมาร่วมงานกับหนังสยองขวัญ The Wailing ปี 2016 โดยได้ออกแบบท่าทางอันผิดเพี้ยนของนักแสดงตอนถูกผีเข้า จนกระทั่งผู้กำกับ ยอน ซังโฮ เห็นแล้วชวนเขามาออกแบบท่าทางของซอมบี้ในหนัง Train to Busan โดย จอนยอง ได้ดึงเอา พัคแจอิน ผู้ออกแบบท่าเต้นให้ศิลปินเกาหลีดังๆมาแล้วมากมายมาร่วมกัน มันไม่ใช่แค่การทำท่าทางเหมือนซอมบี้ เดินแบบซังกะตาย

ดูหนังออนไลน์

แต่มันคือการสร้างเอกลักษณ์และความแตกต่างบนโลกภาพยนตร์

“โจทย์ที่ผมตั้งไว้ร่วมกับผู้กำกับคือ คนติดโรคพิษสุนัขบ้า เป็นโรคที่เคยระบาดหนักในเกาหลีใต้ คนเกาหลีจะกลัวโรคนี้กันมากอยู่แล้ว” จอนยอง พูดถึงการทำงานในหนังฟอร์มดี Train to Busan แต่ต่อให้ฟอร์มดีสักแค่ไหน ทุนสร้างก็ยังมีแบบจำกัดอยู่ดี เรื่อง CG เทพๆแบบซอมบี้ฝรั่งนั้นตัดออกไปได้เลย และการมาของ จอนยอง ยอดนักเต้นคนนี้แหละ

คือคำตอบ เลยกลายเป็นว่าการทำหนังโดยมีงบจำกัดนี่เอง ทำให้หนัง K-Zombies ของเกาหลีไม่ว่าจะกี่เรื่องๆ มีเอกลักษณ์ นั่นคือไม่ค่อยใช้เทคนิค CG แต่เน้นการเคลื่อนไหวที่น่าสะพรึงกลัว งานต่อมาของ จอนยอง ก็ยังเป็นหนังเคซอมบี้อีก โปรแกรมหนัง คราวนี้เป็นซอมบี้ย้อนยุคไปสมัยโชซอนเลยคือซีรี่ส์ Kingdom อันโด่งดังทาง Netflix โดยโจทย์จะเปลี่ยนไปจาก Train to Busan คือคราวนี้จะยึดแบบมาจากคนนอนละเมอ นี่ยังไม่รวมหนังเรื่องอื่นๆอย่าง The Closet ปี 2020, After My Death ปี 2018, Psychokinesis ปี 2018 และซีรี่ส์ The Cursed ปี 2020 ซึ่งล้วนแล้วแต่ต้องพึ่งพาการเคลื่อนไหวที่มหัศจรรย์ ผิดเพี้ยน ผิดแปลก แทบทั้งสิ้น ปี 2020 จอนยอง ยังคงทำงานร่วมกับผู้กำกับ ยอน ซังโฮ ในภาคต่อของ Train to Busan หรือชื่อเรื่องอย่างเป็นทางการว่า Peninsula จะเป็นการยกระดับความโหดสมจริงไม่อิง CG ขึ้นมาอีกระดับ จอนยอง พร้อมบรรดาเพื่อนฝูงหรือลูกศิษย์ในวงการ Bone-breaking ของเขา เข้ามาร่วมงานกันอย่างคับคั่งเพื่อออกแบบ และร่วมแสดงเป็นซอมบี้ ที่มีท่าทางการเคลื่อนไหวอันน่าประหลาด และน่าสะพรึงกลัว

เพราะเป็นเหตุการณ์หลังจากภาคแรก 4 ปี ซอมบี้จึงมีพัฒนาการไปอีกหลายขั้น เมื่อคุณอ่านบทความนี้จบ คุณจะสังเกตการเคลื่อนไหวของซอมบี้ใน Peninsula หรือหนังเคซอมบี้เรื่องอื่นๆมากขึ้นอย่างแน่นอน

“จูน” รักแห่งสยาม ตัวละคร ที่ดีที่สุด ในประวัติศาสตร์หนังไทย

ตัวละครที่ชอบมากๆในหนังไทยอีกตัวคือ “จูน” ในหนัง รักแห่งสยาม

นี่คือการยั่วล้อขนบหนังและละครไทยหรือรวมไปถึงหนังต่างชาติที่มักนำเสนอตัวละครแฝดคนละฝา ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกันทางสายเลือด แต่มีรูปร่างหน้าตาน้ำเสียงเหมือนกันอย่างกับเป็นคนเดียวกัน จูน เป็นตัวละครเจ๊ในอุดมคติของวัยรุ่นหลายๆ คนที่หัวนมเพิ่งแตกพาน และเจ๊จูนคนนี้ แหละที่หากเป็นชีวิตจริง

ย้ำ!ว่าหากเป็นในชีวิตจริง ไอ้พวกแก๊งนักดนตรีในหนังมันต้องเอาไปมโนตอนที่พวกมันช่วยตัวเองในส้วม พวกมันจะนั่งลุ้นทุกวันว่าพี่จูนจะมาเจอพวกมันในเสื้อผ้าอาภรณ์แบบไหนในแต่ละวัน หากเป็นเสื้อยืดบางๆก้มทีเห็นไปยันสะดือ ดูหนังออนไลน์ วันนั้นพวกมันก็จะขยันซ้อมเพลงแล้ว ทำปิ๊กกีต้าร์หล่นบ่อยๆพร้อมบอกให้พี่จูนก้มเก็บปิ๊กให้ผมที และพวกมันจะต้องพยายามทำเพลงให้ดีและประกวดให้ชนะเยอะๆเพื่อที่ว่าเวลาพี่จูนมาร่วมแสดงความยินดี พวกมันจะได้อาศัยจังหวะชุลมุนโอบกอดพี่จูนอย่างไม่เคอะเขิน แม้หนังจะไม่มีฉากอย่างว่า แต่การให้ตัวละครที่สวยสเน่ห์เหลือล้นที่รับบทโดยดาราอย่าง พลอย เฌอมาลย์ ไปคลุกคลีกับเด็กๆขนเพิ่งขึ้น น้ำเพิ่งเดิน มันก็ทำให้อดคิดไม่ได้จริงๆ ในความเป็นพี่สาวนั้น ความจริงลึกๆแล้วตัวละครอย่างไอ้โต้ง(มาริโอ) มันจะต้องภาวนาให้พี่จูนไม่ใช่คนๆเดียวกับพี่แตงพี่สาวของมันที่หายตัวไป เพราะถ้าใช่ มันคงจะรู้สึกผิดที่มักเผลอเอาพี่จูนไปมโนตอนShark wow (ไอ้เหี้ยนี่กูคิดไปถึงไหนเนี่ย) กร(กบ ทรงสิทธิ์) พ่อที่สูญเสียลูกสาวและยังคงทำใจไม่ได้ เรียกได้ว่าเป็นคนพังที่สุดในเรื่องอย่างแท้จริง ลึกๆแล้วตอนโอบกอดจูนอาจแบ่งรับแบ่งสู้ คือกอดไปทั้งๆที่ไม่แน่ใจว่าเป็นลูกตัวเองรึเปล่า กูกอดไว้ก่อน อย่างน้อยไม่ใช่ในฐานะลูกก็ถือซะว่ากอดสาวก็ยังดี เพราะอีแก่ที่อยู่ด้วยกันนี่น่าหดหู่ทุกทีที่มองหน้ามัน การเจ็บป่วยซึมเศร้าอาจไม่ใช่เพราะการหายตัวไปของแตง 100% อาจจะแค่ราวๆ 70% ส่วนอีก 30% เพราะความน่าเบื่อของเมียแก่ล้วนๆ การมาของจูนจึงทำให้เหมือนมีแสงสว่างเล็กๆมาส่องให้กระชุ่มกระชวย อย่างที่บอก ไม่ใช่ในฐานะลูกก็ในฐานะสาวรุ่นนั่นแหละ แต่สารภาพตามตรง ซีนทลายเขื่อนกั้นน้ำตาแบบที่ว่าแตกพลั่กๆส่วนตัวแล้วก็เป็นซีนพ่อกรที่แสดงโดยพี่กบ ทรงสิทธิ์ นี่แหละ ไอ้ตอนเจอจูน(แตง)ครั้งแรกแล้วกล้องแช่ไปที่หน้าพี่กบนั่นน่ะนะ แม่งเอ๊ย…ดูกี่ทีก็ทิชชู่เปียก

ดูหนังออนไลน์

ส่วน”สุนีย์”ผู้เป็นแม่นี่หนักเลย หนักตั้งแต่ชื่อตัวละครแล้ว

อันนี้คุณมะเดี่ยวผู้กำกับแกน่าจะจงใจตั้งชื่อให้ดูเป็นอีแก่แร้งทึ้งที่ไม่ใช่แค่ผัวหรอกที่เบื่อ กูได้ยินชื่อกูยังรู้สึกว่าเป็นป้าแก่ๆเลย แม้ว่า นก สินจัย จะยังดูสวยอยู่ก็เถอะ ตัวละครสุนีย์นี่ คือเดอะแบกของครอบครัวอย่างแท้จริง เพราะต้องแบ่งเส้นระหว่าง ความสบายใจของลูกผัว กับความรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก 

เพราะทีแรกเจอคนหน้าเหมือนลูกสาวที่หายไป เลยจ้างมาปลอบใจผัว เอาเงินฟาดหัวเพื่อให้ผัวกลับมาผงาด(หมายถึงจิตใจนะอย่าคิดลึก) แต่พอเยอะเข้าๆ ใจลึกๆอาจรู้สึกสะเทือนทุกทีที่ผัวไปกอดอีจูน เด็กสาวสะพรั่งที่ไหนก็ไม่รู้ จิตใจป้าสุนีย์เอง เว็บดูหนัง แกก็น่าจะอยากให้จูนเป็นแตงจริงๆนั่นแหละจะได้สบายใจขึ้นนิดว่าผัวตัวเองไม่ได้กอดเด็กที่ไหนก็ไม่รู้ ไม่ว่าจะอย่างไรก็แล้วแต่”จูน”ถือว่าเป็นตัวละครที่ถูกสร้างขึ้นมาได้ดีมากๆตัวหนึ่งในประวัติศาสตร์หนังไทย เพราะเหมือนเธอเป็นศูนย์กลางของเรื่องทั้งหมดทั้งมวล เธอไม่ใช่คนกรุงเทพฯ แต่เข้ามาเป็นจุดเชื่อมโยง เป็นคนปรับจัดการปรับเปลี่ยนหลายๆ อย่างให้คนในเมืองสมกับชื่อ”จูน”(Tune)ของเธอนั่นแหละ ไม่รู้ว่าเป็นแค่ความบังเอิญ หรือคุณมะเดี่ยวแกจงใจให้ชื่อนี้ 

เพราะไม่ว่าจะเป็นเรื่องในครอบครัวของโต้ง หรือแม้แต่วงดนตรีของมิว ก็มีจูนเข้าไปเป็นจุดเชื่อมโยงเป็นคนที่ทำให้เกิดการปรับจูนเข้าหากันด้วยความเข้าใจทั้งนั้น ที่น่าชื่นชมคือ มะเดี่ยว ผู้กำกับฯ ไม่รู้แกไปหาคนมาเล่นเป็นจูนจากไหน โคตรเหมือน พลอย เฌอมาลย์ ที่รับบทเป็น แตง เลย เหมือนทั้งหน้าทั้งเสียง

การห่ำหั่นกัน ทั้งเบื้องหลัง และบนเวทีรางวัล

ปี 2006 ในขณะที่สองพี่น้องผู้กำกับ โจเอล และ อีธาน โคเอน กำลังเตรียมการถ่ายทำฉากหนึ่งในหนังของพวกเขาแถวๆทะเลทรายเท็กซัส

อีกฟากหนึ่งของทะเลทรายไม่ไกล จากนี่นักก็มีควันดำพวยพุ่งขึ้นมา แน่นอนว่ามันได้รบกวนและเป็นอุปสรรคในการถ่ายทำทั้งภาพ และ กลิ่น จนพี่น้องโคเอนทนไม่ไหว ส่งคนไปเจรจาแล้วพบว่าไอ้ควันห่านั่นมันก็มาจากกองถ่ายเหมือนกัน ที่เหี้ยคือมันเป็นกองถ่ายของหนังจากค่าย และนายทุนเดียวกันกับหนังของพี่น้องโคเอน

แล้วมีดาราใหญ่อย่าง แดเนี่ยล เดย์-ลูอิส นำแสดง นั่นหมายความว่าหนังอีกเรื่องต้องใหญ่และมีศักดิ์ศรีกว่าหนังของเขาแน่ๆ แล้วก็เป็นอย่างที่คิด การเจรจาไม่ลงตัวและเป็นพี่น้องโคเอนที่จำต้องสั่งยกเลิกกองถ่ายไปในที่สุด นี่คือคำสั่งของสตูดิโอ ดูหนังสด ที่ต้องหลีกทางให้ เพราะอย่างแรกคือ ดาราใหญ่อย่าง แดเนี่ยล เดย์-ลูอิส อย่างต่อมาคือมันเป็นฉากที่มีการเผาไหม้และระเบิด ส่วนกองของพี่น้องโคเอนนั้นไม่ได้ใช้เทคนิคหรือเอฟเฟ็คใดๆ ฉากใหญ่ไฟท่วมนั้นคือฉากแท่นขุดบ่อน้ำมันไฟไหม้ และผู้กำกับอย่าง พอล โธมัส แอนเดอร์สัน ที่เป็นเจ้าของโปรเจ็คนั้นปฏิเสธการใช้เทคนิคพิเศษในฉากนี้ เมื่อรูปการณ์เป็นดังนี้ จึงได้สร้างความเจ็บใจให้พี่น้องโคเอนเป็นอย่างมาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากยกเลิกกองแล้วเลื่อนการถ่ายไปหลายวัน เพราะคิวนักแสดงก็ต้องไปถ่ายเรื่องอื่น เมื่อหนังเข้าฉาย สองเรื่องนี้ก็ได้เข้าฉายในเวลาไล่เลี่ยกัน และเข้าห้ำหั่นกันทั้งในตาราง Box office และบนเวทีรางวัลต่างๆ สุดท้ายเป็นหนังของพี่น้องโคเอน ที่เอาชนะรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมบนเวทีออสก้าร์ไปได้ พร้อมๆกับหนังทำรายได้สูงกว่าหนังที่มีดาราใหญ่กับควันไฟพวยพุ่งเรื่องนั้น

ดูหนังสด

หนังสองเรื่องที่ว่าคือ No Country For Old Men กับ There Will Be Blood

ที่ปักหลักถ่ายทำวันเดียวกันในเท็กซัส แต่กลับเป็นเรื่องแรกที่ต้องจำยอมเลื่อนการถ่ายทำไปหลายวัน และเมื่อชนะรางวัลออสก้าร์ได้สำเร็จ สองพี่น้องโคเอนได้ออกมาพูดขำๆประมาณว่า ” หนังเราไม่มีฉากไฟไหม้ตูมตามอะไรมากมายเลย แต่เราชนะ ” หลายคนที่ได้ยินคงคิดว่าสองพี่น้องโคเอนนิสัยเสีย

ชนะแล้วยังไปแขวะหนังคู่แข่งเขาอีก แต่หารู้ไม่ว่าสองพี่น้องโคเอนแกโดนฝั่งโน้นเล่นงานมาตั้งแต่ตอนถ่ายทำแล้ว  No Country For Old Men กับ There Will Be Blood คือหนังที่ค่าย Paramount Vantage จับมือกับ Miramax Films สร้างทั้งคู่ ดูหนังผ่านเน็ต ด้วยงบประมาณ 25 ล้านเหรียญทั้งคู่ และเป็นหนังสองเรื่องที่พวกเขาคาดหวังบนเวทีรางวัลต่างๆ สุดท้ายก็สมหวังทั้งคู่ โดยทั้งสองเรื่องพากันกวาดรางวัลใหญ่ๆไปเพียบ แดเนี่ยล เดย์-ลูอิส ได้ออสก้าร์นำชายยอดเยี่ยมตัวที่สองจาก There Will Be Blood โดยได้ตัวแรกจาก My left foot และตัวที่สามจาก Lincoln เป็นรางวัลดารานำชายทั้งหมด

ฮาเวียร์ บาเด็ม ได้สมทบชายจาก No Country For Old Men No Country For Old Men ได้ออสก้าร์ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม , บทดัดแปลงยอดเยี่ยม , และ ผู้กำกับยอดเยี่ยม(พี่น้องโคเอน)

วลีนักเลง 2499 จากมันสมอง วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง

ทำไมคนเรา ถึงสร้างวลีฮิตๆ เท่ๆ ในหนังมากถึงเพียงนี้

2499 อันธพาลครองเมือง คือหนังที่รวมเอาวลีฮิตนักเลงไว้มากที่สุดเรื่องหนึ่งของวงการภาพยนตร์ไทย รู้ไหมว่ามันมาจากบทภาพยนตร์ของผู้กำกับ วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง ที่ในตอนนั้นรับหน้าที่เขียนบท พอนับๆดูแล้ว วลีเหล่านั้นฮิตหมด คนเอาไปพูดในตลาด ในโรงเรียน ในรายการทีวี ฯลฯ เรียกได้ว่าหนังเรื่องนี้

เป็นการจุดเชื้อไฟให้หนังไทย กลับมาบูมอีกครั้ง หลังจากซบเซามานาน ยุคนั้นคนมักแห่ไปดูแต่หนังฝรั่ง หนังจีน จนกระทั่ง วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง กับ อุ๋ย นนทรีย์ นิมิบุตร ตัดสินใจสร้างหนังให้ ไท เอ็นเตอร์เทนเม้นต์ ทุ่มเทชนิดที่ว่าขายบ้านมาสร้างหนังกันเลยทีเดียว ดูหนังสด ถ้าเจ๊งก็คือหมดตัว แต่ผลลัพธ์ที่ออกมานั้นมันคืองานมาตรฐานสากลที่เนี้ยบสุดๆทั้งงานสร้าง บทหนัง และนักแสดง เรียกได้ว่าถ้าฮ่องกงมี กู๋หว่าไจ๋ ฝรั่งมีหนังสกอร์เซซี่ บ้านเราก็มีหนังแก๊งสเตอร์เนี้ยบๆอย่าง 2499 เรื่องนี้แหละ เสียงว้อยซ์โอเวอร์ของพ่อรุจน์ รณภพ ที่พากย์เป็นเสียงของ เปี๊ยก วิสุทธิ์กษัตริย์ คืออีกหนึ่งความดีงามของหนัง เราลองมานับกันดูว่ามีวลีเด็ดอะไรบ้างในหนังเรื่องนี้ที่จนป่านนี้มันยังคงความฮิตอยู่ ” แล้วแต่ปุ๊ ” คำนี้โคตรฮิต ถูกนำมาใช้ในสถานการณ์แบบว่า แล้วแต่มึงเลย อะไรก็ได้ จนทุกวันนี้ยังมีคนใช้อยู่ ” เป็นเมียเราต้องอดทน ” คำนี้ดูเหี้ยๆดูเห็นแก่ตัวยังไงไม่รู้ แต่ฟีลมันได้ อย่างพี่ติ๊กนี่ต่อให้ตบเช้าตบเย็น ถ้ากูเป็นผู้หญิงก็ต้องยอมล่ะวะ เพียงแต่ว่า แดง ไบเล่ ไม่ใช่ประเภทตบตีผู้หญิง แดงแกกระทืบแต่ผู้ชายด้วยกัน ” นี่กูเห็นมึงยังโนวเกี้ยอยู่นะ ” เฮียหมาด่าแดง คำว่าโนวเกี้ยเป็นภาษาจีนแต้จิ๋ว แปลว่า ยังเด็ก กูได้ยินคำนี้ครั้งแรกก็จาก 2499 นี่แหละ ” ถ้านายจะเล่นมัน นายต้องเล่นเราด้วย” เปี๊ยกพูดกับปุ๊ เพื่อทดสอบใจว่าปุ๊จะเห็นเป็นเพื่อนอยู่ไหม ปรากฏว่าไอ้ปุ๊ไม่สน นี่แหละคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้เพื่อนหักกัน ประโยคนี้พวกเด็กช่าง เด็กอาชีวะเอาไปใช้วัดใจเพื่อน ” แถวนี้แม่งเถื่อน บ่องตง ไม่แน่จริงอยู่ไม่ได้ ” หมู่เชียร รถถัง พูดกับแดง จนทุกวันนี้วลีนี่ก็ยังคงมีคนพูดกัน แม้กระทั่งในโซเชี่ยล มันน่าจะเป็นวลีอมตะที่สุดแล้วของโลกแห่งหนังไทย

ดูหนังสด

” นักเลง รักปืนยิ่งกว่าเมีย ” เหี้ยอีกแล้ว แต่เท่ 5555

” และนั่นก็คือศพแรกในชีวิตของเค้า ” เสียงพ่อรุจน์เท่มาก ไม่ใช่คำที่ฮิตเท่าไหร่นัก แต่มันยังก้องในหัวทุกทีที่นึกถึงฉากนั้น รวมถึงการที่เรานั่งตบยุง ตบแมงวันอยู่ที่ไหนสักที่ ตบไปตัวแรกประโยคนี้ก็มักผุดขึ้นมาในหัว ” ถ้าคิดจะยิงใครต้องยิงแม่งให้ตาย ถ้าแม่งไม่ตายเราตาย จำไว้ ” หมู่เชียรสอนแดงเรื่องยิงปืน

การแสดงของน้าหมึกคือสุดยอดแห่งนักแสดงสมทบในยุคนั้นแล้ว ประโยคนี้ยังติดหู เปิดดู 2499 กี่รอบๆพอประโยคนี้ขึ้นมาก็ฮึกเหิมทุกที  ” เราไม่แคร์ถ้านายจะหักกับเรา ” อันนี้ปุ๊พูดกับแดง มันคือจุดเปลี่ยนโดยแท้ที่ทำให้สองคนนี้ตามจองล้างจองผลาญกัน คำว่า เว็บสตรีมหนัง จะหักกับเรา ทุกวันนี้ยังมีคนใช้กันอยู่ โดยเฉพาะในหมู่เพื่อนสนิทที่พูดอำๆ แซวๆ กันเรื่องแข่งกันจีบสาว หรือเรื่องใดๆก็ตามที่ต้องชิงดีชิงเด่นกัน ” เป็นคนดีไม่ได้ ก็เหี้ยแม่งเลย ” เปี๊ยก วิสุทธิ์กษัตริย์ ตัดพ้อชีวิต เป็นคำพูดของวัยรุ่นใจร้อนที่บ่งบอกว่าวัยเท่านี้ยังคิดน้อยไป ” แดง ภาอยากไปบางปู ” บางปูเป็นสถานที่ที่กลับมาฮิตอีกครั้งเพราะเรื่องนี้แหละ บางคนไม่รู้จักก็รู้จากวัลภาเนี่ยแหละ นี่เป็นหนังเรื่องแรกของ นนทรีย์ นิมิบุตร ในฐานะผู้กำกับ และมันสามารถทำรายได้ไปกว่า 75 ล้านบาท ไม่รวมหนังเร่ฉายอีก เป็นหนังที่ฮิตไปทั่วบ้านทั่วเมือง หลังจากเรื่องนี้คนดูก็รอคอยงานเรื่องต่อไปของพี่อุ๋ย จนกระทั่งการมาของ นางนาก ผลงานใหม่ของเขา โดยมี วิศิษฏ์ ศาสเที่ยง ตามมาเขียนบทให้เช่นเคย โดยใส่ความสมจริง มีการค้นคว้าข้อมูลเยอะมาก จนออกมาเป็นหนังผีไทยแท้ที่ไม่ใช่แม่นาคอย่างที่เห็นๆกันมา คราวนี้แม่นากเฮี้ยนหนัก หนังสามารถทำรายได้มากกว่า 2499 เป็นเท่าตัวถึง 150 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเยอะมากในยุคนั้น เรื่องนางนากนี้เองคือจุดกำเนิดให้คนรู้จัก วิศิษฏ์ ศาสเที่ยง ในฐานะมือเขียนบทหนังผีไทยแท้ที่ดีที่สุดคนหนึ่ง แม้จะมีกระแสต่อต้านเรื่องที่ว่า เปี๊ยก วิสุทธิ์กษัตริย์ (สุริยัน ศักดิ์ไธสง) เจ้าของหนังสือ”เส้นทางมาเฟีย”อันเป็นต้นเรื่องของ 2499 แกเป็นนักเลงปลายแถวในยุคนั้น และไม่ได้สนิทอะไรกับพวก แดง ไบเล่ จนนักเลงตัวจริงยุคนั้นออกมาด่า แต่ทว่า วิศิษฏ์ ศาสเที่ยง แค่รับหน้าที่ดัดแปลงบทจากหนังสือเท่านั้น

ส่วนเรื่องจริงจะเป็นยังไงนั้นอันนี้ก็แล้วแต่ว่าผู้สร้างจะทำหนังสารคดี หรือ หนังที่รับชมเพื่อความบันเทิง เปี๊ยก วิสุทธิ์กษัตริย์ มันก็น่าจะเหมือน Forrest Gump นั่นแหละ คือเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในประวัติศาสตร์ทั้งที่จริงๆเขาอาจไม่ได้อยู่ในหน้าประวัติศาสตร์นั้น

สปอยล์แหลก Where we belong 2019

ขอเลือกเขียนอีกมุมมองของหนังละกัน เพราะประเด็นอื่นๆน่าจะมีคนเขียนกันไปหมดแล้ว

” เราอาจจะโตไปเป็นผู้ใหญ่แบบที่เราเกลียดก็ได้ ” เป็นคำที่ เบล์ กับ ซู มันคุยกัน ซึ่ง ณ ตอนปัจจุบัน ทั้งคู่ไม่ได้เป็นแบบนั้น ทั้งคู่คือเด็กเจนเนอร์เรชั่นใหม่ที่มีความคิดเป็นของตนเอง โดยปฏิเสธความคร่ำครึทุกรูปแบบที่ผู้ใหญ่พยายามยัดเยียด โดยเฉพาะซูนั้นทะเยอทะยานอยากออก จากกรอบและที่ๆ ตนเองเป็นอยู่

ประเทศฟินแลนด์ คือที่ที่ซูอยากไปปักหลัก โดยที่ตัวซูเองก็แทบไม่รู้เหี้ยอะไรเลยเกี่ยวกับที่นั่น ซูแม่งบอกกับผู้สอบสัมภาษณ์ว่า อาจจะไปขายก๋วยเตี๋ยวที่นั่นก็ได้ เพราะชีวิตนี้เชี่ยวชาญเรื่องก๋วยเตี๋ยวที่สุดแล้ว ถึงซีนนี้เลยตบเข่าฉาดว่า ดูหนังฟรี นั่นไงอีสัส จริงๆมึงไม่ได้อยากจะหนีอะไรไปเลย รอยสักมึงก็สักคำว่า”บ้าน”เป็นภาษาจีนติดตัวไปที่โน่น และในเมื่อมึงเบื่อกิจวัตรที่ทำๆอยู่อย่างเช่นการทำก๋วยเตี๋ยว มึงไปที่โน่นมึงก็ยังจะไปขายก๋วยเตี๋ยวทำส้นตีนอะไร แล้วไหนจะเรื่องที่มึงยืนกรานว่าเป็นคนยุคใหม่ที่ไม่เชื่อในสิ่งลี้ลับ แต่เสือกคล้อยตามเรื่องร่างทรง แล้วอีกอย่างคือเรื่องที่มึงเชื่อในหนังสือว่า”ไม่มีอะไรเป็นของเราจริงๆ” แต่มึงกลับไปทวงหัวใจคืนจากอีร่านนั่นที่ได้หัวใจแม่มึงไป แบบนี้แล้วกูว่านี่ขนาดมึงยังไม่โตเป็นผู้ใหญ่ มึงยังแอบทำตัวเหมือนผู้ใหญ่ที่มึงเกลียดเลย คือมึงหนีไม่พ้นจะเป็นอย่างนั้นไงซู แล้วมึงกำลังหนีอะไรอยู่วะ? นั่นคือสิ่งที่แม้กระทั่งดูหนังจบแล้วกูยังไม่ได้คำตอบแน่ชัดว่ามึงกำลังพยายามหนีอะไร หนีการขายก๋วยเตี๋ยว หนีสังคมที่เป็น หนีผู้ชายที่มึงเสือกเผลอไปมีอะไรด้วยโดยที่มึงก็ไม่รู้ว่าชอบเขาจริงหรือเปล่า หรือหนีอะไร? กลายเป็นว่าคนที่ชัดเจนอยากจะหนีที่สุดอย่างอีซู กลับเป็นคนที่ดูคลุมเครือที่สุดจนเดาไม่ออกว่ามึงอยากหนีอะไรในเมื่อไปฟินแลนด์มึงก็บอกว่าจะไปขายก๋วยเตี๋ยวอีห่า แต่กลายเป็นว่า คนที่สมควรหนีที่สุดเสือกเป็น เบลล์ เด็กสาวผู้พยายาม จะเป็นกลางกับทุกๆสิ่งเพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย เบลล์แม่งต้องดูแลย่าที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ และย่ามักเพ้อฝันกับอดีตอันน่าอาย เบลล์ต้องทนกับสภาพพ่อแม่แยกทางกัน โดยที่บางครั้งบางทีแม่ก็นัดเจอเบลล์แล้วชอบยัดเยียดในสิ่งที่เบลล์ไม่ต้องการ ในส่วนนี้คุณคงเดชผู้กำกับ แอบแซะชาวกรุง ในเรื่องการยัดเยียดอะไรๆ ที่เป็นชาวกรุงให้คนต่างจังหวัดได้อย่างน่าถีบ เพราะดูจากยี่ห้อรถที่แม่เบลล์ขับแล้ว เอามาวัดกับอาหารที่แม่สั่งให้เบลล์และซูกิน มันไม่ได้บาลานซ์กันเลย อารมณ์ประมาณรายได้ต่ำ แต่รสนิยมสูงนั่นแหละ เบลล์จึงเป็นคนที่น่าจะมีคติประจำใจว่า “กูต้องไม่โตไปเป็นเหมือนผู้ใหญ่ ที่กูเกลียดให้ได้” มากกว่าซูเสียอีก และน่าจะหาทางหนีไปไกลๆมากกว่าซูด้วย เพราะเอาจริงๆคนหัวขบถมันก็เป็นคนๆเดียวกับคนที่เป็นกลางจริงๆอย่างเบลล์นั่นแหละ

ดูหนังฟรี

เชื่อไหมว่าในอนาคตอีกสิบปียี่สิบปี อีเบลล์ กับ อีซู มันจะต้องอยู่คนละขั้วการเมืองกันอย่างแน่นอน

อีเบลล์นี่เป็นควายแดง หรืออาจจะอยู่ในโซนเดียวกับลิเบอรัล(ที่ต้องทำตัวเหยียดควายแดงอีกที)แน่ๆ ในขณะที่ อีซู จะเป็นสลิ่มโดยสมบูรณ์ เพราะดูจากพฤติกรรมของพวกมันแล้วเชื่อเหลือเกินว่าในอนาคตสองคนนี้จะไม่สนิทกัน ไม่ได้แตกหักเรื่องการเมืองอะไร แต่เพราะในขณะที่อีซูออกตัวว่าเป็นคนหัวก้าวหน้า

คิดออกจากกรอบ คิดจะไปเมืองนอกเมืองนา แต่ยังเสือกทำตัวเหมือนเดิมๆ ยังเก่งเรื่องก๋วยเตี๋ยว ยังคงเชื่อในสิ่งลี้ลับ ยังคงทวงถามเอาคืนหัวใจของแม่จากคนที่ได้รับบริจาค มันก็เหมือนมึงยังก้าวไม่พ้นอะไรไทยๆ(ปนจีน) คือถ้ามึงไปอยู่ฟินแลนด์ได้ หนังออนไลน์ มันก็เหมือนคนไทยบางคนที่ไปอยู่ในประเทศที่เจริญแล้วแต่ยังมีความคิดล้าหลังอยู่นั่นแหละ ไม่ได้แหกกรอบเหี้ยไรเลย ในขณะที่อีเบลล์แม่งคือคนที่ความคิดอาจไม่ซับซ้อนอะไร บางพฤติกรรมออกจะโง่ๆและโง่เกินไปด้วยซ้ำ เช่นการออกรับแทนคนอื่น การยอมแบกหน้าไปคืนหนังสือแทนเพื่อน แต่เชื่อไหมว่าเอาจริงๆอีเบลล์แม่งฉลาดกว่าอีซูร้อยเท่าในเรื่องของการวางแผนชีวิตพาตัวเองไปอยู่ที่อื่น โดยไม่จำเป็นต้องป่าวประกาศให้คนดูหรือทุกคนในเรื่องรู้เหมือนอีซูด้วยซ้ำ ในขณะที่อีซูต้องต่อสู้กับทิฐิของพ่อ ต่อสู้กับจิตใจตัวเอง ต้องยอมทิ้งหลายๆอย่าง ต้องจัดเตรียมทุกสิ่งอย่างเอง สอบสัมภาษณ์นั่นนี่กว่าจะได้ไปประเทศที่อยากไปอยู่ ซึ่งแม่งยุ่งยากวุ่นวายสำหรับหญิงไทยซักคนมากๆ แต่อีเบลล์คือแม่งเหมือนจะบอกอีซูและคนดูทางอ้อมว่า กูก็เอาผัวฝรั่งสิสัส อ่อยเข้าไป อุดมการณ์แรงกล้ากว่าอีซูที่เหมือนจะมีเป้าหมายอีก เป้าหมายของตัวละครที่ไม่พยายามดิ้นอย่างอีเบลล์นี่แหละหลักแหลมกว่าอีซู เพราะถ้ามันอ่อยฝรั่งสำเร็จ มันก็จะได้ทุกอย่างโดยไม่ต้องดิ้น อยู่ไทยก็ได้ วันดีคืนดีย่าที่ดูแลอยู่ตายไปก็สบายตัว อยากย้ายไปไหนก็ไปแค่บอกผัวฝรั่ง วันดีคืนดีเลิกกับผัวฝรั่งอย่างน้อยภาษาก็ได้ไม่ต้องจ่ายเงินเรียนเหี้ยไรเลย และหากอีเบลล์กับอีซู มันไปอยู่ต่างประเทศ ที่ๆมันอยู่นั้นไม่แน่ใจว่าระหว่างสองคนนี้ใครจะเป็นฟันเฟืองให้สังคมที่นั่นได้ดีกว่ากัน เบลล์ถือเป็นคนที่นิยมชมชอบประชาธิปไตย เห็นได้จากการจัดแจงให้เกิดความปรองดองในหมู่คณะเพื่อนฝูง(แถวบ้านเรียกเสือก) เบลล์มีความสามารถในด้านดนตรี เบลล์ปฏิเสธเอนอ่อนตามวัตถุที่ถูกยัดเยียดให้เป็น เบลล์มีความเข้าใจในเรื่องของการดูแลคนชรา ซึ่งหลายๆประเทศในยุโรปค่อนข้างให้ความสำคัญและมีการจ้างงานอย่างจริงจัง แต่ทว่า ซู นั้นแทบไม่มีสกิลใดๆเลยนอกจากเรื่องภาษาอังกฤษ กับ การทำก๋วยเตี๋ยว ไม่แน่ว่าการพยายามหนีไปจากที่ๆเป็นอยู่ของซู อาจจะแค่ต้องการอยากไปดูแสงเหนือในยุโรปตามที่ได้อ่านๆมา อยากไปเรียนในประเทศที่ไม่ต้องสอบวัดเกรด แม้แต่การสมัครไปเรียนฟินแลนด์ในครั้งนี้ก็ไม่แน่ใจว่าเป็นการขอทุน หรือให้พ่อส่งเรียน พ่อมันถึงได้นั่งกลุ้มอยู่นั่นไงล่ะปั๊ดโธ่!! ก็มึงแทบไม่รู้อะไรเลย จริงๆมีอีกหลายอย่างยิบย่อยที่หนังวางไว้รายทางมากมาย แต่ Where we belong ในความหมายของตั๋วร้อนคือการนั่งมองอนาคตเด็กสาวสองคนที่เราเชื่อว่าในอนาคตพวกมึงจะชัดเจนในตัวตนจนมึงไม่อยากจะคบกันอีกต่อไปเลยแน่นอน เพราะมันมีซีนที่บอกว่าพวกมึงสองคนก็ไม่ได้สนิทอะไรกันมากมายเท่ากับเพื่อนอีกคนที่อีซูมันพยายามจะง้อ และที่ที่พวกมึงอยู่กันนี่ในความหมายของชื่อหนังก็อาจไม่ใช่สถานที่ แต่มันเป็นสันดานแท้ๆของพวกมึงเองต่างหาก มึงจะหลุดพ้นจากตรงนี้ไปได้ไหม

หรือมึงจะยังคงสันดานนี้อยู่แม้จะไปอยู่ในที่เจริญแล้วก็ไม่ได้แปลว่าตัวมึงจะเปลี่ยนได้ ซึ่งเอาเข้าจริงๆส่วนตัวอยากเห็นชีวิตต่อไปของตัวละครอย่างเบลล์มากกว่า เพราะพฤติกรรมของเบลล์เนี่ยแหละแม่งมีความเป็นฝรั่งมากกว่าตัวซูเยอะ และอีซูนี่แหละที่จะโตไปแล้วกลายเป็นผู้ใหญ่ที่มึงเคยเกลียด

Mr.Jones(2019) ปฏิบัติการ แหกกะลาแลนด์โซเวียด

หดหู่ ทรงพลัง เราคุ้นเคย กับกะลาใบนี้ดี

เจ็บปวด น่าสะพรึง และ ทำเหี้ยอะไรไม่ได้มากไปกว่าการก่นด่า นั่นคือคำจำกัดความสำหรับหนัง Mr.Jones เรื่องนี้ หนังพูดถึงปฏิบัติการงัดท่อนซุงด้วยไม้ตะเกียบของ กาเร็ธ โจนส์ ผู้สื่อข่าวตัวเล็กๆที่ในยุคนั้นคนหาว่าเขาบ้า เพราะไปตีพิมพ์บทความแหกผู้นำอย่าง โจเซฟ สตาลิน

ผู้ที่นำเสนอภาพของโซเวียตในเวลานั้นต่อชาวโลกว่าเป็นสหภาพที่มีอนาคต ประชาชนกินดีอยู่ดี แต่ในความเป็นจริงคนหลายล้านคนในยูเครนต้องอดอยากและตายอย่างหมาข้างถนน หนังมีการอ้างอิงความโสมมของนักข่าวชื่อดังที่ช่วยปกปิดความดำมืดของโซเวียต ดูหนังฟรี กาเร็ธ โจนส์ คือตัวแทนของคนดูที่ได้เห็นสภาพอันน่าเวทนา ขึ้นอยู่กับว่าเขาจะออกมาแฉหรือเอนอ่อนตามเพื่ออนาคตอันสดใสในหน้าที่การงาน แน่นอนว่าในประวัติศาสตร์นั้น กาเร็ธ โจนส์ เลือกที่จะทำตรงข้ามกับนักข่าวชื่อดัง โดยที่ชีวิตของเขาต้องแขวนอยู่บนเส้นด้าย นี่อาจเป็นหนังที่ไม่บันเทิงเริงใจนักสำหรับคนชอบดูหนังเพื่อผ่อนคลาย แต่ด้วยความที่เหตุการณ์จริงในหนังมันคล้ายคลึงกับประเทศเผด็จการหลายๆประเทศ รวมถึงบางประเทศในแถบนี้ด้วย ทำให้หนังเรื่องนี้ต้องเรียกได้ว่าเป็น”หนังที่ควรค่าแก่การรับชม” ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง เพราะบทสนทนาในหนังแต่ละอันมันช่างเสียดแทง และดูคุ้นเคยราวกับว่าเราอยู่ในโซเวียตก็ไม่ผิดเพี้ยน หนังได้การแสดงระดับล่ารางวัลของ เจมส์ นอร์ตัน รวมไปจนถึงนางเอกในหนังตลาดจ๋าอย่าง วาเนสซ่า เคอร์บี้ ที่งานนี้เธอพาเอาหน้าสวยๆมาโผล่ในหนังคุณภาพบ้าง ซึ่งก็ถือว่าทำได้ไม่เลวเลยทีเดียว อีกคนคือ ปีเตอร์ ซาร์สการ์ด ที่โผล่เรื่องไหนก็รับประกันได้ว่ากูเกลียดมึงแน่ๆ

ดูหนังฟรี

ถือเป็นหนังที่กล้าและบ้ามาก ที่เอาเข้าฉายในช่วงเวลานี้ได้

อย่างแรกเลยคือฝ่าสถานการณ์โควิด-19 ไอ้รอบที่ตั๋วร้อนไปดูนี่เห็นฝรั่งแก่ๆหลายคนเข้าไปรับชมด้วย เชื่อว่าลุงฝรั่งสามสี่คนนั้นคงแปลกใจไม่น้อยที่ได้ดูหนังเรื่องนี้ในโรงหนังบ้านเรา อย่างต่อมาคือหนังเนื้อหาเสียดแทงเผด็จการแบบนี้ กองเว็นเซอร์น่าจะดูแล้วหลับ

จึงให้หลุดเข้ามาฉาย คือถ้าได้ตั้งใจดูจริงๆจังๆ จะพบเลยว่านี่มันหนังควายแดงชัดๆ หนังอาจไม่ได้หวือหวามากนัก แต่ภาพความน่าหดหู่ และเบื้องลึกเบื้องหลังฉาวโฉ่ระหว่างประเทศแถบๆยุโรป สามารถตรึงเรากับเก้าอี้ไว้ได้ตลอดชั่วโมงครึ่ง หนังถ่ายทอดสด นึกสะอื้น สะท้อนใจถึงผู้กล้าหลายๆคนที่ออกมาปะทะกับเผด็จการโดยตรง แต่ละคนก็มีสถานะเป็นพลเมืองตัวเล็กๆไม่ต่างจาก กาเร็ธ โจนส์ นี่แหละ แม้ท้ายที่สุดแล้วบทลงเอยจะทำให้สลดหดหู่ไปกันใหญ่ แต่เป็นฉากจบที่ทรงพลังเหลือล้น เพราะตามประวัติศาสตร์นั้นสิ่งที่ กาเร็ธ โจนส์ ได้ทำไว้มันช่วยปลุกจิตสำนึกจรรยาบรรณของสื่อได้อย่างดีเยี่ยม เยี่ยมพอๆกับหนังเรื่องนี้นี่แหละ หัก 2 คะแนน เพราะมีเอื่อยไปบ้างช่วงกลางเรื่อง แนะนำว่าก่อนดูทำการบ้านเรื่องประวัติศาสตร์โซเวียตไปคร่าวๆจะเพิ่มอรรถรสมากขึ้น

วีรกรรมอันกล้าหาญของ กาเร็ธ โจนส์ เป็นแรงบันดาลใจให้ จอร์จ ออร์เวล แต่งหนังสือ Animal Farm นวนิยายเสียดสีการเมืองเรื่องโปรดที่ลุงแถวนี้แนะนำให้คนไทยอ่านนั่นเอง ใครเป็นคอนิยายเรื่องนี้ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น