Terminator : Dark fate (2019)

กูว่าแม่งควรพอได้แล้ว

พอเถอะไอ้สัส เพ้อเจ้อชิบหาย เจมส์ คาเมรอน นั่งโปรดิวเซอร์เองแต่เสือกห่วยได้ขนาดนี้ ภาค Genisys ที่ว่าห่วยๆแม่งยังได้ฮา ย้อนไป Rise of the Machines อันนั้นแม้จะเป็นการยำใหญ่เอาภาค 1-2 รวมกันมาขายหน้าด้านๆ อย่างน้อยฉากโซ่ตรึงรถบรรทุกหัวคะมำ กับฉากแบกโลงศพรัวปืนกลแม่งก็ตราตรึง

ภาค Salvation ก็ได้เห็นการต่อสู้ของจอห์นวัยโต แต่อีภาคนี้นอกจากจะทรยศแฟนเดนตายหน้าตาเฉยและมักง่ายแล้วมึงยังแคสนักแสดงได้โคตรไม่มีราศี ตัวร้ายเหมือนมาขายประกัน ส่วนนางเอกฝ่ายมนุษย์นี่ เอมิเลีย คลาร์ก ว่าแย่แล้วนะ เจอคนนี้เข้าไปจบเลย ดียังได้ป้าลินดามาช่วยแต่ก็ได้เท่านั้นจริงๆ ส่วนการมีอยู่ของลุงอาร์โนลด์เวอร์ชั่นเหล็กเหี่ยว ก็นี่แหละที่กูบอกว่ามันเพ้อเจ้อ

มึงอย่าเรียกตัวเองว่าภาคต่อจาก Judgment day ที่แท้จริงเลย และอย่าเรียกตัวเองว่าภาครีบูทด้วย เพราะมึงมาเพื่อทำร้ายจิตใจแฟนเดนตายสองภาคแรก และมาเพื่อต่อลมหายใจหาแดกกับของเก่าตามประสาคนแก่ก็แค่นั้น ไอ้การพาคนดูไปดูพวกมึงซัดกันบนเครื่องบนที่บินบนฟ้า การพาลงห้วยลงเขื่อนตีกัน

เละของมึง กูบอกเลยมันเทียบไม่ได้กับฉากยิงหัวแบะจากภาค 2 แค่ฉากเดียวนั้นไม่ได้แม้แต่ขี้เล็บ ภาคนี้หนังพาเราไปผจญภัยกับโลกคนเหล็ก เวอร์ชั่นเฟมินิสต์ พลังหญิงพลุ้งพล่านเต็มสูบ แอบมีความเป็น LGBT หลากหลายทางเพศเพื่อตามกระแสโลก อันที่จริงหนังแม่งเป็นเฟมินิสต์ มาตั้งแต่ภาคแรกแล้วล่ะ

เพราะมันคือการต่อสู้ของ ซาร่าห์ คอนเนอร์ เป็นแกนหลัก แล้วกูก็ไม่รู้ว่ามึงจะตอกย้ำความเฟมินิสต์ซ้ำเข้าไปอีกทำลาบเป็ดอะไร นี่ถ้าไม่เกรงใจแฟนๆเก่า มึงคงตัดบทลุงอาร์โนลด์ออกแล้ว เล่าเรื่องหุ่นทอมเต็มๆไปแล้ว แต่กูว่าถ้าจะให้ลุงอาร์โนลด์มาเวย์นี้ มึงตัดแกออกแล้วให้เป็นหุ่นทอมเพียวๆเ หอะ

กูแม่งก็คาดหวังกับมันมากๆเพราะลุงเจมส์กับผู้กำกับ ทิม มิลเลอร์ บอกว่านี่คือภาค 3 ที่แท้ทรู ก็ไม่คิดว่าจะมาหน้านี้ ส่วนไอ้ฉากแอ็คชั่นที่เป็นลายเซ็นต์ จิตวิญญาณของหนัง Terminator มันก็มีให้เห็น รถบรรทุกเอย ค็อปเตอร์เอย รถแวนเอย รถจิ๊ป ฯลฯ แถมเพิ่มเครื่องบินโบอิ้งให้ด้วยเอ้า

แต่ทั้งหมดทั้งมวล พอเขย่าออกมาแล้ว แม่งล้นเกินไป ดููหนังชัด โฉ่งฉ่างเกินงาม คือกูแค่อยาก หุ่นสองตัวหน้านิ่งๆจับหัวกันไถกับกำแพง จับเหวี่ยงใส่ล้อรถ แค่นี้ก็พอแล้ว มึงไม่จำเป็นต้องพากูขึ้นไปบนอากาศเลย คือขึ้นไปได้ แต่ขึ้นไปแล้วทำได้สนุก ตื่นเต้น เร้าใจ กูจะไม่ว่าเลยสัส พอกันทีกับแฟรนไชส์นี้ กูจะไม่คาดหวังเหี้ยไรกับมึงอีกแล้ว ขุดเอาภาคเก่ามาดูรัวๆเพื่อล้างตาสัส

ไม่ใช่เพราะกูยึดติดกับแต่ของเก่าๆหรอก แต่มันมีวิธีมากมายที่ไม่ต้องทำร้ายจิตใจคนดูกันขนาดนี้ คือเจมส์ คาเมรอน มึงปล่อยผ่านมาได้ยังไง แล้วกูเห็นเคยออกมายุให้คนดูให้เบื่อหนัง Marvel คือถ้าลุงแก่แล้วทำได้แค่นี้ หรือให้ลุกน้องลุงเอาหนังของลุงมาปู้ยี่ปู้ยำขนาดนี้

กูขอกลับไปตายกับ หนังออนไลน์ Marvel ดีกว่า แล้ว 5/10 นี่ 2 คะแนน กูให้คะแนนตัวเองที่ทนดูจนจบ อีก 3 คะแนนให้ฉากแอ็คชั่นช่วงเปิดหัวแค่นั้นแหละ

( ต่อไปนี้เป็นการสปอยล์ เพราะอดทนไม่ไหวจริงๆ อย่าได้เผลอลงไปอ่านกันนะ)

ดููหนังชัด

เปิดเรื่องมามึงก็ฆ่า จอห์น คอนเนอร์ วัยเด็กเลย คือเหมือนบอกให้คนดูรู้ว่าลืมไอ้จอห์นกันได้แล้ว มันตายแล้วในภาคนี้แหละ เอ๊า…ไอ้ควาย แล้วที่เขาหนีหัวซุกหัวซุน ร่วมวีรกรรมกับแม่ กับหุ่นตัวเก่าในภาค 2 จนคนดูประทับใจกันทั้งโลกนี่มันคืออะไร มันมีความหมายอะไรกับมึงบ้างไหมแม่เย็ด

มึงบอกมันคือภาค 3 ที่แท้จริง แต่เปิดเรื่องมามึงให้ T-800 ฆ่าไอ้จอห์นตายโหง แม่มึงตายไอ้สัส กูอุตส่าห์นั่งฟินเพราะ เอ็ดเวิร์ด เฟอร์ลอง วัยเด็กมึงใช้ CG ทำได้เนียนมาก กูโคตรคิดถึง แต่มึงทำงี้ได้ไง ทำไปเพื่อส้นตีนอะไร? แล้วที่กูบอกว่าเหตุผลการมีอยู่ของหุ่น T-800 ที่แก่ได้เหี่ยวได้

มันบอกเป็นหุ่นที่ฆ่าจอห์นแล้วเสือกสำนึกได้ แล้วมันก็อยากมีความรู้สึกนึกคิดแบบคน อยากมีลูกมีเมีย พูดง่ายๆคือมันเป็นหุ่นที่วิวัฒนาการได้ แล้วลูกเมียเสือกไม่รู้ด้วยนะว่าเป็นหุ่น ซาร่าห์ถามว่าไม่รู้ได้ไงหนัก 400 ปอนด์ขนาดนี้ เด้ากันมันไม่เอะใจเลยเหรอ มันบอกไม่เคยเด้ากัน 55555555555555 ค้วย!!!

แล้วการหาทางออกให้สถานการณ์คับขันของมึงนี่ เอาเด็ก ป.4 มาเขียนบทกูว่ามันยังสามารถอธิบายได้ดีกว่าที่มึงทำอยู่นี้ ไม่ว่าจะเป็นการขับรถไม่เป็นของนางเอก ที่กูนึกว่ามึงจะมีทางออกที่ดีกว่านั้น เพราะมึงบอกว่ามันมีทาง ปรากฏว่าอีสัส มึงตัดสินใจขับเอง อีเหี้ย!! หรือการฉีดยาของป้าซาร่าห์ให้หุ่นทอมที่

กำลังพะงาบๆ นางเอกถามป้าว่ารู้ได้ไงว่าฉีดยาในปริมาณเท่านี้ๆ กูนึกว่าป้าจะตอบแบบฉลาดๆว่ากูเรียนรู้มาเหมือนกัน ปรากฏป้าบอก กูมั่วเอา อิเหี้ย!!! คือระหว่างดูแล้วเจอคำตอบที่หนังไม่พยายามอธิบายใดๆทั้งสิ้นให้กูหลายซีนมาก มากจนคิดว่านี่มึงเอาเด็กฝึกงานที่ไหนมาเขียนบท จนกระทั่งฉากไคลแม็กซ์มาถึง

หุ่นสังหารรุ่นใหม่ที่ตามฆ่าแบบไม่ลดละ อยู่ๆแม่งก็เดินมาเจรจาว่า ส่งนางเอกมาซะดีๆ ไอ้เหี้ย!! คือมึงลุยแหลก ลุยก่อนถามมาตลอดแบบที่ว่าพวกมันสู้มึงไม่ได้เลย โปรแกรมมึงถูกตั้งมาให้ลุยเละ แต่เสือกมายืนเจรจาส่งอีนั่นมาซะดีๆ

มันคือเหี้ยอะไร มึงลุยไปฆ่ามันให้ตายตกตามกันสิ แล้วค่อยฆ่านางเอก จะมาเจรจาทำส้นตีนอะไรมึงไม่ใช่ตำรวจเจรจาตัวประกัน โอ๊ย….. แล้วหุ่นลุงอาร์โนลด์นี่ไร้สาระ เพ้อเจ้อชิบหาย

สองซีนทีทีมงานในกอง เสียงเข้าโรงบาลบ้า

แสบสนิท ศิษย์ส่ายหน้า

สองฉากวัดใจทีมงานของหนัง แสบสนิท ศิษย์ส่ายหน้า คือฉากที่จะกล่าวต่อไปนี้นี่แหละ ที่บอกว่าวัดใจทีมงานก็เพราะมันเป็นช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานที่ทีมงานไม่ว่าจะเป็นเด็กยกไฟ ถือไมค์บลูม เด็กเสิร์ฟน้ำ ผู้กำกับ หรือแม้กระทั่งดาราที่เข้าฉากด้วยกัน เองต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่โหดร้ายที่สุด ในสายอาชีพของตนเอง

ไม่รู้ว่าพวกเขาเอาชีวิตรอดจากการถ่ายทำฉากนี้กันมาได้ยังไง เพราะมันเสี่ยงเหลือเกินที่คุณจะลงไปดิ้นบนพื้นแบบคนเสียสติ เพราะทนความบ้า ความฮาของนักแสดงชุดนี้กันไม่ไหว อันที่จริงซีนที่น่าจดจำของ แสบสนิทฯ มีหลายซีนมาก แต่ขอยกมาแค่สองซีน อันเป็นซีนที่เอามาเปิดดูเป็นคลิปสั้นๆ ก็ยังฮาลั่นจนทุกวันนี้โดยไม่ต้องดูหนังเต็มเรื่อง

เป็นคลิปที่เวลาเครียดๆ สามารถเอามาเปิด ดููหนังชัด เพื่อผ่อนคลายอารมณ์ได้ดีเสมอๆ ซีนแรกคือซีนที่น้าค่อมด่าน้าจาตุรงค์ในร้านก๋วยเตี๋ยว โก๊ะตี๋แกนั่งยิ้มนั่งขำดูพี่ๆด่ากัน คือเหมือนกับหลุดขำกันจริงๆ แบบที่ว่าไม่ไหวแล้ว กูขอขำหน่อยเถอะแล้วค่อยไปถ่ายใหม่ แต่ผู้กำกับยอร์ชแกเอา เพราะมันดูเป็นธรรมชาติดี

ก็ใครมันจะไปกลั้นขำได้วะ ขนาดดาราด้วยกันเองยังนั่งขำในฉากนี้ แล้วไอ้พวกยกไฟ ยกไมค์บลูม หรือแม้กระทั่งผู้กำกับเองแม่งไม่ลงไปดิ้นเลยเหรอ ฉากร้านก๋วยเตี๋ยวแต่ละตัวนี่สดๆทั้งนั้น ไม่รู้พวกทีมงานเอาชีวิตรอดผ่านซีนนี้มาได้ยังไง กลั้นขำกูว่าทรมานกว่าอั้นขี้แน่ๆ

อีกฉากใหญ่ของเรื่องคือซีนสักลาย ซีนนี้ไม่ใช่มีแค่โก๊ะตี๋ที่หลุดขำ แดน วรเวช พระเอกของหนังก็ถึงกับกลั้นไม่ไหว มันเป็นการโชว์ความบ้าของน้าค่อม ชวนชื่น ที่ส่วนตัวเลยเชื่อว่านี่คืออีกซีนอมตะน่าจดจำของหนังไทยอีกซีนที่ทุกคนไม่ลืมมัน ไดอาล็อกมันส์ๆฮาๆ + นักแสดง ที่พากันปล่อยของกันสุดตีน

ไม่น่าเชื่อว่าทุกคนที่อยู่ในกองถ่ายจะเอาชีวิตรอดออกมาได้ คือใครที่บอกว่าการแสดงฉากเสี่ยงตายของพวกสตั๊นท์น่ากลัว แต่อันนั้นมันยังมีการเซฟตี้ มีการเตรียมพร้อมก่อนถ่าย แต่อันนี้คือไม่รู้จะเอาตัวรอดกันยังไง เพราะโลกนี้ไม่ได้มีมาตรการเตรียมตัวรับอาการหัวเราะ

ดูหนังชัด

เคยพูดอยู่เสมอๆว่า ผลงาน หนังถ่ายทอดสด แสบสนิท ศิษย์ส่ายหน้า ของพี่ ยอร์ช ฤกษ์ชัย นี่น่าจะเป็นทั้งมาสเตอร์พีซ เป็นทั้งบ่วงกรรมของแกไปในตัว เพราะเวลามีผลงานใหม่ๆของแกออกมาไม่ว่าจะในฐานะผู้กำกับหรือโปรดิวเซอร์ ก็มักถูกคนยกเอาแสบสนิทฯมาอ้างอิงในเรื่องความสนุก ความฮา เอาจริงๆ

หลายคนอยากเห็นแก ย้อนกลับไปทำหนังจักรวาลส่ายหน้า ให้เราดูอีกเหมือนกัน แม้ว่าคนจะจดจำน้าค่อมได้กว่านิดๆจากหนังเรื่อง แสบสนิท ศิษย์ส่ายหน้า ซึ่งก็ถือว่าเป็นมาสเตอร์พีซของน้าค่อมเช่นกัน แต่รู้ไหมว่า โก๊ะตี๋ ได้รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี สาขานักแสดงประกอบชายยอดเยี่ยม จากหนังเรื่องนี้แหละ

รวมถึงรางวัลจากชมรมวิจารณ์บันเทิง ในสาขาเดียวกัน ในปีเดียวกันอีกด้วย บทไอ้สอง ของโก๊ะตี๋ มีซีนที่ได้โชว์เดี่ยวอยู่หนึ่งซีนยาวๆคือซีนนั่งขี้ในบ้านผีสิง มันคือการแสดงที่เป็นธรรมชาติ โจทย์คือโก๊ะตั้งแสดงอาการกลัวให้คนหัวเราะได้ นี่แหละคือหมัดเด็ดที่ทำให้โก๊ะตี๋เอาชนะใจกรรมการ แม้จะค้านสายตานักวิจารณ์บางคน

ที่มองว่ามันแค่หนังตลก และตัวเต็งในปีนั้นในสาขานี้คือ น้องไมเคิล จากเด็กหอ หรือ ลุงยาโน คาซูกิ จาก แก๊งชะนีกับอีแอบ แต่พูดก็พูดเหอะ การคร่ำครวญกลัวผีให้คนฮาทั้งโรงได้นี่มันโคตรยากนะ ยากกว่าซีนอารมณ์บีบน้ำตาอีก ก็อย่าได้แปลกใจที่โก๊ะแกจะสอยรางวัลไปแบบที่ค่ายยักษ์ใหญ่แอบมองค้อน

ขอโทษครับ เมียผมเป็น ยากูซ่า

ขอโทษครับ เมียผมเป็น ยากูซ่า เจ้าสาวทีน่าจดจำกว่า Kill Bill สารภาพเลยว่าไม่เคยดู Shiri ปี 1999 หนังแอ็คชั่นสายลับเกาหลีที่ว่ากันว่าเป็นหนังแอ็คชั่นของเกาหลีเรื่องแรกๆที่เข้ามาเปิดตลาดในบ้านเรา แต่เดี๋ยวจะไปขุดหามาดู เอาจริงๆคือก่อนหน้านี้ในช่วงเวลายุค 80-90 บางคนแทบไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเกาหลีแม่งก็มีหนังเหมือนกัน

ก่อนการมาของเจ้าสาวใน Kill Bill โลกได้รู้จักกับ ชา อูน-จิน ตัวละครทรงสเน่ห์จาก My wife is gangster ซึ่งต่างก็เป็นเจ้าสาวสายบู๊คล้ายๆกัน แต่ยอมรับตามตรงว่ากูชอบหนังเกาหลีเรื่องนี้มากกว่า Kill Bill ของ เควนติน เยอะเลย อาจเพราะนักแสดงนำอย่าง ชิน อูน-คยูง ผู้รับบทเป็น ชา อูน-จิน สาวสวยที่ต้องจับพลัดจับผลูมาเป็นหัวหน้าแก๊งมาเฟียใหญ่ของเกาหลี เธอแสดงได้ไร้หัวจิตหัวใจ

ดููหนังชัด

แต่ก็ซ่อนเอาความสดใสไว้เต็มเปี่ยม หน้าเธอจะคล้ายๆ เชียร์ ทิฆัมพร ที่ยุคนั้นเธอก็กำลังโด่งดัง จนคนที่ไม่รู้จักชื่อ ชิน อูน-คยูง ก็พากันเรียกแต่ น้องเชียร์เกาหลี จากการได้ดูหนังเรื่องนี้แหละ ถ้ามองข้ามความตลกโปกฮา เอาเข้าจริงๆนี่คือหนังแก๊งสเตอร์น้ำดีเรื่องหนึ่ง เป็นหนังปลุกกระแสพลังหญิง ให้สาวสวยยืนหยัดเป็นผู้นำแก๊งโดยมีผู้ชายอกสามศอกก้มหัวให้

แต่หนังก็ไม่ลืมที่จะกระซิบบอกคนดูว่า ต่อให้แกร่งแค่ไหน ผู้หญิงก็คือผู้หญิง คาวเลือดและลายสักมันปิดความน่ารัก ปิดด้านที่อ่อนแอ และปิดความเป็นเมียเอาไว้ไม่มิด การได้เห็นความย้อนแย้งของตัวละครที่ต้องมาฝืนใจทำอะไรที่ตัวเองไม่คิดว่าชีวิตนี้จะได้ทำ นี่แหละคือความสนุกของมัน นี่ยังรวมไปถึงพระเอกอย่าง ปัค ซัง-มยูน ที่รับบทผัวสุดทึ่มได้ใจ จนดูๆไปแล้วคาแร็คเตอร์

พระเอกนางเอกเรื่องนี้ก็ไม่ต่างจาก ดููหนังชัด My sassy girl เท่าไหร่นัก แค่เป็นหนังคนละแนว สองเรื่องนี้เข้าฉายในไทยช่วงเวลาไล่ๆกัน และก็น่าจดจำทั้งคู่ ทั้งๆที่บางคนไม่รู้ว่ามันคือหนังญี่ปุ่นหรือหนังจีนเนี่ยแหละ นี่ไม่ใช่หนังเอาขำอย่างเดียว ในฟากฝั่งของฉากต่อยตีถือว่ารุนแรงและสนุกสนานในทางหนังแอ็คชั่นมันส์ๆได้เลย อย่าลืมว่ายุคนั้นหนังเกาหลีคืออาหารที่ไม่ค่อยจะคุ้นลิ้นคนไทยเท่าไหร่

ประเทศเขาเพิ่งเปิด และเพิ่งเอาจริงเอาจังกับการเปิดอุตสาหกรรมภาพยนตร์ออกสู่สายตาชาวโลก(ซึ่งตอนนี้แม่งไปไกลกว่าหลายประเทศแถบๆนี้ที่พยายามมานานละ) มีฉากรุนแรงระดับที่ว่าผู้ปกครองต้องปิดตาเด็กดู เพราะยุคนั้นไม่เคร่งเรื่องเรต มันก็จะมีฉากที่มีเรื่องให้นางเอกจำเป็นต้องมีลูกกับผัว จากที่ไม่เคยให้แตะต้องตัวหลังแต่งงาน ทีนี้แหละมึงเอ๊ย…ใส่กันยับทั้งบนโต๊ะกับข้าว ทั้งในลิฟต์ แต่มีข้อแม้ห้ามจับนม หรือดูดนม ให้แทงได้อย่างเดียว 55555

จำได้ว่ายุคนั้นเด็กร้านเช่าหนังโดนเจ้านายด่าไปหลายคน คือชั้นวาง VCD ในร้านเช่ายังไม่มีโซนหนังเกาหลี (ไอ้สัสยุคนั้นคือ VCD นะ) และหนังเรื่องนี้ถูกนำไปวางปนไว้กับโซนหนังจีน แต่พนักงานมันคงเอะใจ เดี๋ยวนะๆ ชื่อหนังมีคำว่า ยากูซ่า นี่มันหนังญี่ปุ่นหรอกรึ มันก็เลยเอาไปวางชั้นหนังญี่ปุ่น ลูกค้าให้ไปหาแม่งก็หากันไม่เจอ เรื่องนี้ได้ดูจากแผ่น VCD เนี่ยแหละ ทีแรกก็บ้าหนังฝรั่ง

บ้าหนังจีนอะไรกันไปเรื่อยตามประสาเด็กยุค 90 แต่มาสะดุดก็ตรง โปรแกรมหนัง นี่แหละ นางเอกแม่งสวยแล้วชื่อหนังแม่งน่าดู มันบอก “ขอโทษครับ เมียผมเป็นยากูซ่า” นึกว่าหนังญี่ปุ่นแน่ๆเลยตัดสินใจเช่ามาดูถึงได้ค้นพบว่า นี่คือหนังเกาหลี และเป็นหนังเกาหลีที่สนุกมาก มาพร้อมๆกับ Guns & Talks หนังเกาหลีอีกเรื่องที่เป็นงานแอ็คชั่นตลกร้ายร่วมสมัยที่ทำได้ไม่เลว สำหรับ My wife is gangster

ความดีความชอบหนึ่งต้องยกให้ ทีมพากย์พันธมิตรที่ใส่ไม่ยั้ง ไม่มีกั๊ก คำหยาบคำสบถ มาหมด ถือเป็นอรรถรสที่ไม่รู้ชาติอื่นเขาจะพากย์เหมือนเรามั๊ย บางฉากไม่ฮา ยังพากย์ให้ฮา คือเป็นยุคที่หนังเกาหลีเริ่มแห่มาลงแผ่นให้ดู แล้วทีมพากย์ก็พากย์กันแตกต่างจากหนังจีนหรือหนังฝรั่งนะ เพราะการพากย์หนังเกาหลีสำเนียงจะกระโชกโฮกฮากกว่า หยาบได้เป็นหยาบ

เรื่องนี้ ชิน อูน-คยูง นางเอกของหนังน่ารักมาก พอๆกับเวลาโหดก็เอาเรื่องเหมือนกัน ส่วนตัวเลยคิดว่าตัวละครของเธอน่าจดจำกว่า อูม่า เธอร์แมน ใน Kill Bill มีข่าวว่าฮอลลีวู้ดจะรีเมคเรื่องนี้ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้ทำ หนังดังถึงขนาดมีภาคต่อออกมา โดยในภาคต่อนี้เป็นการเปิดตลาดไปที่จีน โดยได้ จางซิยี่ มาร่วมแสดง ก็ยังถือเป็นหนังที่สนุกตามมาตรฐาน ส่วนภาค 3 ที่ ซูฉี นำแสดงนี่อย่าให้พูด ยิ่งทำยิ่งเละ

รถบรรทุก ในหนังของ เจมส์ คาเมรอน

ทำไมรถบรรทุก ถึงได้มีบทบาทมากนัก ในหนังของคนอยาง เจมส์ คาเมรอน

เจมส์ คาเมรอน มีชีวิตวัยเด็กตามแบบฉบับเด็กเพ้อเจ้อเรื่องไซไฟ เขาชื่นชอบเรื่องนอกโลก และ สัตว์ประหลาด อันเป็นเหตุให้เขาเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเอกฟิสิกส์ และค้นพบว่ามันไม่ใช่ ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนมาเป็นเอกภาษาอังกฤษ แต่เขาก็ได้ค้นพบว่าการเรียนไม่ใช่คำตอบใดๆของความฝันเขาเลย

จึงตัดสินใจดร็อปเรียนมหาวิทยาลัยในปี 2 เพื่อออกตามหาความฝัน ดููหนังชัด ที่แท้จริงของตัวเอง แต่มันไม่ได้เป็นอย่างหวังเลย เขารับจ้างทำงานสารพัด อาชีพหลักคือขับรถบรรทุก เขารู้ดีเกี่ยวกับรถบรรทุกและผูกพันกับมัน ซึ่งเขาก็ไม่ได้ละทิ้งความฝันในการอยากเป็นนักทำหนัง เขายังคงใช้เวลาว่างจากงานขับรถบรรทุก

ในการเรียนเกี่ยวกับการทำหนัง และสเปเชี่ยลต่างๆด้วยตัวเอง โดยอาศัยการอ่านวิทยานิพนธ์ในห้องสมุด หลายปีต่อมาในวันที่เขาเกือบละทิ้งความฝัน เขาได้ดูหนังอย่าง Star wars แล้วมันเหมือนเข้ามาปลดล็อคปมในใจให้เขาเดินหน้าต่อ เขาทิ้งงานทุกอย่างที่เป็นรายได้เลี้ยงปากท้อง เพื่อไปสมัครงานทำโมเดลจำลอง

ใน Roger Corman Studios เขาเก็บเงินซื้อกล้องถ่ายหนังราคาถูกแล้วใช้มันฝึกฝนการถ่ายทำ เขาเริ่มได้มีส่วนเกี่ยวข้องเล็กๆในหนัง Escape from New York , Android ,หรือ Galaxy of Terror ในตำแหน่งฝ่ายช่วยด้านเทคนิค จนกระทั่งได้มากำกับฯหนังเรื่องแรกอย่าง Piranha II: The Spawning ซึ่งผู้กำกับฯคนเก่าได้ลาออกกลางคัน

หวยเลยมาตกอยู่กับ เจมส์ คาเมรอน และหนังออกมาค่อนข้างน่าผิดหวังเพราะไม่ได้มาจากมันสมองที่แท้จริงของเขา คืนหนึ่งเขาฝันถึงเรื่องราวของหุ่นพิฆาตที่มาตามฆ่าเขา ตื่นมาเขาจดมันใส่กระดาษเป็นพล็อตหนังเกี่ยวกับการย้อนเวลามาฆ่าคนของหุ่นยนต์ เขาได้พบกับ อาร์โนลด์ ชวาเซเน็กเกอร์ ดารานักกล้ามที่ยังไม่โด่งดังมากนัก

ดููหนังชัด

และทำหนังอย่าง The Terminator ด้วยทุนแค่ราว 7 ล้านเหรียญ อันที่จริงเขาฝันเห็นพล็อตในภาค 2 นั่นแหละ ทว่าเทคโนโลยียุคนั้นไม่สามารถตอบโจทย์การสร้างหุ่นพิฆาต T-1000 ได้ เขาจึงสร้างภาคแรกก่อน และพัฒนาวิช่วลเอฟเฟ็คควบคู่กันไป โดยหนังอย่าง The Abyss ปี 1989 นั้นคือหนังที่สร้างขึ้นเพื่อทดสอบวิช่วล

ก่อนที่จะเริ่มสร้าง Terminator 2: Judgment Day โดยใช้วิช่วลเอฟเฟ็คแบบเดียวกับใน The Abyss หนัง Terminator ภาคแรกกวาดรายได้ไปเป็นกอบเป็นกำ 78 ล้านเหรียญ และภาค 2 Judgment Day ที่ทุนสร้างมหาศาลกว่าเดิมหลายเท่า ก็ทำรายได้ไปทั้งสิ้น 520 ล้านเหรียญ พร้อมๆกับการเปลี่ยนโลกวิช่วลเอฟเฟ็คไปตลอดกาล

ใน The Terminator ภาคแรก เจมส์ พยายามใส่ฉากรถบรรทุกเข้ามา แต่ด้วยงบที่จำกัดจำเขี่ยมันเลยออกมาไม่ค่อยวินาศสันตะโรมากนัก เขาใส่รถบรรทุกมาในหนังเพื่อรำลึกถึงวันคืนเก่าๆที่ลำบากลำบน จนกระทั่งใน The Terminator 2 : Judgment Day งบ 102 ล้านเหรียญ ทำให้เขาเนรมิตฉากไล่ล่าบนไฮต์เวย์ด้วยรถบรรทุกได้อย่างใจปรารถนา

มันคือฉากไล่ล่าด้วยรถที่วินาศสันตะโรและมันส์ที่สุดในยุคนั้น หรือแม้กระทั่งเอามาเทียบกับหนังยุคนี้ก็ตาม มันคลาสสิคจนไม่น่าจะมีใครลืมลง เขาไม่เคยคิดว่าชีวิตมาเดินทางมาถึงจุดนี้ แต่เขาเองก็ไม่เคยลืมว่าเขาเคยเป็นใคร โดยเฉพาะในฐานะคนขับรถบรรทุก เขาเอารถบรรทุกมาใส่ไว้ในหนังที่เปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล

*** ต่อไปนี้คือเรื่องราวโหดสัสบางข้อของเขาที่อยากบอกกล่าวให้อ่านกัน ***

1. เจมส์ คาเมรอน มีกระสุนปืนฝังที่บริเวณแขนของเขาหนึ่งนัด ซึ่งเกิดจากอุบัติเหตุในการถ่ายหนัง Terminator 2: Judgment Day แต่เขาไม่เคยเอามันออกเลย โหดเหี้ยๆ

2. เขายื่นเรื่องถอนสถานะออกจากการเป็นพลเมืองอเมริกัน เพราะไม่ชอบ จอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช หลังจากที่บุชชนะเลือกตั้งกลับมาดำรงตำแหน่งอีกหน เดิมทีเขาเป็นคนแคนนาดา แต่มาอยู่อเมริกาจนได้เป็นพลเมืองอเมริกา แต่ทุกวันนี้เขากลับไปเป็นพลเมืองแคนาดานานแล้ว

3. หลายกระแสบอกตอนไปเจรจาทำ เว็บดูหนัง Terminator เจมส์ คาเมรอน ใช้ควยเจรจา เพราะคนที่หยิบยื่นโอกาสให้เขาอย่างง่ายดายคือ เกล แอน เฮิร์ด ซึ่งต่อมาก็ได้เป็นเมียของ เจมส์ คาเมรอน นั่นเอง บรรดาเมียๆของเขามีใครบ้างมาดูกัน

– ชารอน วิลเลียมส์ อยู่กินกัน 6ปี ก็หย่าร้าง

– เกล แอนน์ เฮิร์ด สาวผู้บริหารค่ายหนัง อยู่กินกัน4ปี ก็หย่า

– แคทริน บิเกโลว์ ผู้กำกับฯสาวที่ทำหนังแมนๆอย่าง Hurt locker ที่ตัดหน้าคว้าออสก้าร์จากผัวเก่าอย่างลุงเจมส์ที่ตอนนั้นก็ส่ง Avatar เข้าชิงเหมือนกัน อยู่กินกัน 2ปีกว่าๆก็เลิกรา

– ลินดา แฮมิลตัน ดาราสาวนักแสดงนำจาก Termanator อยู่กินกัน 2 ปี ก็หย่า

– ซูซี แอมิส คนปัจจุปัน อยู่กันยาวๆมา 19 ปีแล้ว

4. เขาสัญญากับตัวเองว่าหาก Titanic ไม่ประสบความสำเร็จ เขาจะเลิกสร้างหนัง ที่เขาสัญญาแบบนั้นเพราะเขาคิดว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ที่เขาจะได้เลิกสร้างหนัง

5. ในการถ่ายหนัง Avatar เขาประสบอุบัติเหตุฟันหัก มีแต่คนถามว่าเขาทำไมไม่ใส่ฟันปลอมหรือรักษาฟัน เขาตอบกลับทุกคนที่ถามว่า ” กูไม่ได้ใช้รอยยิ้มทำงานอยู่แล้วสัส มึงถามคนที่เคยทำงานกับกูกันได้เลย “

จากคนเขียนบท หนังปัญญาอ่อน ทะยานสูเรือ แบล็คเพิร์ล

ถ้าบอกว่า Pirates of the Caribbean ภาคต่อนั้นไม่มี กัปตันแจ็ค สแปร์โรว์

หลายคนคงโบกมือลา เพราะคิดว่าไม่มีกัปตันแจ็ค ก็เหมือนมีไฟแช็คแต่ไม่มีบุหรี่ แล้วยิ่งบอกว่า หนัง ภาค 6 ที่กำลังจะสร้างกันนี่ ได้มือเขียนบทเป็น เครก แมซิน เจ้าของผลงานเขียนบทหนังที่ผ่านมาอย่าง Scary Movie ภาค 3 และ 4 รวมถึงหนังซูเปอร์ฮีโร่ล้อเลียนอย่าง Superhero Movie ไอ้แมงปอแมน

เมื่อปี 2008 เชื่อว่าขณะอ่านข่าวนี้ มีแฟนเดนตายของหนังโจรสลัดอยากเขวี้ยงมือถือทิ้งแน่นอน มึงบ้าไปกันใหญ่แล้ว แต่…. อย่าเพิ่งเสียอกเสียใจไป เพราะมือเขียนบท เครก แมซิน คนนี้เพิ่งคว้ารางวัล เอ็มมี่ อวอร์ด มาหมาดๆจากการที่เขาคือมือเขียนบทและสร้างสรรค์ซีรี่ส์ Chernobyl ที่ฉายทาง HBO ซึ่งมันคือสุดยอดซีรี่ส์ 95% จาก Rotten Tomatoes

ที่คนได้ดูแล้วต่างยกนิ้วให้ แล้วต้องสวมหน้ากากขณะ ดูหนังฟรี กันเลยทีเดียว ถามว่าทำไม เครก แมซิน ถึงได้อัพเกรดงานเขียนบทตัวเองมาได้ไกลเพียงนี้ นั่นเพราะเขาคือเพื่อนสนิทของ ท็อดด์ ฟิลลิปส์ (ผู้กำกับJoker) เคยช่วยท็อดด์เขียนบท The Hangover ภาค 2 และ 3 และเคยโปรดิวเซอร์ให้หนัง School for Scoundrels ของท็อดด์

เขานั่งปรึกษาความเป็นไปได้กับ ท็อดด์ ฟิลลิปส์ เรื่องที่ว่าเขาทั้งคู่อยากลุกขึ้นมาพัฒนาตนเองให้เป็นมากกว่าผู้สร้างสรรค์หนังตลกไปวันๆ อันเป็นเหตุให้ท็อดด์ลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเองโดยการทำหนัง War Dogs แล้วก็เข้าสู่ด้านมืดเต็มตัวกับ Joker ในที่สุด ส่วน เครก แมซิน นั้นลุกมาทำซีรี่ส์ Chernobyl อันลือลั่นจนคว้ารางวี่รางวัลต่างๆ

เรียกได้ว่ามาไกลกันทั้งคู่สำหรับเพื่อนซี้ที่เคยทำหนังตลกโปกฮาปัญญาอ่อน มารอลุ้นกันว่าเขาจะนำทางหนังโจรสลัดให้รุ่งหรือร่วง แว่วมาว่าตัวละคร นำในภาคใหม่จะเป็นโจรสลัดสาวพราวสเน่ห์เสียด้วย มุ่งหน้าเปิดศึกแห่งมหาสมุทรบทใหม่โดยมี “ตรีศูลของโพไซดอน” อาวุธสำคัญของเทพแห่งกรีกเป็นศูนย์กลางของเรื่อง

ซึ่งใครที่ได้ครอบครองมัน จะมีพลานุภาพเหนือทุกสิ่งทุกอย่างใต้ท้องทะเล กัปตันแจ็ค สแปร์โรว์ต้องเดินทางออกตามหามันเพื่อล้างคำสาป และหนีการตามล่าของกัปตันซาลาซ่า มหาวายร้ายที่หลบหนีจากแดนแห่งความตายกลับมาล้างแค้น และหมายฆ่ากัปตันเดินเรือทุกคนบนโลก โดยเฉพาะ กัปตัน แจ็ค สแปร์โรว์ ที่มีอดีตบาดหมาง ยากที่จะให้อภัยได้นั่นเอง

บทวิจารณ์ : สำหรับการรีวิวในครั้งนี้ เราบอกเลยว่ามันออกจะเขียนยากกว่าปกตินิดหน่อย เพราะเราเป็นแฟนพันธุ์แท้ของภาพยนตร์เรื่อง Pirates of the Caribbean ตามติดทุกภาค รวมไปถึงพวกเพลงประกอบภาพยนตร์ด้วย ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่ต้องวางตัวให้เป็นกลางในการรีวิวอยู่สักนิด 

เราขอสารภาพด้วยความสัจจริงว่า ดูหนังผ่านเน็ต Pirates of the Caribbean ในภาคอื่นๆ นั้นสนุกกว่า Salazars Revenge จริงๆ เราเข้าใจดีว่าหนังที่ถูกสร้างหลายๆ ภาค มันจะหามุกใหม่ๆ มาเล่นได้ยาก โดยเฉพาะหนังแนวโจรสลัด ที่เอะอะก็แขวนคอ เอะอะก็สู้กัน ยิงกันไปมา เหมือนวนเรืออยู่ในอ่าง ในตอนแรกๆ ก็ดูตื่นตาตื่นใจดีอยู่หรอก แต่ว่าพอดูไปหลายๆ รอบเข้า ก็เริ่มจะรู้สึกเอียนขึ้นมาได้

ในส่วนของอารมณ์ขันของเรื่องก็ยังใช้ได้ ไม่ถือว่าเลวร้ายเท่าไหร่ อย่างตอนที่แจ๊คไปปล้นธนาคาร แล้วเหล่ากะลาสีเอารถม้าลากธนาคารมาทั้งหลัง เรายอมรับว่ามันตลกนะ แต่ไม่ได้ตลกอะไรมากมาย  ส่วนตัวแล้วคิดว่าเหมือนว่าจะลงทุนกับฉากนี้มากไปนิด หรือจะเรียกว่าขี่ช้างจับตั๊กแตนก็ได้ ผิดกับฉากที่ไปช่วยแจ๊คตอนขึ้นลานประหาร

ดูหนังฟรี

ที่ใช้เทคนิคทางด้านคอมพิวเตอร์ช่วยนิดหน่อย ก็ตลกจนหลุดขำออกมา ส่วนฉากที่เราประทับใจมากที่สุด ท่าจะเป็นตอนที่พ่อยอมสละชีวิตเพื่อช่วยลูก ถ้าใครอยากรู้ว่าสมาชิกโจรสลัดคนไหนดันเกิดจับผลัดจับผลู เผลอไปมีลูกขึ้นมาแล้วล่ะก็ ต้องติดตามภาพยนตร์เรื่องนี้ให้ได้ เพราะลูกของเขาก็โดดเด่น และมีคาแรคเตอร์น่าประทับใจจริงๆ

สรุป : ถึงแม้ว่าพล๊อตของ Pirates of the Caribbean: Salazars Revenge จะอ่อนกว่าทุกๆ ภาค และเอะอะก็เตะต่อยกัน แต่ด้วยองค์ประกอบใหม่ๆ ในเรื่องที่เพิ่มขึ้นมา ก็ทำให้รู้สึกว่าหนังเรื่องนี้ไม่แย่จนเกินไป แต่ถามว่าสนุกไหม เราเองก็พูดได้ไม่เต็มปากเหมือนกัน

เพราะว่าความคาดหวังของเรากับหนังเรื่องนี้ มันมีมากมายเหลือเกิน แต่ผลลัพท์ที่ได้ กลับน้อยกว่าที่คิดเอาไว้นั่นเอง ส่วนใครที่ไม่เคยดู Pirates of the Caribbean มาก่อนเลย อาจจะชอบเรื่งนี้ก็ได้นะ

ความรู้สึกแรกหลังจากได้ดู ฉากยกพลขึ้นบกใน Saving Private Ryan

ฉากวัน D-day ในหนัง Saving Private Ryan นั้นโหดสัสมาก

ผู้คนในโรงหนังค่อนข้างตกใจ แน่นิ่ง อึ้ง ทึ่ง หวาดเสียว ไม่นึกไม่ฝันว่านี่คือผู้กำกับฯคนๆเดียวกับที่ทำหนังอย่าง E.T. มึงบ้าไปแล้ว ไอ้ฉากไส้ทะลัก ขาแขนกระจุย หรือกระสุนวิ่งผ่านน้ำทะเลลงไปเจาะร่างทหารนั่นมันน่ากลัวจนไมเกรนขึ้น

ฉากนี้ สตีเว่น สปีลเบิร์ก ทุ่มงบไปทั้งสิ้น 12 ล้านเหรียญ ในฉากเดียว จากงบทั้งหมดของหนัง 70 ล้านเหรียญ เขาต้องการนำเสนอความน่ากลัวขีดสุดคลั่งของสงคราม ผ่านฉากยกพลขึ้นบกที่ นอร์มังดี ในวันที่ 6 มิถุนายน ปี 1944 เป็นวันที่โลกจดจำการสูญเสียครั้งใหญ่และความโหดร้ายของสงครามอีกเหตุการณ์หนึ่งได้ดี

สปีลเบิร์กถูกสดุดีจากทหารกล้าทุกๆคนที่รอดชีวิตมาจากเหตุการณ์นั้น และฉากนี้ยังเป็นการจำลองเหตุการณ์อย่างสมจริงให้ลุกหลานทหารผ่านศึกในครานั้นดูว่าคุณปู่คุณตาต้องเจอะเจอกับอะไรในสงครามครั้งนั้นบ้าง หนึ่งในทหารผู้รอดชีวิตจากนอร์มังดีคือ เจมส์ ดูฮาน หรือคอหนังเก่าๆ รู้จักกันดีในบท สก็อตตี้ จากหนัง Star Trek ยุคเก่า(เขานิ้วกลางขาดจากเหตุการณ์นี้)

เขาขอบคุณสปีลเบิร์กทั้งน้ำตา และบอก ดูหนังฟรี สปีลเบิร์กว่าเขาร้องไห้ และสะเทือนใจกับบรรยากาศในหนัง ที่เหมือนวันวานอันโหดร้ายได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง บนจอแบบสมจริง สมจริงจนน่ากลัว และมันเป็นอุทาหรณ์แห่งภัยสงครามอย่างแท้จริง

ก็ถ้ามันเป็น หนังสงครามเอาเท่ มีวีรบุรุษ ยิงกันสนั่นจอระเบิดตูมตาม ทอม แฮ้งคส์ คงไม่รับแสดง เขาต่อต้านอาวุธปืนสุดฤทธิ์ ข้อแม้ในอาชีพการแสดงเขาคือ การที่จะให้เขายอมจับปืนในหนังมันต้องเป็นหนังที่มีเนื้อหาต่อต้านอาวุธ และหากเป็น หนังสงคราม มันต้องไม่ใช่หนังที่สร้างภาพใส่ไฟให้ชาติไหนดูแย่

และ Saving Private Ryan ตอบโจทย์นั้น ทอม แฮ้งคส์ จึงยอมจับปืนร่วมรบไปกับสปีลเบิร์ก มันคือหนังเรื่องแรกที่สุดยอดผู้กำกับและสุดยอดนักแสดงโคจรมาเจอกัน ในขณะที่ แม็ตต์ เดม่อน นั้นเข้ามาในโปรเจ็คตามคำแนะนำของ โรบิน วิลเลี่ยมส์ ที่บอกสปีลเบิร์กว่าเด็กนี่มันมีของ ในทีแรกสปีลเบิร์กสนใจ

แต่ก็ต้องปฏิเสธไปเพราะแม็ตต์ดันไปได้สวยกับหนัง Good Will Hunting สปีลเบิร์กต้องการพลทหารไรอันที่ไม่มีใครรู้จัก ไม่ใช่นักแสดงดาวรุ่งแบบนี้ แต่ท้ายที่สุดสปีลเบิร์กก็เปลี่ยนใจ เพราะเขาคิดว่าเขาชอบบทของแม็ตต์ในหนัง Courage Under Fire กับ The Rainmaker มากๆ

ดูหนังฟรี

นักแสดงประกอบกว่า 1000 คนถูกเกณฑ์มาร่วมแสดงในฉากยกพลขึ้นบก หลายคนในนั้นคือคนที่แขนขาขาดจริงๆมาก่อนแล้ว และรัฐบาลฝรั่งเศสไม่อนุญาต ให้ทีมงานถ่ายทำในสถานที่จริง บนหาดนอร์มังดีได้ สปีลเบิร์กจึงยกกองไปถ่ายทำที่ไอร์แลนด์แทน อันเป็นโลเคชั่นคล้ายคลึงกัน

ความรุนแรงของฉาก D-Day นั้นทำให้รัฐบาลอินเดียแบน เว็บสตรีมหนัง ทว่ารัฐมนตรีกลาโหมของอินเดียบังเอิญได้ดูมัน ก่อนที่เขาจะสั่งให้ปลดแบนเพราะเนื้อหาข้างในหนังมันคือหนังต่อต้านสงครามอย่างแท้จริง แต่ในมาเลเซีย หนังยังคงถูกแบนมาจนทุกวันนี้ อีกหนึ่งวีรกรรมความรุนแรงของฉากนี้คือ มีรอบพิเศษที่

สตีเฟ่น แอมโบรส นักประวัติศาสตร์ทางทหาร และนักเขียนชื่อดังได้จัดขึ้น แต่เมื่อหนังฉายไปได้ 20 นาที เขาต้องสั่งให้หยุดฉายชั่วขณะเพราะฉากรุนแรงนั้น และเมื่อเขาออกไปทำใจนอกโรงได้ เขาก็กลับมาดูหนังได้ตามเดิมและยกย่องว่านี่คือหนังสงครามที่ดีที่สุดเท่าที่เคยดูมา

สตีเว่น สปีลเบิร์ก มอบส่วนหนึ่งของรายได้ที่ไม่เปิดเผยจำนวนให้แด่อนุสรณ์สถานวัน D-Day อุทิศแด่พ่อของเขาที่เป็นทหารประจำการในพม่าในช่วงสงครามโลกเช่นกัน

คิดเล่นๆ ถ้า ตั๊ดสู้ฟุด ถูกสร้างในงบทีใหญ่กวานี้

มองดูค่าย GTH ช่วงก่อนที่จะแยกตัวออกเป็น GDH

พวกเขาก็คือค่ายหนังที่เป็นตลาดของคนเมือง หรือชนชั้นกลางกันเต็มสูบแล้วนะ แต่หากมองย้อนไปยุคแรกๆต้องขอบอกว่าพวกเขาไม่ธรรมดา ทั้งสร้างทั้งจัดจำหน่ายหนัง ที่เจาะตลาดคนชนบท อยู่เหมือนกัน 15 ค่ำเดือน 11 , โกยเถอะโยม อะไรเหล่านี้ ถ้าหากเอามาเปิดฉายตอนนี้ ให้เด็กรุ่นใหม่บางคนที่ไม่เคยรู้ดู

พวกเขาคงเดาไม่ออกแน่ว่าเป็น ดูหนังฟรี ค่าย GTH อย่างหนัง ตั๊ดสู้ฟุด ของน้าจตุรงค์ มกจ๊ก ตลกรุ่นใหญ่ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในผู้กำกับที่มีผลงานกับค่าย GTH ถึง 3 เรื่อง มันสร้างความแปลกประหลาดใจแก่คอหนังได้ดีทีเดียวที่ GTH ยอมมาสายนี้ กับผู้กำกับที่น่าจะไปมีผลงานกับทางฝั่ง พระนครฟิล์ม มากกว่า

แต่จตุรงค์ไม่ได้ผลิตงานใต้ชายคาของ จอกว้างฟิล์ม เขาเหมือนกับจะทำกับ อาตี๋ ฟิล์ม แล้วเอาไปแปะโลโก้ GTH เหมือนเป็นการฝากขายนั่นแหละ ซึ่งก็ถือว่าได้ผล โกยเถอะโยม ทำรายได้ไป 66 ล้าน อันทำให้จตุรงค์มือขึ้น การมาของ ตั๊ดสู้ฟุด จึงบังเกิด ผลงานอย่าง ตั๊ดสู้ฟุด มันคือหนังแหวกตลาดไปเลย

ว่ากันตามตรงคือ จาตุรงค์แกขอเอาแรงบันดาลใจ จากหนังฮ่องกงที่ตนเองชอบ มาทำเป็นฉบับตัวเอง เหตุการณ์ และตัวละครในหนังเกิดขึ้นที่ฮ่องกง โลกฮ่องกงในความคิดของจาตุรงค์ก็คล้ายๆกับโลกฮ่องกงบนเวทีตลกคาเฟ่นั่นแหละ เราเคยขำกับการเอาหนังมาเฟียฮ่องกง มาล้อบนเวทีคาเฟ่ยังไง

เราก็ขำกับ ตั๊ดสู้ฟุด อย่างนั้น เพียงแต่ครั้งนี้มันมาเป็น หนังออนไลน์ เรื่องยาวที่เอากลิ่นอาย หนังโจวซิงฉือมาใส่เต็มๆ ทีมพากย์พันธมิตร คืออีกหนึ่งพระเอกของเรื่องที่มาช่วยให้หลายๆฉากมีความโจวซิงฉือมากยิ่งขึ้น(อย่างน้อยก็ในสายตาคนไทย) ไม่ว่าจะเป็นมาแค่เสียง หรือมาแบบตัวเป็นๆอย่าง อาเกรียง เกรียงศักดิ์ เหรียญทอง (คุ้นเสียงกันดีจากการพากย์เป็นอู๋ม่งต๊ะ)

ก็ให้เกียรตินำแสดงด้วย แถมแสดงได้ใกล้เคียงอู๋ม่งต๊ะจริงๆ ฉากลั่นที่ยังขำมาจนทุกวันนี้คือฉากเดินตามมาง้อลูกสาวแล้วลูกน้องยื่นปืนให้ แกบอกว่า ” เอามายิงหัวพ่อมึงเหรอกูแค่คุยกับลูกสาว ” 555555 โคตรลั่น อีกฉากก็เป็นฉากถามลูกน้องว่ามันทำยังไงกับมึง ถ้ามึงพูดไม่ได้มึงทำท่าทางให้กูดูก็ได้ 55555555

และที่ขาดไม่ได้คือมิตรสหาย ในวงการตลกของจตุรงค์ ก็ยกโขยงกันมาร่วมแสดงกันมืดฟ้ามัวดิน โดยเฉพาะ นุ้ย เชิญยิ้ม ที่หากใครเคยดูตลกคาเฟ่ เราจะเห็นแกเล่นเป็นมาเฟียฮ่องกงได้ฮามาก ตั๊ดสู้ฟุด นอกจากจะเป็นงานโชว์ของจตุรงค์แล้ว มันยังถือเป็นอีกงานโชว์เน้นๆของพี่นุ้ยอีกด้วย มีฉากลั่นๆ  หลายฉากอันมาจากการคิดสร้างสรรค์ของพี่นุ้ยเอง

เพราะสายมาเฟียนั้นต่อให้เล่นซ้ำๆๆกันแค่ไหนบนเวทีคาเฟ่ แม่งก็ฮาได้ทุกครั้งไป เป็นมวยถนัดของพี่นุ้ยเลย อย่างเช่นฉากด่าอีเจ๊สามนี่ลั่นทุกฉาก คนอื่นๆเช่น โก๊ะตี๋ , แอนนา ชวนชื่น , จิ้ม ชวนชื่น ก็ล้วนแล้วแต่มีซีนของตัวเองที่เด่นไม่แพ้กัน ส่วนพระเอกอย่าง บอย AF และ จิ๊บ ปกฉัตร นี่ก็พากันหมดหล่อหมดสวยไปตามๆ กัน

ดูหนังฟรี

บ้าบอได้ใจ จัญไรได้ถ้วยไม่น้อยหน้าพี่ๆอาๆวงการตลกเลย เคยนั่งคิดเล่นๆว่าถ้า ตั๊ดสู้ฟุด ถูกสร้างในสเกลที่ใหญ่ขึ้น ทุนสร้างที่เยอะขึ้น และมีคิวบู๊ระดับหนังฮ่องกง เอิ่ม…ไม่ต้องถึงขนาดฮ่องกงหรอก เอาแค่คิวบู๊มันได้พวก อ.พันนา อะไรพวกนี้มาทำให้ มันน่าจะสร้างความขลังให้หนังมากกว่าที่เป็น

สมมติว่าถ้ามันถูกสร้างด้วยสเกลเดียวกับ Kung fu hustle คนเล็กหมัดเทวดา เชื่อว่ามันจะเป็นผลงานที่โคตรน่าจดจำกว่าที่เป็น แต่เอาแค่นี้ก็ฟาดรายได้ไป 70 ล้านบาท สบายๆแล้วนะ ส่วนหนึ่งต้องยกความดีความชอบให้การปล่อยตัวอย่างออกมา จำได้ว่าดูตัวอย่างในโรงนี่อย่างลั่น นึกว่าหนังโจวซิงฉือ

ตัวอย่างทำงานกับคนดูได้ดีมาก เพราะตัดเอาแต่ฉากลั่นๆมาใส่ จึงทำให้คนแห่ไปดูกัน ตั๊ดสู้ฟุด คือการสร้างหนังขึ้นมาจากความรักและเคารพที่ตัวผู้กำกับมีต่อหนังฮ่องกง มันจึงออกมาไม่ขี้เหร่เลย และจตุรงค์ก็เคารพในตัวตนของเขาด้วยเช่นกัน เขาเกิดมาได้ด้วยการรับบทกะเทยบนเวทีคาเฟ่

เมื่อความรัก และความเคารพสองสิ่งถูกเขย่ารวมกัน ออกมาเป็นหนังแล้วทำรายได้ดี มันจึงเหมือนเป็นความสุขที่ทำให้ชีวิตของจตุรงค์แกตายตาหลับจริงๆ

ซากรถในหนัง พังแล้วเอาไปไหน

รู้มั๊ยว่าระบบการทำงานของทีมสร้างหนังที่มีรถยนต์ในหนังไม่ว่ามากหรือน้อย

ถ้ารถเหล่านั้นมันถูกพังทำลายในหนังไม่ว่าจะแค่คันเดียวในฉากเล็กๆ หรือ วินาศสันตะโร ระเบิดถนนป่นตึกแบบหนัง ไมเคิล เบย์ ทีมงานมันกล้าทุ่มเท หรือกล้าเอารถมาพังในหนังแบบทำร้ายจิตใจคนดู โดยเฉพาะคนรักรถ หรือ คนที่กำลังเก็บหอมรอบริบแดกมาม่าเพื่อดาวน์รถสักคัน เขาเอารถพวกนี้มาจากไหน

คำตอบคือ พวกบริษัทรถยนต์ต่างๆเวลามีการประกาศสร้างหนังสักเรื่อง ไม่ว่าฟอร์มยักษ์ หรือว่าฟอร์มเล็กๆ เขาจะส่งคนไปเจรจาว่า เฮ้ย!! อยากได้รถค่ายกูไปพังเล่นสักสิบยี่สิบคันมั๊ยล่ะ รถนี้พวกกูยึดมา สภาพเหมือนใหม่ 95% เลย เอาไประเบิดเล่นกันสิ ที่ทำอย่างนี้เพราะว่ามันคือการ Tie-in การตลาด

ซึ่งค่ายรถต่างๆขอแค่ให้รถตัวเองได้ไปอยู่ในหนังแค่นี้ ก็ถือเป็นการโปรโมทรถแล้ว อย่างในหนัง The Matrix Reloaded เนี่ยทาง General Motor ได้ติดต่อไปยังผู้สร้างว่า เอารถ Cadillac CTS กับ EXT ของค่ายเราไปพังเล่นได้หนังได้เลย ขอแค่ให้รถเราไปโผล่ในหนังก็พอ มันจึงออกมาเป็นฉากไล่ล่าที่โชว์ศักยภาพรถของค่ายนี้ให้ชาวโลกเห็นอย่างเต็มที่

รวมถึงรถค่ายอื่นๆกว่า 74 คันที่ถูกนำมาพังให้คน ดูหนังฟรี ได้สะใจในหนัง โดยที่บางยี่ห้อนอกจากจะให้รถไปพังฟรีๆแล้วยังต้องจ่ายเงินค่า Tie-in ในหนังอีก แต่สำหรับไอ้หนังที่ต้องใช้รถเยอะมากๆจนค่ายรถขยาดไม่กล้าเสี่ยงก็มีนะ อย่างเช่น Transformers: Dark of the Moon นี่ต้องใช้รถยนต์ถึง 532 คัน

เพื่อเอามาบำบัดความใคร่ของผู้กำกับฯไมเคิล เบย์ ซึ่งในส่วนของรถที่เด่นๆในหนังก็จะได้รับแรงสนับสนุนจากสปอนเซอร์ค่ายรถอยู่แล้ว แต่ไอ้รถส่วนที่จะต้องเอามาให้พวกหุ่นอันธพาลต่างดาวลงมาตีกันบนโลกจนชิบหายวายป่วงนี่สิ มันมีจำนวนมากมาย จนไม่มีใครมานั่งรองรับความใคร่ของ ไมเคิล เบย์

ดูหนังฟรี

ได้ แล้วพัง 30 -40 คัน มันเพียงพอต่อความบ้าของ ไมเคิล เบย์ เสียที่ไหน ถ้าไม่ได้รถตามจำนวนที่กำหนดคือกูไม่ถ่าย กูจะรอเมื่อพร้อม เดือดร้อนทีมงานต้องวิ่งหาสปอนเซอร์ จนไปได้บริษัทประกันภัยเจ้าหนึ่งที่มีรถในสุสานของบริษัทมากมายเหลือเกิน รถเหล่านี้เจอน้ำท่วม และมันต้องถูกนำไปบดทำลายอยู่แล้ว

บริษัทนี้จึงมอบรถสี่ร้อยกว่าคันให้ ไมเคิล เบย์ เอาไปสำเร็จความใคร่ตามที่มึงต้องการเลยจ้า แล้วแต่มึงเลย ไมเคิล เบย์ ก็มันส์มือสิทีนี้ แล้วก็ออกมาเป็นหนังวินาศสันตะโรที่ยังไม่มีใครโค่นล้มสถิติโลกหนังที่พังรถมากที่สุดอันดับ 1 ของโลกเท่าเรื่องนี้ได้

เคยสงสัยกันมั๊ยว่า รถใน หนังถ่ายทอดสด ที่เอามาพังๆกันอยู่เนี่ย พังแล้วไปไหน จริงๆต้องแบ่งออกเป็นจำพวกนะ ขึ้นอยู่กับว่าพังยับเยิน หรือว่าพังพอซ่อมได้ ถ้าพังยับเยินนี่ยังไงก็ต้องเอาไปบดทำลาย กฏหมายบ่งชี้ว่าห้ามนำกลับมาซ่อมใช้งานใหม่ แต่ถ้าพังแบบท้ายยุบ หรือ หน้ายุบ หลังคาบุบ เบาะเปื้อนน้ำเชื้อ(อันนี้ไม่เกี่ยว)

เขาก็จะนำไปประมูลไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เปิดโอกาสให้เหล่าแฟนเดนตายของหนัง หรือพวกเศรษฐีขี้เหงาที่วันๆไม่มีเหี้ยไรทำ ประมูลไปประดับบารมี ประมาณว่า พาสาวมาบ้านแล้วโชว์ให้สาวดูว่า เฮ้!! นี่ไงรถที่ โจลี่ เคยซัดกับ แบรด พิตต์ ในหนัง Mr. & Mrs. Smith จนได้เสียเป็นผัวเมียคากองถ่าย

อันนี้ก็สุดแท้แต่จะไปประมูลกัน อย่างล่าสุด รถที่ป่นปี้ไม่มีชิ้นดีในหนังอย่าง Furious 7 เขาเอาไปไว้ไหน คำตอบคือ ค่าย Universal ที่เรียกได้ว่าเป็นค่ายหนังที่ออกแนวฉลาดใช้เงิน ก็นำซากรถเหล่านั้นไปขายต่อให้สุสานรถของ ริชาร์ด เจนเซ่น ซึ่งก็ได้ทำให้เจ้าของสุสานรถ

อย่างเขาตาถลนออกมานอกเบ้า สะเทือนใจกับสิ่งที่พบเห็น เพราะรถ 230 คันที่เขาซื้อมาจากกองถ่าย บางคันแม่งเป็นรถใหม่เอี่ยมแต่ถูกพังทำลายไปอย่างไร้ค่า หนึ่งในนั้นมีรถเบนซ์รุ่นล่าสุดรวมอยู่ด้วย พับผ่าสิ ฮอลลีวู้ด นี่มัน ฮอลลีวู้ดจริงๆ

การเติบโตขึ้น ของ ไชอา ลาบัฟ

แจ้งเกิดจากบท แซม วิตวิกกี ในเรื่อง Transformers

ว่ากันว่าดาราเด็กที่ดังมากๆนี่ต้องใช้เวลาและความพยายามอย่างยิ่งยวดมากกว่าดาราที่ดังตอนโตหลายเท่า เพื่อที่จะลบภาพจำเดิมๆออกไปให้ได้หมดจด ดรูว์ แบรี่มอร์ , ดาโกต้า แฟนนิ่ง , และอีกหลายๆคนอาจอยู่รอดปลอดภัยในวงการได้ แต่ในขณะที่อีกหลายต่อหลายคน

นอกจากจะลบภาพจำของตัวเองในวัยเด็กไม่ได้แล้ว ยังเสียผู้เสียคนไปติดยาติดเหล้าจนออกจากวงการไปก็เยอะ เจ็ค ลอยด์ ผู้รับบท อนาคิน วัยเด็กจาก Star war , เอ็ดเวิร์ด เฟอร์ลอง , แม็กคอเลย์ คัลกิน นั่นคือตัวอย่างของดาราเด็กที่หลงทาง

ทว่ากรณีของ ไชอา ลาบัฟ นั้น เขาถูกภาพลักษณ์ในวัยเด็กยึดเอาตัวตนที่แท้จริงไป มันตรึงเขาไว้กับบทเด็กเห่อหมอยข้างบ้าน แม้กระทั่งตอนที่เล่นหนังสงครามจริงๆจังๆ เขาก็ยังดูเป็นเด็กเห่อหมอยอยู่เต็มเปี่ยม ทั้งๆที่สวมชุดทหาร หนวดเคราเต็มหน้า เหมือนเขาจะรู้ตัวเองดีว่าต้องทำอะไรซักเจ็ดแปดอย่าง

เพื่อที่จะล้างภาพเด็กออกจากคน ดูหนังฟรี หรือแม้กระทั่งผู้สร้างผู้กำกับเองก็เหอะ การลุกขึ้นมาทำอะไรบ้าๆอย่างเช่น การพยายามเป็นนักแสดงสาย Method acting (จมไปกับตัวละคร) แต่สำหรับคนอื่นๆมองเขาว่าสะเหล่อ เขาไม่อาบน้ำเลยตลอดการถ่ายทำหนัง Fury จนมีปัญหากับนักแสดงหลายๆคนรวมถึง

แบรด พิตต์ , เขาเลือกเล่นหนังที่มีการสอดใส่จริงๆในฉากเลิฟซีน , นี่ยังไม่รวมไปถึงการทำตัวบ้าๆบอๆสวมถุงกระดาษเจาะเหลือแต่ลูกกะตาเข้าไปในงานกาล่า และอีกหลายๆวีรกรรมป่วงๆที่เขาทำมัน จนหลายๆคนตั้งคำถามไปยังเขาโดยตรงว่า มึงทำเพื่อ?

ดูหนังฟรี

ดูเหมือนเขาจะค้นพบหนทางอันนำไปสู่ การลบภาพจำได้แล้ว จากการที่เขาปฏิเสธหนังตลาดบล็อคบัสเตอร์เพื่อสร้างอีกตัวตนในฐานะนักแสดงคุณภาพที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว หนังเล็กๆในช่วงหลังๆที่เขารับแสดงล้วนแล้วแต่เป็นงานคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็น Borg McEnroe หรือ The Peanut Butter Falcon

โดยเฉพาะเรื่องหลังนั้น นักแสดงดาวน์ซินโดรมที่ร่วมแสดงด้วยกันทำให้เขาเลิกเหล้าได้เด็ดขาด ซึ่งนี่น่าจะเป็นหนทางกลับคืนสู่ความเป็นแถวหน้า ที่ไม่ใช่แถวหน้าของนักแสดงเด็กในหนังบล็อคบัสเตอร์อีกต่อไป Honey Boy คืองานเรื่องล่าสุดที่เป็นขวัญใจนักวิจารณ์ หนังสร้างจากชีวประวัติตัว ไชอา ลาบัฟ

จากการที่สมัยเด็กๆ เพื่อนชอบเรียกเขาว่า โปรแกรมหนัง Honey Boy ซึ่งเขาเป็นคนลงมือเขียนบทเองกับมือ และที่พีคกว่าคือ เขาเป็นคนรับบทพ่อแท้ๆของตัวเองอีกต่างหาก หนังจะพูดถึงการกลับไปหาพ่อแท้ๆที่เคยทำร้ายแกในวัยเด็ก โดยจะเล่าตั้งแต่เด็กเรื่อยมาจนโต และเขาพยายามคืนดีกับพ่อ โดยบทของตัวเขาเองได้ดาราวัยรุ่นอย่าง ลูคัส เฮดจ์

หรือไอ้หนุ่มที่เอามีดจ่อคอหอยพ่อในหนัง Three Billboards Outside Ebbing, Missouri เมื่อปีก่อน มาเล่นเป็นไชอา หนังจะกำกับโดย อัลมา ฮาเรล จากหนังสารคดี Love True ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ ถ้าหนังเล่าเรื่องตั้งแต่เขาเป็นนักแสดงเด็ก เรื่อยไปจนถึงตอนวัยรุ่นจริงๆ ใครกันที่จะมารับบทเป็น บับเบิล บี

ไบค์แมน 2

ศักรินทร์ตูดหมึก ยังคงสนุกเหี้ยๆ

เหมือนตัดเอาส่วนรกรุงรังจากภาคแรกออก ไม่ว่าจะเป็นการพยายามยัดคำคมเสี่ยวๆ ความเป็นการ์ตูน หรือมุกล็อคต่างๆ แล้วตบๆให้เข้าที่เข้าทางด้วยการพยายามเล่นสนุกกับสถานการณ์ชิบหายวายป่วงต่างๆอันเกิดจากญาติสนิทและเพื่อนฝูงที่ไปช่วยกันพิชิตใจพ่อตาสุดโหด

หากจะบอกว่านี่คือการเอาซีนพาแฟนไปเจอพ่อใน แสบสนิทฯ มาขยายให้ยาวขึ้นก็ไม่ผิดจากนี้นัก เพราะว่ามันคือหนังพี่ยอร์ชเหมือนกัน แถมตัวละครพระนางก็ไม่ได้หนีไกลจาก ไอ้หนิด กับ สวย ในแสบสนิทฯสักเท่าไหร่ เลยกลายเป็นว่าหนังแม่งมีความยอร์ช ฤกษ์ชัย มากกว่างานของแกเองยุคหลังๆซะอีก

เราจึงมีความสุขและบันเทิงกับมันมาก มากกว่าภาคแรกหลายเท่า เพราะว่ามันทำให้นึกถึงหนังยุคแรกของพี่ยอร์ชนี่แหละ ที่ตัวละครรายรอบต่างพากันแย่งซีนกันสนุกสนาน โดยเฉพาะน้าค่อม กับ พี่เต๋า สมคำล่ำลือจริงๆ เคมีเข้ากันจนเกือบกลบรัศมีซุปตาร์สุดแรงอย่างน้าโรเบิร์ตเลยทีเดียว

มันไม่ใช่งานที่ไร้ที่ติ ถ้าหาก ดูหนังฟรี GDH คือตัวแทนหนังของคนเมือง และ จักรวาลไทบ้านฯ คือตัวแทนคนรากหญ้าอีสาน ไบค์แมน ก็คือตัวแทนของหนังคนชานเมือง หรือเขตจังหวัดแถบๆภาคกลางที่มีชีวิตมีเลือดเนื้อเหมือนคนใกล้ๆตัวเราที่จับต้องได้ ความครื้นเครง กลมเกลียวแบบจริงใจ มันทำให้เรายิ้มหัวเราะไปด้วยกัน ในขณะเดียวกันแง่คิดเรื่องรักๆใคร่ๆของคนหนุ่มสาว หรือความรักระหว่างคนในครอบครัว หนังก็ถ่ายทอดเรื่องเหล่านี้ได้อย่างจริงใจเป็นที่สุด

และแน่นอน หนังสามารถขายภาคต่อได้ยาวๆเท่าที่สามารถจะทำได้ เพราะหลายๆอันพี่ยอร์ชแกก็ให้เด็กสร้างของแกเอาของเก่าๆที่แกเคยทำไว้ในหนังเรื่องก่อนๆมารีไซเคิ้ลใหม่แล้วได้ผลนั่นแหละ

เป็นหนังคอมเมดี้ที่คิดเร็วทำเร็วได้จริง หลังจากไบค์แมนภาคแรกออกฉายเมื่อปีที่แล้ว ทำรายได้จากทั่วประเทศทะลุ 100 ล้านบาท นี่ยังไม่รวมรายได้ที่ขายสิทธิ์ให้ไปอีกหลายประเทศด้วยนะ ทำให้ “ไบค์แมน ศักรินทร์ตูดหมึก” เป็นหนังคอมเมดี้ที่ประสบความสำเร็จที่สุดในช่วงหลังๆ ของค่าย รฤก โปรดั๊กชั่น ของ ยอร์ช ฤกษ์ชัย

เพราะเรื่องล่าสุดที่ทำรายได้เป็นกอบเป็นกำให้ค่ายก็ต้องย้อนไปถึง “คุณนายโฮ” ปี 2555 นู่น รฤก โปรดั๊กชั่น ก็รีบคลอด ไบค์แมน2 ตามติดในปีต่อมา มอบหน้าที่ให้ พฤกษ์  เอมะรุจิ ผู้กำกับจากภาคแรกมาสานต่อความสำเร็จ

ใน “ไบค์แมน ศักรินทร์ตูดหมึก” ทิ้งฉากจบไว้ให้คนดูได้จิ้นกับความรักของ ศักดิ์ กับ จ๋าย ที่ดูเหมือนจะลงเอยกันด้วยดี หลังจากผ่านความยุ่งเหยิงมาตลอดทั้งเรื่อง เหตุจากศักดิ์หลอกที่บ้านว่าเป็นหนุ่มแบงก์ ทั้งที่ตัวเองทำงานเป็นมอเตอร์ไซค์รับจ้าง รวมทั้งหลอก จ๋าย เพื่อสาวที่ศักดิ์หมายปองมาตั้งแต่เด็กอีกด้วย

มาถึงภาคนี้เรื่องราวของหนังก็สานต่อ ที่ยังคงจับประเด็นหลักเรื่องภารกิจพิชิตใจจ๋าย หลังจากที่ปล่อยตัวอย่างหนัง ด้วยการเน้นตัวละครใหม่อย่าง “เต๋า สมชาย” ให้มาเป็นคู่ปรับตัวฉกาจกับ “ลุงปรีชา” บทของน้าค่อม ในหนังจริงก็เปิดเผยตัวว่า เต๋า สมชาย คือ “ศักดา” พ่อของจ๋าย เป็นพ่อจอมเฮี้ยบ

ปัจจุบันเป็นเจ้าของเหมืองแร่ อยู่ในต่างจังหวัด ประเด็นของเรื่องก็คือ ศักดาเป็นพ่อที่เจ้ากี้เจ้าการชีวิตลูกสาว อยากให้ลูกสาวมีแฟนที่ดี ก็เลยจะจัดการหาผู้ชายมาให้จ๋ายดูตัว จ๋ายรำคาญก็เลยบอกพ่อว่า “ศักดิ์” คือแฟนของจ๋าย ศักดาต้องการรู้จักว่าที่ลูกเขยอย่างจริงจัง จึงบอกให้ศักดิ์พาครอบครัวมาพักผ่อนที่บ้านของเขา

ดูหนังฟรี

เพื่อที่จะได้ทำความรู้จักครอบครัวของศักดิ์ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความบันเทิง เมื่อแก๊งก๊วนป่วนฮาในภาคแรกได้เดินทางมาบ้านของศักดาด้วยกันหมด ทั้งแม่สุรีย์ ลุงปรีชาที่พานรสิงห์ลูกชายติดไปด้วย พี่หลง มอไซค์วินก็ตามไปสมทบอีกด้วย แถมยังมีพี่เอ แฟนเก่าตามไปง้อถึงที่อีกด้วย รอบนี้ตัวละครหลักก็เลยมารวมกันอยู่ที่เดียว

ไม่ต้องเดินทางไปมาระหว่างเรื่องอีกแล้ว หนังหยิบเอาสูตรสำเร็จจากภาคแรกมาใช้เพียบ อย่างประเด็นที่ว่าด้วยเรื่อง “การโกหก” รอบนี้ทั้งก๊วนแก๊ง ต้องแต่งเรื่องโกหกว่า จ๋ายกับศักดิ์ เป็นแฟนกันจริง ได้รับความช่วยเหลือจากสมาชิกแก๊ง ที่ต้องช่วยกันแต่งเรื่องมาหลอกศักดา คุณพ่อของจ๋าย

ศักดิ์เองก็เล่นตามน้ำไปซะยังงั้น ทั้งที่ในใจเขานั้นอยากเป็นแฟนกันจริงไม่ต้องมาโกหกแบบนี้ หนังก็เลยได้มุกแต่งเรื่องโกหกแบบภาคแรกมาประยุกต์ใช้อีกรอบ เมื่อตัวละครหลักมารวมกันอยู่หมด การจะเขียนบทสร้างสถานการณ์ฮาก็ทำได้ง่ายขึ้น หนังก็เลยมีฉากเรียงเสียงฮาได้ถี่ ๆ ตลอด 1 ชั่วโมง 47 นาที หนังเรียกเสียงฮาได้จริง

แต่พลังความฮายังด้อยกว่าภาคแรกนัก ฉากเด็ดที่สุดในภาคนี้ก็น่าจะเป็น “ฉากงูเห่า” นั่นแหละ ในขณะที่หนังทำการบ้านมาดี รู้ว่าคนดูชอบอะไร และไม่ชอบอะไรจากภาคแรก ทีมเขียนบทก็เลือกเน้นในสิ่งที่คนดูชอบ และเลือก “ตัด” ในสิ่งที่คนดูไม่ชอบ ในภาคนี้เราก็เลยเห็น ศักดิ์เอ่ย”คำคม”เพียงแค่ครั้งเดียว

ผู้ที่รับภาระหนักในภาคนี้ก็ยังคงเป็น เว็บดูหนัง “น้าค่อม” เช่นเคย การใส่บท “ศักดา” เข้ามาในฐานะคู่ปรับ ก็เหมือนกับเปิดช่องทางให้น้าค่อมตบมุกได้อีกมาก ด้วยภาพลักษณ์นักเลงของเต๋า สมชาย จึงทำให้เต๋ามักได้บทแนวโหดดุอยู่เสมอ แต่ทุกครั้งที่เต๋าเอ่ยเสียงขึ้นมาเมื่อไหร่

พลังความเข้มมันตกฮวบเสียทุกที ถ้าเต๋าผ่าตัดกล่องเสียงตั้งแต่ยังหนุ่ม น่าจะรุ่งกว่านี้นะ เสียงเต๋าดูอ่อนนุ่มขัดกับภาพลักษณ์อย่างมาก แต่ด้วยภาพลักษณ์หนวดเครารุงรังก็ดูเหมาะกับบทเจ้าพ่อเหมืองแร่ ขอชื่นชมการทำหัวล้านบาร์โค้ดด้วย เป็นงานเมคอัปที่ดูแนบเนียนเหมือนจริงดี

ในขณะที่หนังเดินหน้าไปด้วยเส้นเรื่องหลัก ว่าด้วยการสร้างสัมพันธ์ของ 2 ครอบครัว เส้นเรื่องรองก็คือเรื่องการขัดผลประโยชน์ทางธุรกิจ ระหว่างศักดากับเจ้าพ่อที่ต้องการซื้อเหมืองแร่ของศักดาในราคาต่ำ ก่อให้เกิดความอลหม่านยุ่งเหยิงในฉากท้ายเรื่อง ดูแล้วชวนให้นึกถึงสูตรสำเร็จแบบที่ แฟรนไชส์ “บุญชูสระอูยาว”

ชอบใช้ในทุกภาค สร้างสถานการณ์ให้ตัวละครมารวมกัน เขียนบทให้หยอดมุกฮาเรี่ยไร่รายทางไปเรื่อย แล้วจบด้วยความวุ่นวายยุ่งเหยิง แล้ววกเข้าแฮปปี้เอนดิ้งในตอนจบ ไบค์แมน2 ก็มาด้วยสูตรนี้แบบเป๊ะ ๆ แต่ด้วยเหตุที่ว่านี่คือหนังชื่อ “ไบค์แมน”

พระเอกของเรื่องคือหนุ่มผู้รักความเร็วของมอเตอร์ไซค์ ฉะนั้นก็ต้องมีฉากให้ศักดิ์ได้โชว์ความสามารถในการขี่มอเตอร์ไซค์ ก็ถือว่าทีมงานหาทางใส่ฉากขี่มอเตอร์ไซค์ให้ศักดิ์เข้าไปในเรื่องราวได้อย่างลงตัว แต่กระนั้นก็ต้องยอมรับว่าแม้จะเป็นสูตรสำเร็จ

แต่ฉากจบด้วยบรรยากาศกุ๊กกิ๊กของ ศักดิ์และจ๋ายก็ทำให้ดูแล้วอดยิ้มตามเสียไม่ได้ ฝน ศนันธฉัตร ยังทำหน้าที่สีสันความสดใสเพียงหนึ่งเดียวของเรื่องได้อย่างดี อยากฮาก็ได้ฮาอยู่นะ แต่ก็ไปได้ไม่เท่าภาคแรกครับ

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น