The Stranded เคว้ง

นี่กูสนุกอะไรของกูเนี้ย

เพิ่งจัด ep.จบไปหมาดๆ กลายเป็นว่ากูคือหนึ่งในไม่กี่คนมั้ง ที่ค่อนข้างโอเคกับซีรี่ส์ Original Netflix ของไทยเราเรื่องนี้ เอาจริงๆ มันน่าภูมิใจมากๆ เพราะแบบนี่เป็นฝีมือคนไทยที่ผลิตซีรีส์ได้โปรดักซ์ชั่นขนาดนี้ คือหลายๆ มีนั่งจับผิดเรื่องเสื้อผ้าหน้าผม อันนี้ถ้ามองอย่างเข้าข้างหนัง

กูบอกเลยว่าเป็นกูก็ขอหล่อๆไว้ก่อนแหละ ติดอยู่บนเกาะกับเพื่อนๆสาวๆแบบนั้นอารมณ์กูก็คงประมาณ กูดูดีนะ สนใจกูสิ เดี๋ยวก็ตายห่ากันแล้ว ดังนั้นกูขอหล่อขอสวยกันไว้ก่อนเผื่อวันดีคืนดีมีเพื่อนผู้หญิงเดินมาบอก “เห็นนายมาตั้งนาน แต่พอติดเกาะแล้วนายแม่งดูดีขึ้นนะเนี่ย ไปหาที่สงบๆนอนคุยกันมั้ย “

พาวกลงใต้สะดือตลอดนะกูเนี่ย ตั้งแต่โพสต์ที่แล้วละ แต่หากคิดเป็นการเป็นงานไม่วกลงใต้สะดือ ก็ต้องขอบอกว่า กูจะตายห่ากันละ ก่อนตายกูก็ขออยู่ในสภาพดีๆบ้าง มันเลยออกมาเหมือนนักเรียนไปเที่ยวเกาะสีชังชิลๆอย่างที่เห็น แล้วเกาะที่มันติดกันก็ไม่ใช่เกาะร้างไปเสียทีเดียว มันยังพอมีอุปกรณ์นั่นนี่ในโรงเรียนอยู่นั่นแหละน่าแหม่

ถ้าเป็นอย่างพี่ทอม แฮ้งคส์ ก็ว่าไปอย่าง ดูหนังสด ติดเกาะที่แทบไม่มีอะไรเลย อันที่จริงหนังผูกปมไว้เยอะมากจนแอบเสียวๆว่าจะแก้ปมที่วางไว้ไม่ครบองค์ แต่เอาเถอะใครจะเคว้ง ใครจะคว้างหลังดูจบอันนี้ก็สุดแล้วแต่  แต่สำหรับกูแล้วอย่างที่บอก หนังมันก็ดูได้สนุกดี มีอะไรให้รอคอยความกระจ่างมากมาย อย่างเช่น ชาติกำเนิดของ”คราม”

พระเอกของเรื่อง ปมประตูปริศนาที่พอเปิดไปก็วาร์ป ราวกับประตูมิติโดราเอม่อน หรือแม้กระทั่งปมความสัมพันธ์ต่างๆของตัวละครที่แอบๆแรงใช้ได้ถ้าเทียบกับละครไทยเรื่องอื่นๆด้วยกัน(ปล่อยในกันมันส์เลยห่า) และยังมีอีกหลายๆ อย่างที่ซีรี่ส์มันกล้าแหกไปจากที่คนไทยเคยๆ ทำจำได้ว่าตอน The Pool นรกหกเมตร ก็มาแบบนี้แหละ

คนไทยพากันด่ายับ เละเทะถึงตรรกะที่ป่วยซวยเช็ด ปรากฏเวลาผ่านไป เอาไปฉายให้ฝรั่งดู ฝรั่งแม่งยกให้เป็นหนังที่ดูสนุกจนได้คะแนนจาก Rotten ไป 100% จากรีวิวของนักวิจารณ์ 9 คน สำหรับ “เคว้ง” เรื่องนี้ตั๋วร้อนมองว่าก็ไม่น่าจะต่างกัน เพราะตอนนี้นักวิจารณ์ต่างชาติ ก็เริ่มเขียนถึงว่ามันเป็นซีรี่ส์ ที่ไม่ได้ลึกในตัวละครมาก

แต่ดูโคตรสนุก เพราะซีรี่ส์มันมีซับแบบอังกฤษ ซึ่งน่าจะมีคนจากหลายชาติได้ดูอยู่ อันนี้โคตรส่วนตัวนะ เพราะอยู่ทางฝั่งที่ชอบในระดับหนึ่ง แค่ยกมาให้ดูว่าเออ ถ้าใครเขาชอบก็อย่าไปแซะเขาเลย ชอบเหมือนกันหมด มึงคงได้ผัวคนเดียวกันอ่ะ ใครจะชอบไม่ชอบอันนี้ก็สุดแท้ แต่ใจท่านเลย ที่แน่ๆ

มันถือเป็นนิมิตรหมายอันดี ที่จะได้เห็น ดูหนังผ่านเน็ต หรือซีรี่ส์ไทย แหกออกไปจากที่นั่งดูคนตบตีแย่งผัวกัน หรือซีรี่ส์ผี ซีรี่ส์กะเทย พูดง่ายๆว่ามันเป็นตัวเลือกใหม่ที่มาพร้อมๆกับความทะเยอทะยานให้ได้แบบซีรี่ส์ฝรั่งนั่นแหละ ส่วนตัวโคตรซื้อไอเดียโยงไปถึงสุนทรภู่อะไรไปโน้น

แถมมีกลิ่นของความเป็นตำนานพญานาคอันเป็นความเชื่อโบร่ำโบราณของคนไทยมาช้านาน ถ้าพระเอกแม่งมีเชื้อเป็นพญานาคจริงกูว่าคนอีสานคงมีเคืองกันบ้างแหละ พญานาคแหลงใต้ชัดเจนเรื่องนี้ ส่วนปมที่ซีซั่นแรกทิ้งไว้ อันนี้ขอเดาในบางประเด็น ส่วนตัวล้วนๆเหมือนกันนะ ผิดถูกขออภัย

– กูว่าแม่งแอบมีการใช้ความเป็นจักรวาลคู่ขนานเหมือนๆหนัง Marvel มาใส่เรื่องนี้ เพราะอย่างที่รู้ๆกัน ตัวละครบางตัวแม่งเหมือนมีสองร่าง สองคน บางตัวตายห่าไปแล้ว แต่พอทะลุประตูไปอีกที่หนึ่งในท้ายเรื่อง แม่งเจอมันยิ้มแป้นหน้าหล่ออยู่ นั่นแสดงว่าชื่อเรื่อง “เคว้ง” นี่มันน่าจะหมายถึงทั้งการติดเกาะ

และการทะลุเคว้งออกไปในมิติคู่ขนาน ซึ่งอันนี้กาวดี แต่โคตรเท่ ก็ Marvel มึงยังทำได้เลย ทำไมบ้านกูถึงจะเล่าอะไรแบบนี้ไม่ได้ และเชื่อว่า ครูหลิน อีกร่างนี่แม่งก็มาจากอีกจักรวาลคู่ขนานนั่นแหละ เผลอๆมีสี่มีห้าด้วย กาวได้ใจ

– ส่วนตัวโคตรชอบตัวละคร น้ำ ที่แสดงโดย นิ้ง ชัญญา แม็คคลอรี่ย์ เชื่อว่าตัวนี้จะเป็นอีกหนึ่งคีย์เวิร์ดที่จะมาโชว์สกิลที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆในซีซั่นต่อไป เผลอๆมีการโยงไปถึงตำนานเจ้าแม่นาคีอะไรไปโน้น แบบน้ำเป็นลูกหลานเหลนของอีคำแก้วเป็นงูไรงี้ ถุย!! เอาจริงๆตัวละครตัวนี้มีอะไรให้เล่นเยอะเลย เพราะเหมือนเป็นซูเปอร์ฮีโร่ได้เหมือนกันแต่ในซีซั่นแรกอาจยังไม่รู้สกิลตัวเอง

– ตัวละคร คราม พระเอกของเรื่อง หลังจากที่แอบแซ่บกับเมียคนอื่นในซีซั่นนี้ ก็ลอยเคว้งไปเลยเหมือนอยู่อีกคนละโลก 5555 สังเกตจากสถาปัตยกรรมของทางเข้าประตูลึกลับ และด้ามมีดที่พ่อฝากไว้ให้ รวมไปจนถึงการที่มันรอดตายจากสึนามิ เชื่อเหลือเกินว่าไอ้ครามมันคือ อควาแมน ชัวร์! ถุย!!

– แอบสังเกตได้ว่าหนังพยายามจะไม่ตัดสินตัวละครว่าดีว่าชั่ว คนดีที่สุดเราอาจไม่รักเขาเต็มหัวใจเมื่อดูซีซั่นแรกจบ ส่วนคนชั่วที่สุดในเรื่องอาจมีมุมดีๆและน่าเห็นใจ ซึ่งมันมีความเป็นซีรี่ส์ฝรั่งอยู่นะทำเล่นไป เหมือนๆ เจมี่ แลนนิสเตอร์ นั่นไง คนเราไม่ขาวผุดผ่อง หรือดำจัดกันหรอก ประเด็นนี้ใส่มาค่อนข้างดี แม้จะเคยเห็นๆมาแล้วก็ตาม

– และเหตุการณ์ทั้งหมดทั้งมวล ทั้งการที่มีตัวละครสองร่างคล้ายๆกัน , คนที่ตายไปแล้วดันไปโผล่อีกที่หลังประตู , ตัวละครบางตัวเดินๆอยู่ก็เจอตัวเองในอีกร่าง บลาๆๆ ทั้งหมดทั้งมวลขอเดาเลยละกันว่า มันเกิดปรากฏการณ์โลกมันเคลื่อนที่ก่อให้เกิดสึนามิ และไอ้การที่โลกมันเคลื่อนเนี่ย มันทำให้จักรวาลคู่ขนานเคลื่อนมาทับทางกัน

ดูหนังสด

จึงเกิดการทะลุมิติกันไปมาโดยไม่รู้ตัวเป็น จักรวาลคู่ขนานเหมือนๆหนัง Marvel และอาจเป็นไปได้ว่าในซีซั่นต่อๆไปตัวละครโลกคู่ขนานจะทะลุมาเจอกัน ไอ้สัสนี่กูซัดกาวไปกี่กระป๋อง ไม่รู้โว้ย คือเอาจริงๆแม่งก็เดาทางมันลำบากเหมือนกัน แล้วพอสร้างอะไรที่จบแบบเคว้งๆคาใจๆกันมาพวกก็พากันบ่น กลับไปสร้างแนวตบตีแย่งผัวก็พากันด่าอีก ไม่รู้จะเอายังไง

ที่แน่ๆการขายไอเดียกับ Netflix แล้วเขาอนุมัติสร้างนี่กูว่าแม่งก็น่าจะมีของพอตัวแหละ จริงๆไม่อยากให้มันกาวไปกว่าการเป็นหนังเด็กติดเกาะนะ แต่เขาทำกันมาหมดแล้วจะให้ทำไงวะ Lost อะไรพวกนี้ แม่งก็เลยมีการใส่ความเป็นไทย ใส่ตำนานโบราณนั่นนี่เข้าไปเพื่อให้ชาติอื่นๆ ได้เห็นว่าตำนานบ้านเรา

แม่งก็มีอะไรสนุกอยู่ไม่น้อย มันอาจเป็นการเขย่ารวมที่ไม่ค่อยลงตัวนักในความรู้สึกของหลายๆคน แต่ก็รอดูว่าซีซั่นต่อๆ ไปมันจะเก็บปมไอ้ที่โยนๆไว้ครบมั้ย ไม่แน่นะ ไอ้ที่เห็นยังสวยๆหล่อๆไม่เหมือนคนติดเกาะนั่นอาจเป็นอิทธิฤทธิ์ของพญานาคก็เป็นได้ ส่วนตัวขอให้ผ่านละกัน

แม่งทำให้อยากรู้เลยว่าไอ้โจอี้มันตายแล้ววาร์ปไปโผล่อีกที่ได้ไง แรกเริ่มกูโคตรโกรธที่ซีรี่ส์ตัดสินใจจบชีวิตตัวละครที่น่าจะดูเป็นผู้เป็นคนที่สุดในเรื่องอย่างไอ้โจอี้ เอาตรงๆนะตอนไอ้ครามวาร์ปไป แล้วไอ้พวกอีกมิติมันยืนเรียงกัน แม่งเป็นซีนที่โคตรส่งพลังให้อยากดูซีซั่น 2 เลย นักแสดงแม่งมาอย่างปึ๊ก อย่างแน่น คือพูดง่ายๆใครเป็นติ่งนาดาวอะไรพวกนี้ไม่ควรพลาดติดตามต่อ

Bhaag Milkha Bhaag (2013)

เขาเป็นตำนาน ไม่ใช่เพราะเขาวิ่งเก่ง แต่เพราะเขากล้าที่จะวิ่งเผชิญ

นี่คืองานเขย่ากลิ่นรวมกันของสองขั้ว อินเดีย กับ ฮอลลีวู้ด เป็นหนังอินเดียยุคใหม่ที่ได้รับอิทธิพลของหนังกีฬาบิ๊ลท์อารมณ์ของฮอลลีวู้ดไปเต็มๆ ในขณะเดียวกันมันก็ไม่ลืมรากเหง้าของอินเดียแท้ๆด้วย เลยออกมาเพลิดเพลินเกินจะห้ามใจดราม่าครบสูตร มีลุ้นเยี่ยวเหนียวเยี่ยวข้นกันเลยทีเดียว

กับหนังความยาวเอ่อ… 3 ชั่วโมงนิดๆ เรียกได้ว่าเป็น 3 ชั่วโมง ดูหนังสด ที่แทบไม่มีช่วงน่าเบื่อเลย เพราะทุกอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นงานด้านภาพที่สวยจัดจ้านบาดตา หรือไม่ว่าจะงานด้านเพลง คือเหมือนเป็นหนังบ้านนอกคอกนานะ แต่!! มึงเอาเพลงร็อคแจ่มๆมาอยู่ในหนังได้ไง ร็อค กับ ภารตะ เหมือนจะไม่เข้ากัน

เพราะตั้งแต่เกิดมากูก็เห็นพวกมึงวิ่งอ้อมเขาร้องเพลงสไตล์แขก ดึ่งดึ๊งๆๆ แต่… เพลงเรื่องนี้มึงพีคมาก…เพิ่งรู้ว่าสำเนียงการร้องแบบแขกๆมันเข้ากันกับเพลงร็อคเหี้ยๆ มิน่าล่ะ วงลาบานูน บ้านเราถึงได้ดังเอาๆในยุคหนึ่ง แต่ใช่ว่าแม่งจะมีแต่เพลงร็อคนะ มีครบเลยทั้งร็อคภารตะ เพลงหนึบๆแบบต้นฉบับอินเดียแท้ๆ

หรือแม้กระทั่งเพลงคันทรี่สไตล์ฝรั่ง ไม่เคยฟินอะไรกับเพลงในหนังอินเดียขนาดนี้มาก่อน ลองฟังดูที่ลิ้งค์นี้นะ แล้วจะอึ้ง เป็นหนังที่สร้างจากชีวประวัติของฮีโร่นักวิ่งชาวอินเดียนามว่า มิลก้า ซิงห์ โดยเล่าเรื่องตัดสลับวัยเด็กและวัยโต ซึ่งมีอุปสรรคในวัยเด็กนั้น คือสงครามแบ่งแยกดินแดนแยกศาสนา

ระหว่างอินเดียกับปากีสถาน ครอบครัวต้องพลัดพรากจากกัน เขาหนีเอาตัวรอดจากคมดาบแทบไม่ทัน / และอุปสรรคในวัยโตคือ การเป็นคนไม่เอาไหน ซื่อๆแต่ใจเกินร้อย จนจับพลัดจับผลูมาได้เป็นนักวิ่งทีมชาติเพียงเพื่อให้ผู้หญิงรัก และอยากมีวันหยุดประจำชาติ ที่ตั้งชื่อวันหยุดนั้นตามชื่อมัน

หนังมันทะเยอทะยานพอๆกับฝีเท้าวิ่งของพระเอก เน้นเรื่องของการวิ่งเป็นชีวิตจิตใจจริงๆ พระเอกเกิดมาเพื่อวิ่ง ทั้งในทางตรง และในทางเปรียบเปรย เขาวิ่งมาทั้งชีวิต มีสะดุดบ้าง มีหยุดท้อบ้าง แต่ไม่มีอะไรหยุดนักวิ่งผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ได้ ไม่ใช่แค่เพียงวิ่งแข่งกับคนอื่น แต่หนังยังบอกให้รู้ว่าเขากำลังวิ่งแข่งกับตัวของเขาเอง

วิ่งแข่งกับจิตใจของเขาเอง จากนั้นก็สอดใส่ประเด็นเรื่องพรสวรรค์ ซึ่งพรสวรรค์ที่มีบางครั้งมันก็ต้องมาพร้อมกับแรงผลักกับจิตใจที่พร้อม ต่อให้เก่งวิ่งเร็วกว่าจรวด แต่เมื่อจิตใจยังมีห่วงยังกังวล ยังมีอคติ เครียดแค้น ต่อให้มึงชนะใครมาทั้งโลก มึงก็ไม่สามารถชนะใจตัวเองได้ มีเหรียญมีถ้วยเต็มบ้าน

แต่ก็ไม่รู้สึกดีห่าอะไรเลย นี่คือหนังที่พูดถึงการให้อภัยได้เป็นอย่างดีอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งสถานการณ์ล่อแหลมระหว่าง อินเดีย-ปากีสถาน มันหนักเอาเรื่อง ย้อนกลับไปในวัยเด็กของ มิลก้า ซิงห์ ครอบครัวเขาถูกฆ่าล้างบางโดยชนชาวปากีสถาน แต่ในวันที่เขาได้เป็นยอดนักวิ่ง

ดูหนังสด

แล้วเขาต้องกลับไปเหยียบแผ่นดินที่เป็นปมในใจเขามาตลอด ยังไม่พอ เขาได้รับมอบหมายให้เป็นเหมือนทูตเชื่อมสัมพันธไมตรีกับชนชาติที่ฆ่าครอบครัวของเขา เอาแค่ฉากนี้ก็น้ำตาแทบหมดตัว งานนี้เครดิตตกเป็นของพระเอกของเรื่องอย่าง ฟานฮาน อัขตาร ที่แกมาเต็มมากๆ ลงทุนอัพหุ่นจนเฟิร์มทั้ง เล่น เต้น วิ่ง หนัง 3 ชั่วโมง

มันคือการแบ่งช่วงเวลาชีวิตให้คนดูซึมซับตัวละครทั้งวัยเด็กและวัยหนุ่ม ไม่เหมือนหนังบางเรื่องที่แป๊บๆก็เติบโตโดยที่เรายังไม่ได้รู้จักเด็กคนนี้เลย เราจึงผูกพันธ์กับตัวละคร มิลก้า ซิงห์ ตัวนี้มากๆ เป็นหนังอีกเรื่องที่ชอบตัวละครวัยเด็กมากพอๆกับวัยหนุ่มของเขา และทำให้รู้สึกว่าเด็กคนนี้เติบโตไปเป็น ฟานฮาน อัขตาร

ผู้รับบท มิลก้า ซิงห์ จริงๆ เว็บสตรีมหนัง ไม่ได้เครียดนะอย่าเข้าใจผิดจากเรื่องย่อ ส่วนเครียดมันมี แต่ส่วนที่สนุกสนาน ตลกขบขันก็มีไม่น้อยเลยโดยเฉพาะในวัยเด็ก ไม่รู้ทำไมเวลาดูหนังอินเดียแล้วเห็นพวกเด็กอินเดียมันเล่นซน มันปากกัดตีนถีบกัน แล้วรู้สึกเอ็นดูจนอยากเอามาเลี้ยงที่บ้าน

ในหนังสลัมด็อกฯนั่นก็ใช่ / ที่จะไม่พูดถึงไม่ได้คือ สาวๆในหนังทั้งสาวแขก สาวฝรั่ง หนังคัดเอาแต่แจ่มๆเน้นๆ อย่างเช่น โชแนม คาร์ปู นี่เธอเกิดมาเพื่อฆ่านางเอกอินเดียทุกคนจริงๆ สวยคม สวยขาดจริงๆ หนังแม่งยาวไปนิดนะ 3ชั่วโมง เล่นเอาบางคนเหนื่อยเหมือนกัน แต่ก็นะ ชีวิต มิลก้า ซิงห์ แกมหากาพย์เหลือเกิน

คิดเล่นๆคือถ้าตัดเอาฉากสโลว์ออกน่าจะย่นเวลาได้ประมาณสัก20นาที กำลังดี แต่เอาเถอะมันคือหนังสามชั่วโมงที่บันเทิงมากๆเรื่องหนึ่งบนโลกใบนี้เลย หนังมาครบองค์ประกอบ ทั้งเรียกเสียงฮา ให้กำลังใจ ปลุกเร้าให้ใจฮึกเหิม มีความโรแมนติก ไปตลอดจนหลายๆ ช่วงมันสามารถกระชากน้ำตาได้ไม่รู้ตัว

คือมึงรวบรวมสิ่งที่คนดูอยากเห็นในหนังแนวๆนี้ทุกเม็ดทุกมุกเท่าที่หนังแนวๆนี้จะประเคนให้คนดูได้ และถ้าหนังเรื่องนี้แม่งไม่โม้เกิน แบบที่ว่าชีวิตจริงไม่ถึงขนาดนั้น ก็ถือว่าที่ มิลก้า ซิงห์ แกยิ่งใหญ่มาได้ขนาดนี้ ไม่ใช่เพราะแกวิ่งเก่ง แกวิ่งเร็ว แต่เป็นเพราะแกกล้าวิ่งเผชิญกับทุกสิ่งอย่างที่ขวางหน้าต่างหาก ใครพลาดไปหามาดูซะ

หนัง “เพื่อนสนิท” มึงว่า “ไข่ย้อย” หรือ “ดากานดา” ที่ผิด?

ความสัมพันธ์ระหว่าง ดากานดา กับ ไข่ย้อย ที่ผิด?

“ไข่ย้อย” ไม่ยอมบอกความในใจ หรือ “ดากานดา” กั๊กในความสัมพันธ์ คิดว่าใครกันแน่ที่ผิด หนังมีฉากจบที่คลี่คลาย สวยงาม อิ่มเอมใจ มีทั้งคนที่สมหวัง และคนที่ปมในใจถูกสะสางด้วยข้อความตัวอักษรบนโปสการ์ดที่เต็มไปด้วย “ความคิดถึง”

ไม่ใช่เนื่องในโอกาสครบรอบ 14 ปี แต่ในฐานะที่คิดถึง ดูหนังสด เพื่อนสนิท เราจึงหยิบกลับมาดูอีกรอบ และประโยคคำถามหนึ่งก็ถูกพูดขึ้นในวงเหล้า

ใครคนหนึ่งยกมือเสียงดัง “กูว่า … ไข่ย้อยนั่นแหละ ที่แม่งไม่ยอมทำอะไร ไม่ยอมเผยความรู้สึก มัวแต่ทำอะไรอยู่ตั้ง 3-4 ปี แม้แต่ยอมถอยให้เพื่อนตัวเองเข้ามาจีบจนเป็นแฟน ทั้งที่ตัวเองมีแต้มต่อ รู้ตัวแต่แรกว่าชอบดากานดา จนมันถึงวันที่สายเกินที่จะบอกความจริง”

แต่อีกสองคนก็เถียงขาดใจ “แต่ดากานดา ก็มีความกั๊กในความสัมพันธ์อยู่นะ เหมือนจะมีใจ แต่เมื่อไหร่ที่ไข่ย้อยพยายามจะข้ามเส้น ก็จะมีระยะห่างกั้นไว้เสมอ ความเป็นห่วง การช่วยเหลือ ความใกล้ชิด ก็ยังอยู่ในเส้นความเป็นเพื่อน เห็นแก่ตัวที่เอาไข่ย้อยมาเป็นเซฟโซนด้านความรู้สึก การมีคนคอยซัพพอร์ตช่วยเหลือเสมอ”

ส่วนเราแทงฝ่ายกลางว่า “มันไม่น่าจะมีใครผิดหรอก สูตรคำนวณใดๆ ก็คงใช้กับความรัก ความรู้สึกไม่ได้ มันอาจเป็นจังหวะช่วงเวลาที่ไม่ตรงกัน หากบอกไป ความสัมพันธ์ฉันเพื่อนอาจไม่เหลือ มันโทษใครไม่ได้ ซึ่งบทสรุปก็ทำให้ต่างคนได้เรียนรู้แล้ว

ในแต้มต่อความใกล้ชิดของไข่ย้อย มันคงเป็นแต้มลบที่ยิ่งไกลห่าง ด้วยความเป็นเพื่อน มันยากที่จะพูดความจริง ยากที่จะพยายามข้ามเส้นตรงนี้ไป ยิ่งต่างฝ่ายไว้ใจในความเป็นเพื่อน เป็นเหมือนพื้นที่ปลอดภัยของกันและกัน ความสัมพันธ์ก็ยิ่งเป็นเส้นขนาน

ไข่ย้อยเป็นคนที่แคร์ความรู้สึกคนอื่นมาก แต่พูดน้อย แสดงออกไม่เก่ง มักจะเก็บความรู้สึกต่างๆ ไว้ในใจ แต่ภายใต้ความเงียบงัน เขาเก็บความรู้สึกในใจที่อยากพูดเอาไว้มากมาย เหมือนที่เขาถ่ายทอด เล่าเรื่องราวความเคลื่อนไหวผ่านโปสการ์ดนั่นแหละ

ดูหนังสด

แต่หนังก็ให้เห็นประปรายว่า เขาชอบแอบทำอะไรบางอย่างแทนความรู้สึก ไม่ว่าจะร้องเพลง วาดภาพ หรือรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ใส่ใจ อย่าง “ล้างพู่กัน” “ห่มผ้าให้ดากานดา”

ณ เกาะพงัน ตัวหมูเองก็ไม่ต่างจากดากานดา ที่มีคนมาชอบ มาคอยดูแล คอยซัพพอร์ต ในตอนแรกที่ลังเล และไม่แน่ใจ อาจเพราะยังคงติดและคิดถึงเรื่องเก่าๆ จนเหมือนไปสร้างความหวังต่อนุ้ย แต่เขาก็เรียนรู้ ได้ใช้ชีวิต ได้เปิดใจ เปิดโอกาสกับตัวเอง และกับนุ้ย ที่จะเริ่มต้นก้าวผ่านบางอย่างไปด้วยกัน

ในเวลาที่เหมาะสม นั่นอาจเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยได้ทำ หรือเป็นปมในใจมาตลอด นั้นคือความกล้าที่จะตัดสินใจ เปิดใจ เริ่มต้นใหม่ และซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกแบบจริงๆ จังเสียที การมาทะเลเพราะหนีรักของหมู จึงเป็นการปลดล็อก พบความหมายทั้งด้านชีวิต และความสัมพันธ์

เชียงใหม่-เกาะพงัน ทั้งสองจึงเป็นฉากคู่ขนาน ที่คล้ายกันแต่ต่างความรู้สึก ต่างความหมาย แต่มันทำให้ไข่ย้อยได้เรียนรู้ต่างกันไป ภายในสมุดลายดอกไม้ พร้อมโปสการ์ดปึกใหญ่ เต็มไปด้วยภาพความทรงจำที่ไข่ย้อยมีต่อดากานดา ตั้งแต่ภาพวันแรกที่เจอ มันบอกเป็นนัยว่า เขาถ่ายทอดภาพความคิดถึงลงสมุด

และเก็บมันเข้าลิ้นชักความทรงจำในมุมหนึ่งของเมมโมรี่สมอง เพื่อที่จะเริ่มต้นความทรงจำใหม่ๆ การเดินทางใหม่ๆ ในชีวิต ดากานดา แปลว่า หญิงผู้เป็นที่รัก ท้ายที่สุดแล้ว ผู้เป็นที่รักของไข่ย้อย อาจเป็นรักในรูปแบบความทรงจำที่ดี คนที่ทำให้เขาเรียนรู้ความรัก มิตรภาพ ซึ่งคนรักที่เหมาะสมที่สุด

ระหว่างเขาและเธอ อาจเป็นมิตรภาพที่เรียกว่า “เพื่อน” ที่จะคงอยู่ และประทับในใจตลอดไปด้วยความคิดถึง จะจบประโยคอย่างไรไม่ให้มันเชยและเศร้า รักและคิดถึงหนังเรื่องนี้เสมอ … เพื่อนสนิท

ป.ล.จะว่าไปแล้ว อะไรทำให้เรารัก หนังออนไลน์ เรื่องนี้กัน … อาจเพราะมันนำเสนอวัฒนธรรม ความน่ารักของภาคเหนือและภาคใต้ออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ ใครที่ดูเรื่องนี้ จะต้องปักหมุดว่าต้องไปเรียนมช. หรือชีวิตนี้ต้องไปสัมผัสงานลูกทุ่งวิจิตรสักครั้ง

มีโมเมนต์เมายาดองเซิ้งยับ ป้อนสายไหมกับคนรัก ไว้ผมยาว เรียนคณะวิจิตรศิลป์ ได้แต่งตัวเซอร์ๆ มันคือปรากฏการณ์ของยุคนั้นจริงๆ

จอมขมังเวทย์ (2020)

มึงอย่าบ้าเหมือนกูก็แล้วกัน… ประโยคสุดคลาสสิคจากหนังไทย จอมขมังเวทย์

นั่งคิดจนผมร่วงว่าจะเขียนถึงในเชิงรีวิวหรือเปล่า สุดท้ายเลยคิดว่า ไม่ดันหนังที่ตัวเองไปโผล่ด้วยในบทเล็กๆ จะไปดันหนังใครวะ โรเบิร์ต ดาวนี่ย์ จูเนียร์ กูไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว กูยังดันหนังแกแทบทุกเรื่อง อิอิอิ

น่าจะเป็นหนังที่ทำงานกับประโยคที่ว่า “ของมันต้องมี” ที่สุดแล้ว เพราะแม่งเล่นของกันจริงๆ คือทุกครั้งที่ประโยคนี้ออกจากปากตัวละคร มันดูขลัง ดูเท่เหี้ยๆ (อีกประโยคคือ “มึงนี่มันเหี้ยได้ใจจริงๆ”) แม้ว่าไดอาล็อกภาคนี้อาจจะสู้ภาคแรกไม่ได้ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีบทพูดที่น่าจดจำเลย “มึงคิดว่ามึงเป็นคนดีแล้วจะได้ตายดีเหรอ”

อันนี้แม่งคม และกระแทกใจรุนแรงมาก จากการที่ ดูหนังสด ชีวิตนี้ได้เห็นคนดีๆ ตายอย่างน่าอนาถมาเยอะ คือแม่งจริงเหี้ยๆ เป็นคำประชดประชันชั้นเยี่ยม ที่โยงไปถึงความเชื่อว่าทำดีแล้วจะได้ดี คนไปทำบุญรถคว่ำตายก่อนถึงบ้านแค่สองกิโล คนไหว้พระทุกวันอยู่ๆ โดนลูกหลงคนเหี้ยตีกันจนตายก็มี อันนี้ถือว่าพีคสัสๆ

ประโยคนี้ที่มันอยู่ในซีนที่กำลังเดือดสุดๆ จนกระทั่งการมาถึงของอีกประโยคติดๆกัน “แล้วมึงคิดว่ามึงเป็นคนชั่ว มึงจะได้ดีเหรอ” โอ้โห….. คอมพลีทมาก!!! มันเป็นซีนเดือดดาลที่มาพร้อมกับไดอาล็อกเชือดเฉือนระหว่างคนเหี้ยกับคนดี ซึ่งเอาจริงๆกูยังตัดสินไม่ได้เลยว่า

อันแรกหรืออันหลังมันจริงกว่า เราควรเชื่ออันไหนดี เพราะจากที่เห็นๆมาในชีวิตนี้บ่อยครั้ง คนดีๆแม่งไม่ได้ดีก็มี ตายเป็นหมาข้างถนนก็มี แต่คนเหี้ยๆแม่งรวยเอาๆมีชีวิตยืนยาวจนแก่เฒ่านอนตายสบายๆบนเตียงนุ่มๆ

และมันมีอีกหลายๆ ประโยคใน หนังถ่ายทอดสด ที่ชอบมากๆ และมันค่อนข้างจริงจนสะอึก แล้วประโยคเหล่านี้เสือกออกมาจากปากคนเหี้ยที่สุดในหนังอย่างก็อดเนี่ยแหละ แม่งมันส์ตรงนี้ เอาจริงๆยังชอบภาคแรกมากกว่าชัดเจน แต่ลองคิดดูว่าหนังภาคแรกมันจะดิบๆหน่อย

ดูหนังสด

แต่ภาคสองมันโทนบู๊ จนแทบจะเป็นหนังฮีโร่อยู่ละ คือบทถูกเขียนขึ้นเพื่อนำพาไปสู่ฉากต่อสู้อันดุเดือดทั้งเรื่องนั่นแหละ เอะอะจับกดหัว จับกดหัว คือเหมือนเป็นพลังอำนาจที่พยายามจะกดหัวคนอื่นลงต่ำตลอดเวลา แต่พูดกันตามตรง อะไรเหล่านี้ในภาคสอง มันอาจลดทอนสเน่ห์จากภาคแรกลงไปบ้าง

แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันคือ หนังแอ็คชั่นไทยที่เซอร์วิสแฟนๆ คอหนังบู๊เท่าที่หนังไทย เรื่องหนึ่งจะทำได้ แล้วเสือกมีปูทางไปภาค 3 ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเอากลิ่นของภาคแรกกับภาคสองมายำรวมกัน มันจะบรรลัยขนาดไหน ข่าวว่าเจรจากับพี่ติ๊ก เจษฎาภรณ์ แล้วด้วย

ยอมรับแต่โดยดี ว่ามาอวยกันเองเนี่ยแหละ เพราะว่าตัวเองร่วมแสดงด้วย และอย่ากระพริบตา เพราะท่านจะพลาดสุดยอด การแสดงอันทรงพลัง ของตัวประกอบระดับล้าน(ล้านจริงๆ) 5555 แต่อย่างที่บอก “ของมันต้องมี ของมันต้องดู ไม่ดูก็เรื่องของใครของท่านเอาตามสะดวก

ใครไปดูก็ถือว่าเอ็นดูบักตั๋วละกัน” เพราะเชื่อว่าภาคต่อไปมันจะคลั่งกว่าแน่นอน ฉากมิดเครดิตคนแม่งฮือกันทั้งโรง เอาแค่นี้ก็ขนลุกแล้ว ขอตัวไปเข้าส้วมแป๊บ

The Replacement Killers (1998)

นักฆ่ากระสุนโลกันต์

The Replacement Killers 1998 ถูกบันทึกในสถิติโลกว่าใช้กระสุนเยอะที่สุด มึงเอาเกณฑ์อะไรมาวัดวะ อันนี้กูยังงงมาจนทุกวันนี้ ตั้งแต่อ่านข้อมูลในนิตยสารเอ็นเตอร์เทน เมื่อหลายล้านปีก่อน คือปีนั้น Saving Private Ryan แม่งฉายไปก่อนในเดือนมกราคม กูคิดว่าเรื่องนี้ก็ใช้กระสุนเปลืองสัสๆ อยู่นะ

แต่ปรากฏพอเดือนกุมภาพันธ์ The Replacement Killers เข้าฉายแต่ถูกบันทึกสถิติว่าใช้กระสุนเปลืองที่สุดนี่มันคืออะไร วกมาที่ตัวหนัง ใครไม่ชอบ แต่กูชอบ ชอบชนิดที่ว่าเปิดดูหลายรอบไม่เบื่อเลยสักนิด มิรา ซอว์วิโน่ นางเอกในวันที่ยังเอ็กซ์เซ็กซี่เหลือแดก เจ๊เล่นเป็นสาวห้าวได้อย่างมีสเน่ห์

โจวเหวินฟะ มาในมาดที่เคยๆ เห็นใน ดูหนังสด เรื่องก่อนๆ แต่พูดน้อยลงเพราะช่วงนั้นภาษาแกยังไม่ได้ อองตวน ฟูควา ผู้กำกับจึงเขียนบทให้เป็นคนพูดน้อยๆยิงเยอะๆ พูดถึง มิร่า ซอร์วิโน่ เชื่อไหมว่าเรื่องนี้เธอได้รับการผลักดันจาก เควนติน ทาแรนติโน่ ที่เป็นแฟนเธอในขณะนั้น ให้ได้บทในหนังเรื่องนี้

เพราะอย่างแรกเลยคือ เธอเป็นฝรั่งที่พูดจีนได้ และมันดูเป็นเรื่องง่ายที่เธอจะสื่อสารภาษา กับโจวเหวินฟะพระเอกของหนังได้ อย่างที่สองคือ เควนตินแกบ้าหนังจีนหนังฮ่องกงมากๆ เขามักถามเรื่องในกองถ่ายกับมิร่าแฟนสาว ซึ่งไม่ต้องคาดเดาก็รู้ว่าเขาถามถึงโจวเหวินฟะว่าเป็นคนยังไง

นิสัยแบบไหน ใส่กางเกงในสีอะไร บลาๆๆ The Replacement Killers ถือเป็นหนังแอ็คชั่นโกอินเตอร์ของโจวเหวินฟะเรื่องแรกในชีวิต ซึ่งโปรเจ็คนี้เดิมที จอห์น วู จะกำกับเอง แต่ทว่าเกิดข้อผิดพลาดบางประการ ลือกันว่าเฮียโจวงอนเฮียจอห์น เพราะตอนเฮียจอห์นมากำกับหนังฮอลลีวู้ดเรื่องแรกๆ

ดูหนังสด

เฮียจอห์นไม่หนีบเฮียโจวมาด้วย แต่กลับไปใช้บริการดาราฝรั่งอย่าง ฌองคลอด แวนแดม(ช่องคลอด แว่นดำ) อย่างไรก็ดี นี่ถือเป็นหนังแอ็คชั่นจัดหนักจัดเต็ม แนวล้างแค้นที่เหมือนเป็นหนังฮ่องกงนี่แหละ เพียงแค่เปลี่ยนโลเคชั่น เปลี่ยนดาราประกอบให้เป็นฝรั่ง แต่กลิ่นอายยังเป็นเจ๊กเต็มเปี่ยม

ฉากยิงปืนสองมือ ฉากสโลว์ ฉากเท่ๆแบบฉบับหนังฮ่องกง ก็ถูกยัดใส่เข้ามาในเรื่องนี้ แต่ทว่ามันเป็นยุคที่ฝรั่งไม่ค่อยเปิดรับเท่าที่ควย หนังทุนสร้าง 30 ล้านเหรียญเรื่องนี้จึงทำรายได้ทั่วโลกไปแค่ 19 ล้านเหรียญ เจ๊งบ๊งไปตามๆกัน แต่ต่อมาหนังมันได้รับการตอบรับอย่างดีในแบบ VDO และ DVD

ส่งให้ อองตวน ฟูควา เป็นผู้กำกับ โปรแกรมหนัง แอ็คชั่นที่น่าจับตา จนได้มากำกับ Training Day อันลือลั่นที่ส่งผลให้ เดนเซล วอชิงตัน คว้าออสก้าร์จากหนังแอ็คชั่นเรื่องนี้(ที่เป็นไปได้ยากมากๆที่จะได้ออสก้าร์ในหนังบู๊) ว่ากันว่าบทของเดนเซล วอชิงตัน นี่แหละที่เดิมที โจวเหวินฟะ ก็ได้รับพิจารณาให้เล่น

แต่ก็ไม่ได้เล่นเพราะเหตุผลเรื่องภาษาพูดและบทบาทที่ซ้ำกัน เพราะก่อนหน้าที่ อองตวน ฟูควา จะกำกับหนัง Training Day โจวเหวินฟะ ก็ได้เล่นบทในหนัง The Corruptor ซึ่งเป็นบทคล้ายๆกับที่ เดนเซล วอชิงตัน แสดงใน Training Day นั่นแหละ

ที่ควรรู้อีกอย่างคือ โจวเหวินฟะ ปฏิเสธที่จะเล่นบทเลิฟซีนหนักหน่วงกับ มิร่า ซอร์วิโน่ เพราะเกรงใจภรรยา และเขาไม่ค่อยศรัทธาฉากเซ็กส์ในสถานการณ์ล่อแหลมจากการที่โดนคนตามฆ่า

ผมดื่ม ผมเด้า แต่ผมบ่ได้เสพ

11 พฤศจิกายน คือวันเกิดของ ลีโอนาโด้ ดิคาปริโอ้ และวันนี้เขาอายุ 45 ปี แล้ว

หากติดตาม ลีโอนาโด ดิคาปริโอ มาตั้งแต่ใน The Basketball Diaries นั้น จะรู้กันดีว่าบทบาทการแสดงเป็นเด็กติดยาของเขานั้นคืออีกหนึ่งบทบาทสุดยอดในวัยเด็กของเขา ด้วยการที่โด่งดังมาตั้งแต่ยังขนไม่ขึ้น เขาจึงถือได้ว่าเป็นดาราวัยรุ่นที่ออกงานสังสรรค์ปาร์ตี้บ่อยๆจนเป็นภาพจำว่า

มีปาร์ตี้สุดเหวี่ยงที่ไหน ต้องเห็นหมอนี่ไปโผล่แทบทุกงาน เมื่อเวลาล่วงเลยผ่านวัย พร้อมๆกับผลงานที่ยิ่งมากยิ่งเก๋า ดูเหมือนว่าภาพจำนั้นยังคงไม่ลบเลือน ตอกย้ำการเป็นเสเพลย์บอยด้วยบทบาท จอร์แดน เบลฟอร์ท ในหนัง The Wolf of Wall Street ที่ทำให้คนเข้าใจว่าหมอนี่แม่งคือนักพี้ยาตัวยง

แต่เปล่าเลย เชื่อหรือไม่ว่าคนอย่าง ดูหนังสด ลีโอนาโด้ ผู้ที่มือของเขาไม่เคยวางแก้วเหล้าในปาร์ตี้เลย เขาไม่เคยเสพของมึนเมาอื่นใดนอกจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และกัญชาเพียงเล็กน้อย ว่ากันว่าเขาถูกขอร้องให้ทดลองเสพโคเคนเพื่อเข้าถึงบทบาท จอร์แดน เบลฟอร์ท ในหนังหมาป่าตลาดหุ้นเรื่องนั้น

เขาปฏิเสธ เพราะชีวิตนี้ไม่เคยคิดแม้แต่จะแตะต้องมัน ” ผมเกิดมาในครอบครัวที่ยากจนมาก ผมไม่กล้าแตะต้องมันหรอก ผมชอบปาร์ตี้ก็จริง แต่ผมไม่ใช่พวกสูดดมของแบบนี้ ในงานปาร์ตี้ต่างๆผมเห็นเพื่อนผมเสพกันเยอะแยะ ผมเข้าใจอารมณ์นั้น ผมรู้ว่าควรแสดงออกมายังไง

ผมได้เห็นพฤติกรรมเหล่านั้นมามากแล้ว ไม่มีความจำเป็นที่ผมจะต้องเสพมัน ” ในหนัง The Wolf of Wall Street เขาศึกษาอาการคนเมายาได้จากการที่เขาเห็นมันจนชินกับเพื่อนฝูงในวงการที่ใช้ยากัน ฉากเมายาและพยายามขับรถฉากนั้นเขาตั้งใจให้มันเป็นการแสดงที่แฟนตาซี

เพราะในชีวิตจริงหากเมามายขนาดนั้นคนเราน็อคไปแล้ว อาจถึงขั้นตายเพราะโอเวอร์โดส แล้วถามว่าคนอย่าง ลีโอนาโด้ ดิคาปริโอ้ อดีตหนุ่มหน้าใสที่พาสาวอวบกระโดดเรือยักษ์เขาเป็นคนยังไง ในเมื่อมาดเพลย์บอยยังไม่จางหายไปจากตัวเขา ตอบได้แค่ว่าเขาคือขี้เมาหยำเปที่ปาร์ตี้ได้ข้ามวันข้ามคืน

และมีเซ็กส์กับสาวๆได้จนฟ้าเหลืองเช่นกัน เขาไม่ชอบการมีเซ็กส์กับผู้หญิงที่ละหลายๆคน เขามักดื่มด่ำกับการมีเซ็กส์แบบคุณภาพกับผู้หญิงแค่คนเดียว แต่ไม่ใช่ว่าไม่เคยเสียทีเดียว เพราะเขาเคยเอาแบบ 3 รุม 1 มาแล้ว สาวสามนางนั้นเป็นประสบกามเซ็กส์ที่มากเกินไป และเขาไม่ชื่นชอบมัน

เมื่อย้อนกลับไปในวัยละอ่อน เว็บดูหนัง เขาถูกนางแบบรุ่นแม่เปิดซิง และนั่นคือประสบกามที่น่าประทับใจสำหรับเขาที่หล่อหลอมให้เขาเป็นเครื่องจักรแห่งเซ็กส์ประจำวงการ นั่นอาจเป็นสาเหตุให้เขายังไม่ลงหลักปักฐานให้หญิงใดใช้นามสกุล

เมื่อเติบโตจนเกือบๆจะเป็นรุ่นใหญ่ในวงการ สิ่งเหล่านี้ก็ลดลง ไม่ว่าจะเป็นความเสเพล ปาร์ตี้ หรือ การมีเซ็กส์ไปเรื่อย แต่เขาเน้นไปที่ความสัมพันธ์ฉันคนรักแทน ทุกคนที่เขาควงล้วนแล้วแต่โปรไฟล์ดีเยี่ยม แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าเขาจะตัดสินใจสร้างครอบครัว เขาอุทิศตนให้กับการแสดง

ดูหนังสด

และงานสังคมในมูลนิธิที่เขาก่อตั้งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเด็กยากไร้ หรือการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมต่างๆโดยในแต่ละปีเขาให้เงินสนับสนุนเพื่อสิ่งแวดล้อมมากมาย หนึ่งในนั้นคือห้วยขาแข้งบ้านเรานี่เอง นี่คืออีกแง่มุมหนึ่งของผู้ชายอย่าง ลีโอนาโด้ ดิคาปริโอ

ผู้ที่หลายคนจดจำเขาในฐานะเพลย์บอยแห่งวงการ แต่เขาเป็นดาราที่ปลอดสารเคมีคนหนึ่ง ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า ลีโอนาโด้ ที่ภาพลักษณ์เหมือนคนเล่นยาเป็นตันๆ และสวมบทบาท จอร์แดน เบลฟอร์ท ได้สมจริง เมาจริงอะไรจริง แท้จริงแล้ว ลีโอนาโด้ เป็นนักปาร์ตี้ที่ฉี่ออกมามีแต่เหล้าแน่นอน

DOCTOR SLEEP (2019)

ใครมันจะไปหลับลงวะ นี้มันหนังซูเปอร์ฮีโร่ชัดๆ

ทราบมาว่า แม้หนัง The Shining จะเป็นงานที่ขึ้นหิ้งเพียงใด แต่ทว่าผู้ประพันธ์นิยายอย่าง สตีเฟ่น คิง กลับไม่ค่อยปลื้มแนวทางที่ผู้กำกับ สแตนลี่ย์ คูบริค ทำเอาซะเลย ส่วน Doctor sleep ภาคต่อเรื่องนี้ทั้งแฟนเดนตายของนิยายและตัวสตีเฟ่น คิง เองถึงกับเอ่ยปากชมว่าเคารพฉบับนิยายและสามารถทำได้เด็ดดวงตรงตามที่หนังสือจะสื่อมากกว่า

ส่วนตัวแล้วไม่เคยอ่านฉบับนิยาย เลยไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจไปเจอเวย์นี้ของหนัง ส่วนหนังภาคแรกนี่ก็ค่อนข้างไปในทาง อืม..ก็โอนะ แต่ไม่ได้ยกย่องให้มันเป็นงานคลาสสิคขึ้นหิ้งอะไรเบอร์นั้น ส่วนหนึ่งเพราะกูไม่ค่อยเก็ตกับความสยองแนวฝรั่งมังค่าด้วยแหละ แต่สำหรับภาคนี้คือแม่งแทบจะไปคนละทางกับภาคแรกเลย

และกูเกือบปาผ้าคลุมซูเปอร์ฮีโร่เข้าไปในจอ ให้มึงสวมใส่กันแล้ว เพราะนี่มัน ดูหนังออนไลน์ ซูเปอร์ฮีโร่ชัดๆ ทิศทางของหนังมันไปทางนั้นเลย หน้าหนังแม่งไม่ได้ขายไปทางนั้น แต่ขอบอกสำหรับพวกที่เกรงกลัวว่าจะเข้าไป sleep ใส่หนังเหมือนชื่อของมัน พวกมึงจะหลับไม่ลงแน่นอน เวลาจะจ้วงแดกป๊อปคอร์นในมือจะมีรึเปล่ายังไม่รู้

คือแม่งซัดอัดคนดูด้วยความน่าฉงนแบบโรยทางเรื่องด้วยขนมปังให้เราตามเก็บแล้วมาปะติดปะต่อกันในตอนกลางเรื่อง แล้วแม่งก็ซัดคนดูด้วยการกลายสภาพเป็นหนังแนวคนเหนือมนุษย์เต็มตัว มีปะปนด้วยกลิ่นความสยดสยองหน่อยๆ ซึ่งแม่งเป็นส่วนผสมที่ลงตัวเอามากๆ

แต่แฟนเดนตายภาคแรกอย่าเพิ่งหัวเสียกัน เพราะช่วงท้ายของหนังยังไว้ลาย ตบกลับมาเป็นงานที่มีกลิ่นภาคแรกเหมือนเดิม หน้าหนังไม่ได้ทำให้คิดเป็นเวย์นี้เลย แถมจงใจขายแค่ยวน แม็คเกรเกอร์ + ธีมเก่า + ขุดของเก่ามาหาแดกรัวๆ แต่เปล่าเลย พอเข้าไปดูจริงๆแม่งกลายเป็นหนังดูเอามันส์เรื่องหนึ่งได้เลย ไม่ sleep แน่นอน

แถมตัวหลักๆในหนังนี่แม่งพากันเท่เหลือแดก โดยเฉพาะ รีเบ็คก้า เฟอร์กูสัน ในบท อีโรสหมวกดำ นี่แม่งคือมาเพื่อติดโผตัวละครที่น่าจดจำคนหนึ่งในโลกภาพยนต์ ยวน แม็คเกรเกอร์ เรื่องนี้มาในบทตัวแทนของ สตีเฟ่น คิง เอง เพราะว่ากันว่าเรื่องนี้ คิง แต่งขึ้นโดยใส่ตัวเองตอนติดเหล้าติดยาลงไปในตัวละครแดน เด็กน้อยจากภาคแรกที่เติบโตมากับชีวิตที่ไม่ค่อยจะโสภาเท่าไหร่นัก

ดูหนังออนไลน์

หนังภาคนี้เน้นไปที่ห้วงอารมณ์แห่งการปฏิเสธของมึนเมา ซึ่งน่าขันมากที่กูลุ้นกับการเลิกเหล้าของมึงมากกว่าตอนผีออก หรือตอนหน้าสิ่วหน้าขวานใดๆในเรื่องเสียอีก นี่เองที่ทำให้ สตีเฟ่น คิง ยอมกราบการดัดแปลงเป็นหนังของ ไมค์ ฟลานาแกน เลย แถมมีฉากที่ให้อารมณ์เหมือนตอนเสพยา พวกโคเคนอะไรเหล่านี้ ซึ่งจะเป็นซีนไหนนั้นไปดูเอง แม่งได้อารมณ์อัพยากันเหี้ยๆ

ถ้าถามว่ายุคนี้ใครคือเบอร์หนึ่งที่ทำหนังแนวๆนี้ได้ดีที่สุด ตอบเลยว่าไม่ใช่ เจมส์ วาน แน่นอน ในขณะที่จักรวาลของ เจมส์ วาน อัดซัดคนดูด้วยความเป็นหนัง Jump scare (ตุ้งแช่!) โดยใช้มุกเดิมๆมาหาแดกจนเฝือในยุคหลังๆ ของอีตา ไมค์ ฟลานาแกน นี่ต่างออกไป ฝั่งนี่เก่งเรื่องปั่นหัวคนดู แถมนำเสนอด้านอ่อนไหวของมนุษย์ได้ดีมากๆ

ซึ่งความอ่อนไหวในอารมณ์ของตัวละครนี่แหละ มันทำให้คน ดูหนังผ่านเน็ต สนุกและลุ้นไปกับตัวละครจากบทหนังของไมค์ ฟลานาแกน แถมแกเข้าใจคาราวะของเก่าจนทั้งผู้เขียนนิยาย หรือแฟนเดนตายนั่งยิ้มไปตามๆกัน(ใน The Haunting of Hill House ก็เคยมาครั้งแล้ว) แม้แต่ สแตนลี่ย์ คูบริค เองก็คงนั่งยิ้มไม่หุบถ้าแก่ยังอยู่

ต้องเรียกได้ว่าเป็นยุคที่ สตีเฟ่น คิง ยิ้มแก้มไม่หุบรัวๆเลย เพราะผู้กำกับเก่งๆเอานิยายแกไปทำแล้วทำออกมาได้ดีรัวๆเลย ก่อนหน้านี้ก็ IT และเดี๋ยวมีตามออกมาอีกรัวๆ ส่วน Doctor sleep เรื่องนี้ บอกเลยว่าอย่าได้พลาด เป็น 2 ชั่วโมงครึ่งที่แทบไม่รู้สึกรู้สาว่ามันนานเลย แล้วคุณจะหลงรักทั้งพวกตัวร้ายและฝั่งคนดี

โดยเฉพาะน้องหนู ไคลี่กห์ เคอร์แรน ผู้รับบท แอบร้า ที่เอาไปสู้กับน้องแอลใน Stranger thing ได้สบายๆ แต่ขอหักคะแนนนึง เป็นจุดเล็กๆที่เบื่อมากคือความพล่ามไปเรื่อยของตัวร้ายก่อนที่จะลงมือฆ่าที่เห็นในหนังมาแล้วเป็นหมื่นๆเรื่อง มึงจะตั้งหน้าตั้งตาฆ่าเลยแม่มึงจะมีผัวใหม่กันเหรอ

*** พวกยิปซี พวกฮิปปี้อะไรพวกนี้โดนแซะรัวๆในหนังฮอลลีวู้ดเลยช่วงนี้ ก่อนหน้านี้ก็ Midsomar , Once Upon a Time in Hollywood , zombieland 2 , จริงๆคือแม่งโดนมานานแล้วล่ะ พอๆกับพวกวีแกนแดกแต่ผัก แต่ก็แค่แซะขำๆ แต่หลังๆมานี่โดนขุดมาแซะจนดูแย่ ดูต่ำตมไปเลย

Home alone (1990) โดดเดี่ยวผู้น่ารัก

หนูน้อยปราบโจร ไม่ได้มีแค่ใน Home alone

ในยุคที่ทุกคนจดจำหนังอย่าง Home Alone อันพูดถึงการต่อกรกับพวกหัวขโมยด้วยความฉลาดหลักแหลมของเด็กชายตัวน้อย แต่หากใครได้ดูหนังอย่าง Baby’s Day Out จ้ำหม้ำเจ๊าะแจ๊ะให้เมืองยิ้ม ปี 1994 ที่ทำตามหลังไอ้หนูโดดเดี่ยวเรื่องน้นออกมา

จะพบว่าเป็นหนังที่มีไอเดียคล้ายคลึงกันมาก แต่ทว่ามันไม่ใช่เรื่องราวของเด็กจอมแสบสู้โจร แต่มันคือการผจญภัยของเจ้าหนูตัวน้อยที่เพิ่งคลานได้ และเขาได้คลานไปทั่วทั้งเมือง โดยมีพวกโจรกระจอกตามจับตัวเพื่อเรียกค่าไถ่ แล้วพวกโจรมันก็ต้องแพ้ภัยตัวเอง โดนความไร้เดียงสาเล่นงานพอๆกับที่พวกโจรโดนใน Home alone นั่นแหละ

หนังพูดถึงเจ้าหนูลูกเศรษฐี ที่หายตัวไปพร้อมๆ กับความอกสั่นขวัญแขวนของพ่อแม่ โดยมีพวกโจรโฉดลักพาไปเพื่อเรียกร้องเงินก้อนโต แต่หารู้ไม่ว่าไอ้หนูนี่ไม่ธรรมดา เด็กน้อยคลานไปทั่วทุกหนแห่งและพบเจอกับเหตุบังเอิญมากมายอันเกิดจากความซุกซนของเด็กน้อย

ดูหนังออนไลน์

จนทำให้โจรชั่วเจ็บตัวไปตามๆกัน ไม่ว่าจะเป็นการคลานต้วมเตี้ยม ข้ามถนนที่มีรถวิ่งขวักไขว่ การคลานขึ้นตึกสูงแบบไม่รู้อิโหน่อิเหน่ การเข้าไปอยู่ในกรงกอริลล่า และอีกสารพัดการผจญภัยที่จะทำให้คุณยิ้มหัวเราะกับความซวยเช็ดของพวกโจรตลอดทั้งเรื่อง

หนังออกโทนการ์ตูน ดูหนังออนไลน์ ที่ไม่ต้องถามหาความสมเหตุสมผลใดๆ ทั้งสิ้น แต่ทว่าความน่านักน่าชังของเด็กน้อย บวกกับสถานการณ์วายป่วงต่างๆสามารถดึงคนดูได้อยู่หมัด หากว่า Home alone คือหนังที่ว่าด้วยความเก่งกาจฉลาดล้ำของเจ้าหนูเควิน Baby’s Day Out ก็คือตัวแทนแห่งความไร้เดียงสาที่ภัยร้ายใดๆก็มากล้ำกลายเด็กผู้บริสุทธิ์ไม่ได้

เป็นอีกหนึ่งความประทับใจยุค 90 ที่หลายๆ คนอาจเกิดไม่ทัน หรืออาจจะผ่านหูผ่านตาไป แต่ไม่ได้ดู เอากลับมาดูอีกครั้งก็ยังสนุกอยู่ แนะนำเลย มันสนุกไม่แพ้โดดเดี่ยวผู้น่ารักจริงๆ และนี่คือต้นฉบับของฉากดับไฟที่เป้ากางเกงแล้วคนก็กระทืบหำรัวๆจนไฟดับ เรื่องนี้แหละเรื่องแรกเลย แล้วหนังยุคหลังๆก็พากันทำตาม

หนังกำกับฯโดย แพททริค รีด จอห์นสัน ที่ต่อมาเขาได้เขียนบทหนังอย่าง DragonHeart มังกรไฟหัวใจเขย่าโลก จนโด่งดัง ส่วนดารานำก็มีทั้ง โจ แพนโตเลียโน่ ( สารวัตรคอนราร์ดจาก Bad boys) โจ มันเตญญ่า ( เดวิด จากซีรี่ส์Criminal Minds) ส่วนเด็กที่รับบทเป็นเจ้าหนูบิงค์นั้นตอนนี้อายุ 27 ปีแล้ว

และมีเครดิตหนังที่เขาแสดงแค่เรื่องนี้เรื่องเดียว เพราะเติบโตขึ้นมาเขาก็เอาดีทางด้านเชฟและการโรงแรม Home Alone ภาค 1 เรียกได้ว่าเป็นหนังเก่าตั้งแต่ปี 1990 แต่พอกลับมาดูแล้วก็ยังสนุกเหมือนเดิม อาจจะเป็นเพราะความน่ารักของเจ้าหนูตัวเอกของเรื่องก็เป็นได้

เรื่องย่อของเรื่องเนี้ยง่ายๆเลย หลายๆ คนอาจจะคุ้นๆ กันกับ เว็บสตรีมหนัง อยู่แล้ว มันเกี่ยวกับเด็กผู้ชายตัวน้อยที่ต้องอาศัยอยู่ในบ้านตัวคนเดียว เป็นเหตุเนื่องมาจากครอบครัวของเขานั้นลืมเขาไว้ที่บ้าน และนอกจากเขาต้องอาศัยอยู่คนเดียวแล้ว เขายังต้องรับมือกับโจรที่กำลังจะปล้นบ้านของเขาอีกด้วย

เราพูดถึงเรื่อยย่อกันไปแล้วกับ Home Alone ภาค 1 เรามารีวิวตัวหนังกันบ้านดีกว่า หนังเรื่องนี้เรียกได้ว่าเป็นหนังที่ดูแล้วตลก ดูแล้วก็รู้สึกว่าเจ้าเด็กน้อยนักแสดงเนื้อมันแสดงได้น่ารักซะเหลือเกิน ( พอโตมาไหงกลายร่ายได้หว่า ) หนังจะมีฉากที่หนูน้อยคนนี้เล่นงาน 2 โจรที่เข้ามาปล้นบ้านของเขา

เรียกได้ว่าเจ็บแสบเลยละ แต่โจรพวกนี้ก็อึดใช่ย่อย โดนไปหลายทีก็ยังไม่หมดสติ แน่นิ่ง ผมลองคิดถึงตัวเองหากเป็นโจรโดน Shot แรกคงจะไม่ปล้นบ้างหลังนี้แล้วละ ฮ่าๆ 

จากเด็กลูกแหง่ กลายมาเป็นเด็กที่คอยเฝ้าบ้าน ไม่น่าเชื่อนะครับเพียงข้ามคืนจากเด็กที่แบบทำอะไรไม่เป็นแม้แต่จะจัดกระเป๋าของตัวเอง กลับกลายเป็นเด็กที่วางแผนจัดการเหล่า 2 โจรได้อย่างแยบยล ไม่รู้ว่าไปคิดมาได้ยังไง แต่ก็อย่างว่าแหละนะ มันก็คือหนัง ถ้าหากไม่คิดเล็กคิดน้อยมันก็คงจะไม่สนุก

ลองคิดดูนะครับหากเป็นคุณลืมลูกคุณไว้ที่บ้าน แล้วตัวคุณเดินทางออกไปแล้วคุณจะทำยังไง นอกจากหนังจะเล่าเรื่องของเด็กแล้วยังเล่าเรื่องความเป็นแม่ ให้กับคนดูอีก เรียกได้ว่า แม่ถึงแม้จะลืมลูกแต่พอนึกขึ้นได้แล้วก็ยอดแลกทุกอย่างเพื่อกลับไปหาลูกให้ไวที่สุดเลยทีเดียว

Zombieland 2 : Double Tap (2019)

กลับมาอีกกับ ก๊วนล่าซอมบี้สุดฮา ในตำนาน

ไอ้สัสลั่นทั้งเรื่อง พอดีรอบที่ดูคนน้อย ราวๆ 5-6 คนได้มั้ง กูเลยเพิ่มกระทืบเท้าเข้าไปด้วย การได้เห็นอะไรลั่นๆนี่มันช่วยระบายอารมณ์ได้ดีจริงๆ ภาคนี้เสิร์ฟให้มึงทั้งความโหด มันส์ ฮา พอฟัดพอเหวี่ยงกับภาคแรกตามมาตรฐาน แต่สัดส่วนในการปะทะกับซอมบี้ลดลงจนแทบจะเป็นหนังตลกเน้นบทสนทนาไปแล้ว

ภาคนี้เหมือนมึงเอาซอมบี้มาเดินๆให้พวกแก๊งแม่งยิงเล่นควบคู่ไปกับการง้องอนกัน มันพูดถึงช่วงเวลาหนึ่งที่คนเราอยู่ๆกันมานานและเริ่มที่จะเบื่อๆกันแล้ว ไม่ว่าจะในฐานะแฟน ฐานะเพื่อน ฐานะพ่อ คือเพราะโลกมันไม่ค่อยมีคนกลุ่มใหม่ๆให้คุยให้สานสัมพันธ์แล้วไง หันไปไหนก็เจอแต่ซอมบี้ เจอแต่กันเอง

มันจึงเกิดภาวะดิ้นที่จะออกไปแสวงหาใครต่อใครบ้าง ดูหนังออนไลน์ แม่งไม่ได้โฟกัสไปที่ซอมบี้เลย ซอมบี้มีสภาพไม่ต่างจากแมงวัน แค่พวกสมาชิกแก๊งเอามือปัดๆแล้วหันมาเถียงกันต่อ

มุกเล่นกับประวัติศาสตร์อเมริกัน ไม่ว่าจะเป็นเพลง หนัง การเมือง ฯลฯ ถูกใส่เข้ามาอย่างเพลิดเพลิน ตัวแย่งซีนยกให้สาวโง่เมดิสัน ที่ความโง่ของนางคือความบันเทิงขีดสุด ไม่นึกว่าตัวละครที่มีสถานะเหมือน มาหยารัศมี จากดาวพระศุกร์ จะทำให้หลงรักได้ขนาดนี้ นางคือมาหยารัศมี เวอร์ชั่นโง่หมดจด โง่ซ้ำโง่ซ้อน(เอาจริงๆจะบอกว่าเป็นอีเหมียวในบางรักซอย9ก็ไม่ผิด) คิดถึง กิ๊ก สุวัจนี ในทันที

ฉากโหดสัสๆยังมีให้เห็นเกลื่อนเรื่อง ยิงหัวเละ ขับรถเหยียบ ขวานจามหัว กระทืบหัวเละ หนังยังคงจัดหนักจัดเต็ม แต่อย่างที่บอกว่าซอมบี้แม่งไม่ต่างจากแมงวันเลยจริงๆ มึงหลีกดิ๊คนเขาจะเถียงกัน 55555 แต่การที่หนังไม่เน้นความน่ากลัวซอมบี้แล้วก็เป็นดาบสองคมเช่นกัน เพราะเห็นแฟนหนังซอมบี้บ่นๆกันเยอะว่าให้กูมานั่งดูมึงเถียงกันทำไม

ส่วนคนที่ไม่ได้อะไรกับ หนังออนไลน์ ซอมบี้มาก เรียกได้ว่านี่เป็นการกลับมาเจอเพื่อนเก่ากลุ่มเดิม เพิ่มเติมคือเริ่มมีผู้รอดชีวิตกลุ่มใหม่ๆมาให้ได้ทำความรู้จักกันมากขึ้น หนังเน้นย้ำในเรื่องของความเป็นครอบครัว ซึ่งก็เห็นกันดาดดื่นในหนังหลายๆเรื่อง

มุกเสียดสี มุกล้อเลียน อันเป็นอีกลายเซ็นต์ของหนังยังคงเฉียบเช่นเคย จะสังเกตเห็นได้ว่าหนังฮอลลีวู้ดยุคหลังๆแม่งชอบขุดเอาพวกฮิปปี้ บุปผาชนอะไรพวกนี้มาแซะ เห็นหลายเรื่องเลยจริงๆ ก็แหงล่ะ หนังแม่งเปิดหัวด้วยเพลง Metallica นี่กูก็รู้เลยว่าผู้กำกับแม่งสายไหน หักไป 2 คะแนนเพราะไม่มีขนมทวิงกี้ ซึ่งควรจะเอากลับมาเล่นมากๆ และอีกข้อคือแม่งเป็นหนังซอมบี้ที่กูเวทนาซอมบี้มากๆ ทั้งที่ควรจะทำให้กูกลัวพวกมันบ้างสิสัส

*** หนังแม่งไม่ตรงปก เพราะน้องอบิเกล เบสลิน ในโปสเตอร์ยังสวยอยู่ แต่ในหนังน้องแม่งกลายสภาพเป็น แจ็ค แบล็ค ไปแล้ว

ดูหนังออนไลน์

บันเทิงเต็มสูบมาก ส่วนตัวรู้สึกสนุกกว่าภาคแรกไปอีก ยิ่งถ้าได้ดูภาคแรกเมื่อ 10 ปีที่แล้วมาก่อนจะยิ่งสนุกขึ้นมากๆ เพราะมันมีมุขหลายอย่างที่ Ref มาเต็มไปหมด ถ้าใครดูมาก็จะเก็ทและฮาลั่นไปกับฉากเหล่านี้ได้ทันที จนเรียกได้ว่าจำเป็นต้องดูมาก่อนเลยก็ว่าได้ (ซึ่งก็สามารถหาดูได้ใน Netflix ตอนนี้)

โดย Zombieland ในภาคนี้ ยังคงเล่าเรื่องในจักรวาลเดิม เพิ่มเติมคือปัญหาของตัวละครที่ทำให้ต้องแยกกันอีกครั้ง เมื่อลิตเติ้ลร็อคหนีตามผู้ชายไป สมาชิกที่เหลือจึงตัดสินใจออกตามหา ท่ามกลางซอมบี้ที่เริ่มมีวิวัฒนาการมีสกิลการล่าหลายรูปแบบมากขึ้น

แม้จะเป็นภาคต่อแต่หนังก็ยังมีความสดใหม่ โดยเฉพาะด้านมุขตลกที่แพรวพราวมากๆ ทั้งมุขจากสถานการณ์ต่างๆ ที่ถูกคิดมาเป็นอย่างดี รวมไปถึงทีมดารารับเชิญที่มาแย่งซีนกันอย่างเต็มที่ และเรียกเสียงฮาได้แบบไม่มีใครยอมใคร โดยเฉพาะ Zoey Deutch ที่มาในบทสาวสวยใสไร้สมอง ที่ทำเอาขำระดับ 10 กะโหลกกันไปเลย

นอกจากมุขตลกเจ๋งๆ แล้ว ฉากแอคชั่นก็ยังคงสนุกสร้างสรรค์และมีซีนสวยๆ เท่ๆ เยอะมาก ส่วนข้อเสียอาจจะเป็น Development และ Conflict ตัวละครที่ปูมา แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ใช้ และคลี่คลายง่ายๆ หากตัดส่วนนี้ไปแล้ว ก็นับว่าเป็นหนังสายบันเทิงชั้นเยี่ยมอีกเรื่องปี ที่สามารถสร้างเสียงหัวเราะและความบันเทิงได้ถึงใจจริงๆ Hasta La vista, Baby

Happy Birthday Father สุขสันต์วันเกิด…ครับพ่อ

นี่คือ หนังไทยระทึกขวัญการเมืองชั้นดี

การเสียชีวิตของกำนันโชติกลายเป็นที่ตื่นตะลึงของคนในสังคมอย่างยิ่งเมื่อมือปืนที่ยิงเขานั้นไม่ใช่แต่เป็นลูกเลี้ยววัย 8 ขวบที่ชื่อว่า ไม้ ที่เขากำลังจะเปิดตัวในงานรับตำแหน่งด้วยซ้ำ คดีนี้ทำให้หมวดตุลย์ ตำรวจหนุ่มจากเมืองกรุงต้องเข้ามาสืบแล้วพบว่า คดีนี้อาจจะมีอะไรซับซ้อนกว่าที่คาด

เนื่องจากมันเกี่ยวเนื่องกับเรื่องราวความรักความแค้นความอิจฉาริษยาของสองอดีตเพื่อนรักที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวของผลประโยชน์ การเมือง และ ความมืดมิดที่ยากยิ่งกว่าจะคาดเดา สิ่งแรกที่คิดขึ้นเมื่อได้เห็นตัวอย่างของหนังเรื่องนี้เนื่องจากว่า

หนังไทยแนวระทึกขวัญดราม่าการเมืองนี้นั้นมันไม่ค่อยมีที่ทางเท่าไหร่นัก แม้ว่าจะมีการสร้างขึ้นมาบ้าง แต่อย่างที่เรารู้หนังแนวนี้ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าไหร่นัก (เรื่องสุดท้ายที่เป็นแนวนี้ เราต้องย้อนไปถึงสารวัตรหมาบ้ากันเลย) แน่ละว่า เหตุผลสำคัญคือ หลายคนมองว่า

หนังควรเป็นสิ่งบันเทิง ที่ไม่ควรทำ ดูหนังออนไลน์ อะไรเครียดๆและให้คนลืมชีวิตเซ็งเคร้งไปมากกว่ายิ่งการแตะการเมืองแล้วยิ่งแล้วใหญ่ อันเป็นผลจากการเมืองของเราตอนนี้มันชวนให้สิ้นหวังหดหู่เสียเหลือเกินจึงไม่ใคร่ที่จะมีหนังที่เอาการเมืองมาพูดโต้ง ๆ หนัก ยิ่งเป็นแนวการเมืองท้องถิ่นแล้ว

มันยิ่งห่างไกลจากความคิดของหลายคนเสียเหลือเกิน จึงไม่แปลกที่จะยกย่องความกล้าหาญของคนทำหนังเรื่องนี้ที่ทำหนังด้วยโจทย์นี้ และ แน่นอนว่า ที่ต้องปรบมืออีกรอบคือ การหยิบเอาหนังที่มันมีประเด็นแรง ๆ หลายอย่าง อาทิ การเมือง ผลประโยชน์ เด็กฆ่าคน มาใช้โดยที่มันไม่กลายเป็นหนัง

แบบบันทึกกรรมได้นี่เป็นเรื่องที่น่าสนใจนะ คือ ตัวหนังมันมีโอกาสจะเป็นแบบนั้นทุกนาทีอยู่แล้ว แต่มันยังพอจะสำนึกว่า ทำแบบนี้ไม่ได้นะแล้ววกออกไปไม่ให้มันเป็นแบบนั้นได้ก็ถือว่ายอดเยี่ยมจริง เอาจริงนะ หนังมันมีปัญหาอยู่สองอย่างคือ บทที่กระท่อนกระแท่นไม่ค่อยสมบูรณ์นัก

(คือ มันมีปัญหาจนรู้สึกได้เลยว่า หนังมันมีปัญหาอยู่) และการแสดงของนักแสดงที่จะพูดว่า มันไปคนละทิศคนละทางกันสิ้นเชิง จะพูดไงดี คือ หนังมันมีส่วนที่แสดงดีโคตรอย่าง ชยุตพล บำเพ็ญ ที่รับบท กำนันโชติ ที่ต้องบอกว่า มันคือการแสดงที่ยอดเยี่ยมของเขา ทุกครั้งที่ออกมานั้นแทบจะเรียกว่า

กลืนกินคนอื่นไปหมดทั้งแววตาความเฮี้ยม ความน่าสงสาร น่าเห็นใจ คือ แกเล่นดีมาก มากจนฆ่าหลายคนไปหมดพอร่วมจอ เอาจริง ๆ พี่นิกกี้ เด็กผีเราก็เล่นหล่อและเท่นะ แต่คนนี้ของจริงและอาจจะมีลุ้นรางวัลได้ในปลายปี เพราะ แกนี่ละทำให้หนังที่การแสดงกระจายไปทั่ว

โดยเฉพาะนักแสดงหญิงที่ถ้าไม่เล่นใหญ่จนกลายเป็นหนังตลกทุกซีน ก็แข็งทื่อ ตื่นกล้องอย่างชัดเจนตลอดเหมือนกัน (ต้องบอกว่า นักแสดงชายเล่นดีกว่าหญิงเกือบหมดเลย) นั่นทำให้หนังมันมีสภาพประมาณไปดูอาจจะรู้สึกถึงความไม่เข้ากันเวลานักแสดงพวกนี้เข้าซีนด้วยกันด้วยซ้ำ

ดูหนังออนไลน์

กระนั้นเอง นอกจากสองเรื่องนี้แล้วนี่คือ หนังระทึกขวัญไทยที่น่าสนใจเรื่องหนึ่งตรงที่มันบอกเล่าภาพความมืดมิดของโลกการเมืองและผลประโยชน์เอาไว้ได้อย่างชัดเจน เราเห็นภาพการฟาดฟันของเพื่อนสองคนที่พยายามจะเข้าสู่อำนาจ ผ่านความอิจฉาริษยากันและกัน

ก่อนจะนำมาสู่ความพินาศของแต่ละคน โดยเฉพาะการเล่นไม่ซื่อ หรือ การแสวงหาอำนาจนอกระบบต่าง ๆ (อาทิ ตำรวจ ส.ส.) มาใช้ ภาพของมันให้เราเห็นอารมณ์ การเมืองกินคนที่สุดท้ายก็ทำลายทุกอย่างแม้อุดมการณ์ ความรัก ครอบครัวจนหมดสิ้น เหมือนที่หนังมันให้เห็นภาพความพินาศ

ของคนเหล่านี้ที่แม้จะบอกว่าตัวเองเป็นนักการเมือง มีอำนาจ มีอะไร แต่สิ่งที่พวกเขาเจอคือ ความไม่สมบูรณ์แบบ พวกเขาไม่มีความสุข พวกเขาต้องหวาดระแวงกับความตาย การหักหลังตลอดเวลา เหมือนที่ตำรวจชราบอกกับหมวดตุลย์ว่า การเมืองศัตรูเยอะ พวกเขาต้องพกปืน

สอนให้คนในบ้านใช้ปืนตลอดเวลา เผิ้อเอาไว้ในเวลาจำเป็น มันก็แทบบ่งบอกถึงสภาพของโลกในเรื่องแล้วว่า มันเป็นแบบใด เอาจริง ๆ มันเกือบไปถึงหนังอย่าง Infernal Affairs 2 เหมือนกันนะที่เพื่อนรักหักหาญกันจนกลายเป็นศัตรูในเวลาต่อมา ซึ่งน่าเสียดายหนังมันไม่ได้เจาะไปในเรื่อง

กำนันโชติและกำนันอินมากกว่านี้ว่า พวกเขาเป็นอย่างไร แต่บทสรุปของมันก็นำพาไปสู่สิ่งที่หนังมันบอกเราแหละว่า หายนะมันเริ่มก่อตัวจากอะไร เราเห็นการเมืองที่ไปทอด ๆ กำนัน ไป ตำรวจ ไปส.ส. ไปรัฐมนตรี ทุกอย่างเป็นทอด ๆ และต้องระแวงกันไปว่า สุดท้ายมันจะจบยังไงเหมือนที่บอกแหละว่า

ไม่ถูกไม้ยิงตายก็ต้องถูกคนอื่นฆ่าทิ้งอยู่ดี จึงไม่แปลกที่หนังจะเลือกให้บทสรุปในความมืดมิดว่า อย่างน้อยก็มีความหวังอยู่ อย่างน้อยก็ยังพอจะให้เราได้คิดว่า อย่างน้อยก็มีคนที่ไม่จำนนหรือยังเชือมั่นใจความดี ความถูกต้องต่อไป แม้ว่าโลกแห่งความจริงจะโสมมและสามานย์เพียงใดก็ตาม

แน่ละว่า นี่คือ หนังไทยระทึกขวัญการเมืองชั้นดี ที่เรียกได้ว่า หนังถ่ายทอดสด ออกมาในช่วงที่หลายคนอาจจะรู้สึกว่า โลกใบนี้มันไม่เหลืออะไรให้เชื่อมั่นแล้ว ให้เรารู้สึกว่า มันมีอะไรที่เราเชื่อได้อยู่ละนะ อย่างที่บอกว่า แม้หนังจะมีจุดอ่อน จุดด้อยไปบ้าง แต่ในความอ่อนด้อยนั้นก็มีอะไรที่เรียกได้ว่า

เต็มไปด้วยความกล้าหาญ ทะเยอทะยานในช่วงหนังไทยหลายเรื่องวนเวียนกันเพียงหนังแนวเดิม นี่คือ หนังที่พาเรากระโจนไปสู่ความมืดมิดและหาแสงสว่างได้อย่างน่าสนใจเลยละ เอาเป็นว่า แอดเอาใจช่วยและขอให้หนังได้มีรอบเยอะ ๆ เพราะ ตอนนี้รอบน้อยจนน่าระเหี่ยใจจริง ๆ ถ้าใครมีโอกาสลองไปชมนะครับ หนังแบบนี้ไม่มีบ่อย ๆ

ป.ล. จริง ๆ อีกอย่างที่ชอบคือ หนังเนรมิตเชียงรายในช่วงสิบปีก่อนได้สมบูรณ์ดีนะ คือ เรารู้สึกถึงความเวิ้งว้าง ความมืดมิด ในความสวยงามของที่นี่ได้ ต้องชมทีมงานและการถ่ายทำด้วยว่า ทำให้หนังมันแพงและดูดีในหลายซีนเลยละ นี่ยังไม่รวมถึงความใจถึงที่เน้นโหดเลือดสาดแบบไม่ยั้ง

(คิดภาพยิงกันหัวทะลุเลยนะ) จนหนังได้เรต 18+ มาครองแบบสมใจ แต่นั้นแหละ มันโหดจริง ๆ แต่ก็แอบเสียดายนิด ๆ ที่หนังมันยังไปไม่สุดกับนักแสดง ถ้ามันได้ทีมนักแสดงหรือสตูใหญ่กว่านี้ เราจะได้หนังทริลเลอร์อาชญากรรมชั้นดีในแบบ เฉือน หรือ ซุ้มมือปืนมาเลย แอบเสียดายนิด ๆ

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น