The Internship (2013)

ชายโง่เทคโนโลยี วัยกลางคน สองคน ตกงาน แต่จับพลัดจับผลู ได้เข้าเป็นเด็กฝึกงาน ใน Google

เนื่องในโอกาสที่ 27 กันยายน ถือเป็นวันเกิดของ Google โปรแกรมค้นหาอันดับ 1 ของโลกในขณะนี้ และเป็นโปรแกรมสุดโปรด ที่ตาลุงแถวๆ นี้ใช้บริหารประเทศพร้อม กับแนะนำให้ประชาชนหัดใช้กันบ้าง ชีวิตจะได้ดีขึ้น จึงถือโอกาสยกหนังเก่าที่อาจผ่านหูผ่านตาใครไปบ้าง เพราะหนังถูกนักวิจารณ์สับเละเทะ

แต่สำหรับตั๋วร้อนแล้วนี่คือ ดูหนังสด ที่ดูแล้วรู้สึกดีและหลงรักมันมากๆ อย่างน้อยถ้าไม่ชอบหนัง หลายคนก็ได้รับรู้ว่าการทำงานในบริษัทGoogle เขาไม่ได้ดูที่วุฒิการศึกษาหรือวัย เขารับเอาคนมีสมองที่ไม่จำเป็นต้องจบสูงๆหรือพิมพ์คอมเป็นด้วยซ้ำ หนังของผู้กำกับฯ ชอว์น เลวี่ แทบทุกเรื่องมักมีตัวเอกเป็นตัวละครที่ตกอับ

คนประเภทเคยรุ่งแล้วกลายมาเป็นพวก Loser ซึ่งแน่นอนว่ามันต้องเป็นงานให้แรงบันดาลใจและสร้างความอิ่มเอมใจเมื่อดูหนังจบ นี่คืองานสูตรสำเร็จที่ก็พอเดาๆทางกันได้ แต่สิ่งที่แฝงอยู่ในหนังนั้น เหมาะมากที่จะเอามาเป็นแรงบันดาลใจสำหรับคนที่กำลังล้มไม่ว่ากับเรื่องใดๆ ประเด็นที่น่าสนใจในการเล่นกับชื่อหนัง ซึ่งหมายถึง เด็กฝึกงาน

ก็คือการมองในมุมกลับกันว่า ใครกันแน่ในเรื่องที่กำลังฝึกงานกันอยู่ ตัวละครเอกสองตัวตกงานแล้วจับพลัดจับผลูเข้าไปเป็นเด็กฝึกงานในบริษัท ในฝันของคนทั้งโลกที่เรียกว่า Google อยากรู้อะไรให้ถามกูเกิ้ล แต่ในหนังมันกลับบอกให้เรารู้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างใช่ว่าจะหาได้ในกูเกิ้ลเสมอไป ดังนั้น ไอ้สองคนนี้แม้ตำแหน่ง ที่มันเข้าไปจะเป็นเด็กฝึกงานแก่ๆ

สองคนที่ไม่รู้สี่รู้แปดอะไรเลยเกี่ยวกับเทคโนโลยีเลย แต่พอมันเข้าไปเป็นหนึ่งในฟันเฟืองของกูเกิ้ลแล้ว กลับกลายเป็นว่าเหมือนมันสองคนต้องไปฝึกงานให้พวกเด็กวัยรุ่นในเรื่องที่ก็มาเป็นเด็กฝึกงานเหมือนกับเขาสองคนยังไงยังงั้น แล้วคำว่า”งาน”ในที่นี้ก็คงหมายถึงประสบการณ์ชีวิต การใช้ความสามารถของตนเองโดยแท้จริง

ดูหนังสด

ไม่ใช่พึ่งพาแต่อินเตอร์เน็ตเพียงอย่างเดียว เห็นได้จากที่เขาสองคนทำให้เด็กหนุ่มคนหนึ่งที่วันๆก้มหน้ามองแต่โทรศัพท์ ได้กลายมาเป็นคนที่เงยหน้าคุยกับคนอื่น ได้ใช้ชีวิตในโลกความเป็นจริง ก่อนที่มันจะสายไป จนอาจทำให้เขากลายเป็นคนไม่มีเพื่อน ไร้ปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง หนังเหมือนเป็นโฆษณาองค์กร Google

แต่หากเพ่งมองกันจริงๆจะเห็นการประชดประชันสังคมยุคใหม่อย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะทุกวันนี้คนเราแทบจะไม่คุยกันเลย กินก็สั่งทางเน็ต จีบกันก็ทางเน็ต มีเซ็กส์กันทางเน็ต ไม่ต้องสอดใส่ก็เสร็จ แฮ่กๆๆ ซึ่งหนังได้บอกและเตือนพวกเราให้รู้ว่า หากคุณไม่คิดที่จะไปเหล่สาวตามผับซะบ้าง หากคุณไม่คิดที่จะคบหากับคนในชีวิตจริงบ้าง

หากคุณไม่คิดที่จะลองรับคนแย่ๆเข้ามาในชีวิตจริงบ้าง แต่กลับยอมเปิดรับแต่คนโปรไฟล์ดีในอินเตอร์เน็ต คุณก็จะไม่มีทางได้รับรู้เลยว่า โลกแห่งนี้มันมีอะไรน่าอภิรมย์อีกเยอะ มีความสำเร็จมากมายให้ขวนขวาย มีภูเขาให้ปีน มีสาวสวยให้จีบ มีพิซซ่าอร่อยๆให้ไปลองชิม ไม่ใช่แค่ก้มหน้ามองคอมฯหาในกูเกิ้ล

แล้วตัดสินเออออห่อหมกเอาเองว่า ดูหนังผ่านเน็ต มันสนุกนะ มันอร่อยนะ มันน่าซื้อนะ ความจริงแล้วทั้งชีวิตนั้นคนเราต่างเป็นทั้งคนฝึกงาน และเด็กฝึกงานในคนๆเดียวกัน การเรียนรู้งานไม่มีที่สิ้นสุด หากเพียงแค่เราแยกแยะว่า สิ่งไหนควรหาในกูเกิ้ล สิ่งไหนควรออกไปหามันด้วยตัวเอง แค่นี้คุณก็จบหลักสูตรการฝึกงานในชีวิตคุณได้อย่างสมบูรณ์

โดยที่ไม่พลาดอะไรไปเลย อย่าใช้อินเตอร์เน็ตนำทางชีวิต โดยเฉพาะโปรแกรมดีๆที่มีข้อมูลเท็จเป็นล้านข้อมูลปนเปกับข้อมูลจริง เป็นหนังที่ดูแล้วอิ่มเอมใจมากๆ และมันทำให้เราได้รู้จักองค์กร Google มากขึ้นอีกด้วยโดยที่ไม่ต้องมีตาลุงที่ไหนมานั่งแนะนำ

ปรากฏการณ์ เรือชนเครื่องบิน

ปี 1997 หนัง Air Force One นั้นถือว่าฟอร์มดีมาก

อย่างแรกเลยคือมันเป็นหนังแอ็คชั่นลุ้นระทึกตลาดจ๋ามาแรงแซงหลุมอากาศ อย่างต่อมามันมี แฮริสัน ฟอร์ด ที่ยุคนั้นถือว่าเป็นสุดยอดดาราแอ็คชั่นแถวหน้า อีกฟากก็คือโคตรผู้กำกับบ้าระห่ำ เจมส์ คาเมรอน ที่การมาของเขาแต่ละครั้งย่อมไม่ธรรมดา เขาพา TITANIC หนังทุนสร้างมโหฬาร 200 ล้าน(ซึ่งเยอะมากในยุคนั้น)

มาวางโปรแกรมชนกับ Air Force One ดูหนังสด ของ Columbia picture ชนิดที่ว่าต้องพังกันไปข้าง แต่ทว่าทาง Columbia picture นั้นเป็นฝ่ายออกอาการเครียด เพราะการไปสู้รบปรบมือกับคนอย่าง เจมส์ คาเมรอน เท่ากับการฆ่าตัวตายชัดๆ แต่หนังมันวางโปรแกรมไปแล้วว่าชนกันแน่ๆ เป็นทางด้าน แฮร์ริสัน ฟอร์ด พระเอกของเรื่องนั่นเอง

ที่อาสาไปเจรจาขอร้องให้ Fox กับ Paramount ซึ่งร่วมทุนสร้างกัน ให้เลื่อนฉาย TITANIC ไปก่อน เห็นแก่ความสัมพันธ์ครั้งหลังที่ลุงฟอร์ดเคยเล่นหนัง Indiana Jones ให้ Paramount มาช้านาน ทางฝั่ง Paramount จึงยอมถอยให้ แต่ทางฝั่ง Fox ซึ่งก็ร่วมทุนก้อนโตกับหนัง TITANIC ด้วยก็แอบไม่พอใจเช่นกันถึงขนาดขู่ถอนทุนกันเลยทีเดียว

สุดท้ายเป็น เจมส์ คาเมรอน ที่ออกมาขอเลื่อนฉายเองเพราะทำ CG ยังไม่เนี้ยบ ข้อพิพาทจึงจบลงและ TITANIC ถูกเลื่อนฉายออกไป Columbia ก็เหมือนจะถูกหวยด้วยประการฉะนี้ Air Force One ฟาดรายได้ไปกว่า 315 ล้าน ตลอดทั้งโปรแกรม จากทุนสร้างราว 85 ล้านเหรียญ ช่วงเวลานั้นผู้บริหาร Fox อย่าง บิล เมคานิค

ดูหนังสด

รู้สึกแอบอิจฉา Columbia ที่สร้างหนังด้วยทุนแค่ 85 ล้าน แต่ฟันกำไรไปเต็มๆ หันมองกลับมาที่หนังของตนเอง ไอ้ผู้กำกับหนวด เจมส์ คาเมรอน นี่มันมั่นใจห่าอะไรกับหนังรักประโลมโลกของมันวะ ถึงได้ใช้งบบานปลายขนาดนี้ ไม่มีทางที่หนังจะคืนทุนได้เลยให้ตายสิ เมื่ออคติเกิดในใจ ทำให้ บิล เมคานิค ทะเลาะกับ เจมส์ คาเมรอน อย่างรุนแรง

เกี่ยวกับเรื่องทุนสร้าง ซึ่งไม่มีทีท่าว่ามันจะได้คืนเลย หนังรักประโลมโลกบนเรือยักษ์ที่ล่มไปนานแล้วเนี่ยนะ เดี๋ยวก็ได้ล่มตามเรือลำนั้นไปหรอก การทะเลาะกันเริ่มบานปลาย ถึงขั้นแตดหักกันไปข้าง เจมส์ คาเมรอน เป็นฝ่ายบินไปง้อ บิล เมคานิค ถึง LA เพราะเขาเองก็รู้สึกไม่ดีที่งบประมาณการสร้างเริ่มบานปลาย

แถมหนังยังเลื่อนโปรแกรมฉาย ใครมองก็บอกว่า เว็บสตรีมหนัง Fox กลัวหนังอย่าง Air Force One ที่ฟอร์มดีเหลือเกิน เมื่อมีการขอโทษขอโพยกันแล้ว เจมส์ คาเมรอน กำชับ บิล เมคานิค ว่าให้เชื่อเขา เขาจะทำให้โลกจดจำเรือยักษ์ลำนี้ให้ได้ในฐานะสุดยอดหนังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่โลกเคยมีมา บิล เมคานิค เห็นถึงความตั้งใจจึงไฟเขียวเต็มที่ให้สร้างมันให้เสร็จ

ซะหนังบ้าๆเรื่องนี้ พร้อมอนุมัติงบเต็มที่ TITANIC เข้าฉายเป็นโปรแกรมส่งท้ายปี พร้อมด้วยอาการใจตุ้มๆต่อมๆของผู้บริหาร Fox และ Paramount แต่คนที่มั่นใจมั่นหน้าที่สุดก็เป็น เจมส์ คาเมรอน ผู้กำกับบ้าคลั่งคนนี้นั่นแหละ เขาแทบไม่รู้สึกรู้สากับอาการผวาของสตูดิโอผู้สร้างเลย เขายอมไม่เอาค่าตัวในการกำกับครั้งนี้ด้วย

ปรากฏว่าเมื่อ TITANIC เข้าฉาย มันยืนระยะฉายได้ยาวนานข้ามปีข้ามเดือน พร้อมครองสถิติรายได้ 2.187 พันล้านเหรียญ และกวาดไป 11 รางวัลออสก้าร์ รวมถึงสาขาหนังยอดเยี่ยมในปีนั้น และคำพูดที่ว่า ” I’m The King of The World ” บนเวทีออสก้าร์ของ เจมส์ คาเมรอน นอกจากจะเป็นประโยคที่ แจ็ค ดอว์สัน ตะโกนในหนังแล้ว มันยังเป็นการบอกให้โลกรับรู้ถึงความเป็นราชาของเจมส์ คาเมรอน

เดนเซล วอชิงตัน ชายผู้ทำให้ราชาก้มกราบ

จะไม่มีราชาเสือดำ หากไม่มี เดนเซล วอชิงตัน

เคยมีคนแอบตัดต่อขำๆว่าหาก Black panther ถูกสร้างในยุค 90s ผู้ที่จะมารับบทฝ่าบาททีชาล่านั้น ถ้าไม่ใช่เวสลี่ย์ สไนป์ ก็ต้องเป็น เดนเซล วอชิงตัน นั่นแหละ แต่เปอร์เซนต์ค่อนไปทางฝ่ายแรกมากกว่า เพราะดูจะเป็นนักแสดงที่ครบเครื่องเรื่องบู๊กว่าฝ่ายหลังมากๆ ส่วนป๋าเดนเซลก็รับบทคิลมองเกอร์ไปซะก็ไม่เสียหายอะไร

เพราะเด่นไล่ๆกันทั้งสองบท ใครเลยจะรู้ว่าไอ้ที่แซวกันขำๆนั้นจริงๆมันมีคำว่าโชคชะตานำพากันอยู่ เพราะ แชดวิค โบสแมน ผู้รับบท Black panther นั้นเคยออกมายอมรับว่า หากไม่มี เดนเซล วอชิงตัน เขาคงไม่มีวันนี้ ย้อนกลับไปสมัยที่ แชดวิค โบสแมน ยังเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยฮาเวิร์ด เขาและเพื่อนๆได้ลงทะเบียนขึ้น

บัญชีเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนด้านการละคร ซึ่งต้องได้ไปเรียนที่มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ แต่ปรากฏว่า แชดวิค โบสแมน ไม่มีทุน และเพื่อนๆของเขาก็เช่นกัน มันคือโอกาสอันดีแต่พวกเขาไม่มีเงิน โชคดีที่พวกเขามี ฟิลิเชีย ราชาด อดีตนักแสดงทีวีที่เป็นอาจารย์ประจำภาควิชาการแสดงของ แชดวิค โบสแมน ที่ฮาเวิร์ด

ซึ่งเธอได้ใช้ความเป็นคนในวงการของเธอ เข้าไปขอการสนับสนุนจากเพื่อนๆในวงการเพราะเล็งเห็นว่าเด็กๆเหล่านี้เติบโตไปจะต้องเป็นนักแสดงที่ดีเข้าไปประดับวงการอย่างแน่นอน แล้วฝันของเด็กๆก็เป็นจริง พวกเขาได้ไปอ็อกซ์ฟอร์ด ด้วยทุนรอนจากเพื่อนฝูงในวงการของอาจารย์ฟิลิเชีย หนึ่งในผู้สนับสนุนหลักทุนการศึกษาครั้งนั้น

คือ เดนเซล วอชิงตัน นั่นเอง ในงานรอบปฐมทัศน์ของ ดูหนังฟรี Black Panther เดนเซล วอชิงตัน แอบย่องมาในงานด้วย แชดวิค โบสแมน ในวันที่เป็นดาราดังแล้วเดินเข้าไปหาผู้มีพระคุณของเขา เดนเซลทักเขาอย่างกันเองว่า ” เรายังไม่เคยเจอกันเลยนะไอ้หนู ” ก่อนที่ แชดวิค โบสแมน จะตอบกลับอย่างตื้นตันว่า 

” ผมมีหลายๆอย่างอยากจะบอกกับคุณจริงๆ คุณคือคนจ่ายเงินเรียนให้ผม ” ในขณะที่กำลังจะซึ้ง เดนเซลก็ตอบกลับไปว่า “แน่นอนไอ้หนู เหตุผลที่ข้ามาที่นี่ก็เพราะมาทวงตังค์เอ็งไง ” แล้วทั้งคู่ก็หัวเราะร่าอย่างออกรส ย้อนกลับมาพูดถึงเดนเซล วอชิงตัน กันต่อ อันที่จริงแล้วเขาค่อนข้างจะเป็นนักแสดงที่แปลกประหลาดเอามากๆ

เพราะในขณะที่เขาแสดงหนังดราม่าคุณภาพมาตลอด แต่ในทางการเป็นดารานักบู๊ เขาก็ดูเหมือนจะมีผลงานหนังแอ็คชั่นอยู่ในลิสต์ไม่น้อยเหมือนกัน แต่…..ทว่าแปลกมากที่คนแทบไม่ได้จดจำเขาในฐานะยอดนักบู๊เลย ” ผมชอบหนังแอ็คชั่นนะ มันทำเงินได้เยอะดี ” คำพูดง่ายๆถ้าออกจากปากดาราอย่าง เวสลี่ย์ สไนป์ หรือ วิน ดีเซล มันคงไม่ดูมีอะไร

แต่นี่มันออกจากปาก เดนเซล วอชิงตัน มันเลยดูเท่และไม่ดูเรื่องมาก ทำไมน่ะเหรอ เพราะเขาคือนักแสดงที่แปลกประหลาด ถ้าเอ่ยชื่อเขาผู้คนมักมีภาพจำเป็นดาราเจ้าบทบาทที่มีแต่รางวัลอยู่ในมือ แต่หากกางนิ้วนับดูดีๆ เขานี่แหละขาบู๊ของฮอลลีวู้ดตัวจริงไม่ค่อยอิงซีจี จำนวนหนังบู๊ในผลงานการแสดงของเขามีเยอะมาก

ดูหนังฟรี

แต่เหตุใดคนจึงมองเขาเป็นดาราสายดราม่า นั่นเพราะเขาพยายามทำให้มันสมดุลกัน เขาชอบเล่นสนุกในกองถ่ายหนังแอ็คชั่น ในขณะที้เครียดจากบทดราม่า เรื่องมันเกิดตอนที่เขาถูกปฏิเสธบทนักล่าแวมไพร์ Blade เขาคิดว่ามันน่าสนุกแต่ต้องยอมเสียบทให้ เวสลี่ย์ สไนป์ ไปเพราะสไนป์เหมาะสมกว่า

หลังจากนั้นมาดูเหมือนว่าเขาจะพยายามอย่างหนักที่จะใส่ตัวตนลงไปในหนังบู๊ที่เขาแสดง มันไม่ใช่แค่การยืนทำเท่แล้วเหนี่ยวไกปืน แต่เป็นการใส่ความเป็นมนุษย์ลงไปท่ามกลางห่ากระสุนและเปลวระเบิดไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ จากชายผู้ถูกปฏิเสธบทนักล่าแวมไพร์ เขาคว้าออสก้าร์จากการแสดงหนัง เอ่อ….หนังแอ็คชั่น

อ่านไม่ผิดหรอก เขาคว้าออสก้าร์นำชายจาก Training Day หนังออนไลน์ แอ็คชั่นตำรวจ ซึ่งเป็นออสก้าร์ตัวที่สองของเขา นี่คือความมหัศจรรย์ และมีไม่กี่คนที่สามารถคว้าออสก้าร์จากหนังบู๊ได้ มันจึงเป็นความแปลกที่น่าพิศวง เขายิงปืนและได้ออสก้าร์จากหนังแอ็คชั่น แต่ไม่มีใครเรียกเขาว่า เดนเซล วอชิงตัน ดารานักบู๊ แม้กระทั้งในหนังอย่าง Book of Eli

เขาลงทุนลงแรงเล่นฉากสตั๊นท์เองทั้งหมด หัดใช้อาวุธมีดปืนให้ชำนาญเป็นแรมปีเพื่อเข้าฉาก แต่ก็นั่นแหละ ยังไม่มีใครเรียกเขาว่าดารานักบู๊อยู่ดี ว่ากันว่า Book of Eli คือหนังที่ช่วยเติมเต็มปมของเขาที่เคยชวดบท Blade เพราะมีการต่อสู้ที่ใกล้เคียงกัน และปัจจุบันเขายังคงเล่นบทบู๊ควบคู่กับดราม่าต่อไป พร้อมสร้างความแปลกประหลาดใจให้แฟนๆหนังเสมอๆ

ว่าบู๊ขนาดนี้ทำไมไม่มีคนเรียกดารานักบู๊ ปี 2019 ในงานมอบรางวัลเกียรติยศ AFI Life Achievement Award ครั้งที่ 47 เดนเซล วอชิงตัน คือผู้ที่ได้รางวัลนี้ไปครอง แชดวิค โบสแมน ขึ้นไปกล่าวสดุดีแด่ เดนเซล วอชิงตัน

ฮักบี้ระดับตำบล สู่ระดับตำนาน

ชวนดูหนังกีฬาสุดน่ารักแห่งปีรอบพิเศษ

ที่ Lido Connect รายได้สมทบทุน บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ กลับมาอยู่ในกระแสอีกครั้ง หลังจากการลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ภาคอีสานเมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงไล่เลี่ยกันพอดีกับที่ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ กำลังเข็นผลงานการกำกับครั้งใหม่ของเขาในชื่อ ‘ฮักบี้บ้านบาก’

ซึ่งเรื่องราวของหนังก็สร้างจากเรื่องราวจริงที่เกิดขึ้นที่ ดูหนังฟรี อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี หนึ่งในพื้นที่ประสบอุทกภัย บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ เป็นทั้งอาสาสมัครกู้ภัยและบำเพ็ญประโยชน์ ในขณะเดียวกันเขาก็ทำงานเป็นผู้กำกับ ผลงานที่สร้างชื่อและกลายเป็นกระแสมากๆ โดยเฉพาะในหมู่คนอีสานก็คือผลงาน ‘ปัญญา เรณู’

ทั้ง 3 ภาค ที่ได้ใจชาวอีสาน ในแง่ของการเสนอความน่ารักและความซื่อชวนยิ้มของเหล่าไทบ้านได้เป็นอย่างดี ‘ฮักบี้บ้านบาก’ สร้างขึ้นจากเรื่องจริงของทีมนักกีฬา ‘ฮักบี้’ สายประถม ของโรงเรียนบ้านบาก อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี เมื่อครูพละอดีตนักฮ็อกกี้ทีมชาติ ต้องสวมบทบาทครูสอนรักบี้จำเป็น

เพื่อตอบสนองคำสั่งอันผิดพลาดจากส่วนกลาง เมื่อทุ่งนาต้องกลายสภาพเป็นสนามรักบี้ ลูกชาวนาที่กำลังจะเรียนจบ ป.6 ต้องกลายเป็นนักกีฬาไร้ประสบการณ์ พร้อมกับการกลายมาเป็นกองเชียร์และสปอนเซอร์จำเป็นของชาวบ้านและครอบครัว ฟังดูเป็นจุดเปลี่ยนแสนธรรมดา เมื่อลูกอีสานต้องมาเล่นกีฬาตะวันตกแสนไม่คุ้นชิน

แต่พวกเขาก็ตั้งใจฝึกฝน และต่อสู้ฝ่าฟัน ความพยายามไม่เคยทำร้ายทุกคนที่ตั้งใจ ส่งผลให้จากทีมฮักบี้ระดับตำบล พวกเขาเอาชนะทีมเก่งกาจที่ใหญ่ขึ้นๆ เรื่อยๆ จนในที่สุด พวกเขาก็ได้เข้าชิงกับทีมระดับประเทศในรอบชิงชนะเลิศ …เราขอไม่บอกผลการแข่งขัน เพราะเชื่อว่าหลายคนที่เคยติดตามข่าวก็จะทราบดีว่าพวกเขาไปไกลได้แค่ไหน

นี่คือหนึ่งใน ‘หนังกีฬา’ หนังถ่ายทอดสด จากหลายๆ เรื่องของไทยที่ได้รับผลการตอบรับค่อนข้างดี มากกว่านั้นคือมิติของหนังที่ไม่ได้มีแค่บรรยากาศการฝึกซ้อมและการแข่งขันเพียงอย่างเดียว แต่หนังยังเล่นประเด็นย่อยอย่างสภาพครอบครัวของเหล่าน้องๆ นักกีฬาแต่ละคน ที่ต่างก็พบเจอกับปัญหาที่แตกต่างกันออกไป ไล่มาตั้งแต่เรื่องยาเสพติดไปจนถึงเรื่อง LGBT

เรื่องย่อ จากเรื่องจริงของทีมรักบี้ม้ามืดจากโรงเรียนบ้านบาก จังหวัดอุบลราชธานี ที่ขาดแคลนทั้งอุปกรณ์และโค้ชมืออาชีพฝึกซ้อม แต่ก็สามารถเข้าไปชิงในดีวิชั่น 2 ระดับประเทศ ได้เจอกับตัวแทนมหาสารคาม เจอกับตัวแทนกาฬสินธุ์ ตลอดจนเจอกับ ภปร.วิทยาลัย และวชิราวุธ ซึ่งล้วนเป็นโคตรรักบี้

ดูหนังฟรี

แถวหน้าที่มีชื่อคว้าแชมป์กันอย่างต่อเนื่องทั้งนั้น แต่เหล่าเด็กบ้านบากต่างก็มีความมุ่งมั่น ทําให้พวกเขาเหล่านี้สามารถชนะทีมต่างๆ อย่างเหลือเชื่อเข้าไปชิงกับทีมวชิราวุธได้อย่างเหนือความคาดหมาย และเป็นข่าวที่ฮือฮาในสื่อระดับประเทศมาแล้ว จากเรื่องจริงที่เป็นข่าวดังเมื่อปี 2559

มาสู่หนังไทยสไตล์บ้านๆ ที่มีเด็กเดินเรื่อง ตามวิถีถนัดของผู้สร้างและผู้กำกับอย่าง บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ที่เคยปั้นหนังเด็กอย่าง ปัญญา เรณู ออกมาฮิตติดใจจนกลายเป็นหนังไตรภาคสำเร็จ มาครั้งนี้บิณฑ์มุ่งมั่นที่จะนำเอาเรื่องจริงที่สร้างแรงบันดาลใจจากฉายาทีม นักสู้เท้าเปล่า เพราะขาดทั้งทุนทรัพย์และอุปกรณครบครันอย่างโรงเรียนดังๆ

ทีมอื่น แต่กลับใช้พลังกายพลังใจฝ่าฟันจนล้มยักษ์เข้าชิงระดับประเทศสำเร็จ โดยบิณฑ์ยังได้ดึง ธนิตย์ จิตนุกูล ผู้กำกับดังเจ้าของผลงานอย่าง บางระจัน (2543) มาช่วยกำกับและควบคุมงานสร้าง เพื่อหวังจะได้หนังกีฬาชั้นดีประดับวงการอีกเรื่องหนึ่ง

หมัดเทพเจ้าดาวเหนือ

เคนชิโร่ไหมล่ะมึง!!!

คำจำกัดความของ Fist of the North Star หรือ หมัดเทพเจ้าดาวเหนือ เวอร์ชั่นหนังใหญ่ปี 1995 คือ ” หนังตลกที่จริงจังที่สุด ” การที่ฝรั่งหัวแดงมาเล่นหนังแล้วแต่ละคนมีชื่อเป็นภาษาญี่ปุ่น มันคือความตลกที่ฝรั่งด้วยกันยังต้องยอม คือยอมให้มึงหน้าด้านละเลงเนื้อเรื่องใส่โดยไม่สนหีสนแตดใดๆทั้งสิ้น

บางคนขนานนามว่า นี่ไม่ใช่หนัง แต่มันคือการแต่งคอสเพลย์ของแฟนบอยมังงะเรื่องนี้ แล้วใช้กล้องตั้งถ่ายกันเล่นๆ แต่ โทนี่ แรนเดล (ไม่ได้เป็นอะไรกับ อเล็กซ์ แรนเดล) ผู้กำกับของหนังบอกว่า นี่คือการคาราวะต้นฉบับที่สุดแล้ว เขาไม่รู้จะจัดการกับภาษาญี่ปุ่นยังไง เลยเอาฝรั่งมาเล่นแม่งซะเลย เขารักมังงะเรื่องนี้มาก

มากพอๆกับ แกรี่ แดเนี่ยล พระเอกของหนังที่รับบท ดูหนังออนไลน์ เคนชิโร่ ซึ่งเขาไม่เคยรู้จักมังงะเรื่องนี้เลย แต่เมื่อได้รับบท เขาพยายามทั้งอ่านทั้งดูการ์ตูนจนคลั่งเข้าเส้น คลั่งถึงขนาดตั้งชื่อลูกชายคนแรกของเขาว่า เคนชิโร่ ตามบทบาทที่เขาได้รับ ปัจจุบัน เคนชิโร่ แดเนี่ยล คือนักฟุตบอลทีมชาติฟิลิปปินส์ และ สโมสรคายา

แต่ถึงกระนั้นหนังเรื่องนี้ก็ถือเป็นงานที่ขายดีตอนลงม้วน VDO และเรื่อยมาจนเป็นแผ่น DVD ก็ยังมีคนตามหามาเก็บสะสมอยู่ มันคือหนังเกรดบีแรร์ไอเท็มที่คอหนังและคอมังงะต้องมี แม้ว่ามันจะเป็นหนังที่ไม่ดีก็ตาม แต่ด้วยความที่มันมีความตลกในตัวของมัน ภายใต้ใบหน้าขึงขังจริงจังของตัวละคร

ดูหนังออนไลน์

และคอสตูมจัดเต็ม ด้วยงบสร้างแค่ 7 ล้านเหรียญเท่านั้น และหนังเลือกที่จะถ่ายภาพแบบเน้นโคลสอัพ เพราะขืนถ่ายมุมสูง ทีมงานไม่มีงบทำฉากอลังการต่างๆเหมือนในการ์ตูน ทำให้มันถือเป็นหนังตลกแบบไม่ได้ตั้งใจที่คนชอบเอาไว้ดูเอาฮา ไม่รู้ว่ามีใครสักกี่คนที่ได้ดูเรื่องนี้ แต่ในยุคที่ม้วน VDO ยังได้รับความนิยมอยู่

ในร้านเช่ามักมีโปสเตอร์ โปรแกรมหนัง เรื่องนี้แปะอยู่ แม้หลายคนจะไม่รู้มาก่อนว่ามันคือ หมัดเทพเจ้าดาวเหนือ ที่เราคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็กๆ แต่โปสเตอร์สามารถดึงดูดให้คนหยิบยืมเช่าไปดูได้ กล้ามล่ำๆกับคอสตูมเท่ๆแค่นี้ก็เชื้อเชิญให้ดูแล้ว แล้วก็แน่นอนที่หลายๆคนต้องมานั่งตบเข่าฉาดหน้าจอทีวี ไอ้เหี้ย!! นี่มันเคนชิโร่นี่หว่า!!

อันที่จริง Fist of the North Star เรื่องนี้ มันได้รับความยินยอมจากทั้ง บุรอนซอน และ เท็ตสึโอะ ฮาร่า สองตำนานมังงะผู้ให้กำเนิดเคนชิโร่ ซึ่งว่ากันว่า หมัดเทพเจ้าดาวเหนือ เองนั้นก็ได้แรงบันดาลใจมาจากหนัง Mad max อีกที รวมไปจนถึงแอ็คชั่นสตาร์ฮ่องกงอย่าง บรูซ ลี ด้วย ซึ่งต่อมาช่วงกลางๆ

เรื่องตัวละครเคนชิโร่ก็เริ่มได้รับอิทธิพลมาจาก ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน นั่นจึงทำให้ฝรั่งมันกล้าเอาไปสร้างฉบับของมัน เพราะดูๆไปในมังงะนั้นมันแทบไม่ใช่คนเชื้อชาติญี่ปุ่นกันแล้ว หน้าออกไปทางฝรั่งทุกตัว คือถ้าจะบอกว่าหนังเรื่องนี้มันตลกที่เอาฝรั่งมาเล่นแต่ชื่อในหนังเป็นชื่อญี่ปุ่น มันก็ต้องตลกมาตั้งแต่ฉบับมังงะแล้วล่ะ จริงมั๊ย?

ชายผู้ที ฮอลลีวู้ด ต้องการขโมยวิชา

ครบรอบ 20 ปีของ The Matrix

นี่ถือเป็นบุญตาของคนไทยรุ่นใหม่ๆ มากนะที่โรงบ้านเราเอากลับมาฉายให้ดู ใครมีลูกมีเต้าก็พามันไปสัมผัสกันซะเพราะแม่งคือ หนังที่มาก่อนยุคมิลเลนเนียมแค่ปีเดียว หลังจากมันเขาฉายโลกก็พัฒนาหนังแอ็คชั่นไซไฟให้ล้ำขึ้นไปอีกทั้งเนื้อหาและเทคนิค ซึ่งก่อนหน้านี้ 28 ปี Terminator เคยทำมันมาแล้ว 

และหนังทั้งสองเรื่องก็ได้กลับมาฉายให้ดูกันในช่วงเวลาไล่ๆกันนี่แหละ ก็ต้องควานหารอบกันหน่อยหากใครอยากสัมผัสประสบการณ์บนจอใหญ่ของหนังในตำนานทั้งสองเรื่อง เอาจริงๆ The Matrix นี่คือหนังที่มีสมการมั่วสะเปะสะปะมาก ปรมาจารย์กังฟูเป็นคนดำ สอนกังฟูให้คนขาว อันที่จริง โจวเหวินฟะ จะได้บทมอร์เฟียส

แต่เฮียโจวคิวไม่ว่าง บทเลยตกเป็นของ ลอว์เร้นซ์ ฟิชเบิร์น ส่วนบทนีโอนั้นเดิมทีเป็น วิล สมิธ แน่นอนว่าก็คิวไม่ว่างอีกนั่นแหละ บทนี้จึงตกเป็นของ คีอานู รีฟส์ แล้วก็เรื่องราวเพี้ยนๆอีกมากมายที่เกิดขึ้นกับหนังเรื่องนี้ อาทิ เทพพยากรที่คนลุ้นอยากเห็นแทบตายสุดท้ายเป็นยายป้าแก่ๆนั่งโง่ๆในห้อง ฉากเอี้ยวตัวหลบกระสุนง่อยๆที่ออกมาแล้วดูเท่ชิบหาย

อันที่จริงมีอะไรเพี้ยนๆอีกเยอะในหนังภาคต่ออย่าง ดูหนังออนไลน์ The Matrix Reloaded เพราะตัวละคร Seraph ที่รับบทโดย โคลิน ชู นั้นเดิมทีต้องเป็น หลี่เหลียนเจี๋ย(เจ็ต ลี) ที่ต้องมาเล่นบทนี้ แต่ที่เฮียหลี่ไม่รับเล่นเพราะทางผู้สร้างทุ่มเงินก้อนโตให้เฮีย เพื่อให้เฮียอยู่ในฮอลลีวู้ดกว่า 6 เดือน เพื่อที่จะเก็บรายละเอียดการเคลื่อนไหวของร่างกายต่างๆไว้

รวมถึงวิชากังฟูทุกแขนงที่เฮียร่ำเรียนมา เพื่อที่เอ่อ……จะจดลิขสิทธิ์ท่ามวยจีนของเฮียที่ใช้สู้ในหนังไปเป็นของวอร์เนอร์ เดี๋ยวๆๆ เพื่อ!!!!!????? แล้วในสัญญาระบุเลยว่าใครใช้ท่าคล้ายๆของเฮียหลี่ในหนังเรื่องอื่นจะโดนฟ้องตูดบาน มึงบ้าไปแล้ว!!! เรื่องอะไรจะให้วะ ฝึกมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วมันเป็นศิลปะการต่อสู้ของชาติจีน

ดูหนังออนไลน์

อีกสาเหตุคือ มวยจีนในหนังจะใช้ CG ซ้อนทับเพื่อความอลังการมากขึ้น ซึ่งตามความคิดของเฮียหลี่แล้ว มวยจีนไม่ควรถูกปรุงแต่งด้วยเทคนิคพิเศษใดๆมากมายจนทำให้สูญเสียความเป็นกังฟูขนานแท้ไป (ก่อนหน้านั้นเฮียก็รับแสดง The One ที่ CG ล้นเหมือนกัน อิอิ) เฮียหลี่ถือเป็นฮีโร่ของชาวจีนมาตั้งแต่เป็นแชมป์วูซู

พอมาเล่นหนังยิ่งทำให้ เขาแทบจะเป็นสมบัติของ เว็บดูหนัง ชาติจีนไปแล้ว การที่จะมีฝรั่งหัวทองพยายามมาขโมยวิชากังฟูไปครอบครอง มันต้องคุยกันหนักๆเลย เงินไม่สามารถซื้อได้ ล่าสุดเฮียได้เปิดเผยว่าที่รับแสดง Mulan ของดีสนี่ย์ เพราะลูกสาวชอบการ์ตูนเรื่องนี้มาก และบทฮ่องเต้ในหนังคงไม่ได้บู๊ระห่ำอะไรมากมายนัก

สาดมาเลยนะ CG มึงสาดมาเลย เท่ากับว่าต่อไปนี้เฮียหลี่รับแสดงหนังแล้วแต่ร่างกายที่ป่วยจะอำนวย แต่ต้องเป็นบทที่ไม่ใช่การออกท่าต่อยตีอะไรเยอะ เพราะแกเล่นหนังบู๊หนักๆไม่ได้แล้ว จะเล่นได้ก็ต้องมีสตั๊นท์แมนช่วย หรือถ้าอยากให้บู๊จริงๆก็ต้องใช้ CG ล้นๆเข้าช่วยเหมือนในหนัง LEAGUE OF GODS ของแกเมื่อไม่กี่ปีก่อน

ไอ้ที่เคยพูดไว้ว่ามวยจีนไม่ควรถูกปรุงแต่งด้วย เทคนิคพิเศษใดๆ มากมายจนทำให้สูญเสีย ความเป็นกังฟูขนานแท้ไปนั้นกูขอถอนคำพูดนะ ใครมันจะไปรู้ว่าคนฟิตร่างกายทุกวันมันจะป่วยแบบนี้เล่าปั๊ดโธ่ เอาจริงๆคนออกแบบคิวบู๊ที่จัดสรรท่าทางต่างๆในหนังหลายๆ เรื่องของเฮียหลี่ก็คือ หยวนเหอผิง คนเดียวกันกับที่ออกแบบคิวบู๊ให้ The Matrix นั่นแหละ ผู้สร้างมึงไปดูดวิชาเอาจากแกก็ได้ ไม่ต่างกันหรอก

Exit 2019 ฝ่าหมอกพิษ ภารกิจรัก

จั่วหัวให้รู้ก่อนเลยว่าหนังเรื่องนี้ไม่เหมาะกับคนเป็นโรคหัวใจ

เหมือนค่ายผู้สร้างมึงปั้นหน้าหนังมาเพื่อวัดพาวเวอร์ของ ยุนอา กับ โจจองซอก สถานเดียวเลย คือหน้าหนังง่อยเปลี้ยมาก ถ้าเทียบกับคุณภาพความบันเทิงของหนัง ยิ่งค่ายไทยเอามาตั้งชื่อไทยว่า ฝ่าหมอกพิษ ภารกิจรัก จบเลยสัส จบๆๆ แทนที่หนังจะได้ตังค์ แต่ที่เกาหลีบ้านเขานี่พลัง ยุนอา กับ โจจองซอก รุนแรงแซงทะลุหน้าหนังมาก

ถล่มทลายเลย เหลียวมามองชื่อไทยแล้วถอนใจ ชื่อแม่งเหมือนนิยายรักเล่ม 12 บาท ของ นภาลัย ไผ่สีทอง เมื่อก่อนเลยสัส แทบไม่ขายเลยจริงๆ ทั้งที่ตัวหนังมันพีคมาก มันคืองานตลกร้าย + สถานการณ์เส้นยาแดง ที่ลุ้นจนขนตูดลุกด้วยฉากห้อยโหนกระโจนปีนตึกสูง ชนิดที่ Cliffhanger หรือ Vertical Limit อดีตหนังลุ้นจิกนิ้วตีนในตำนานยังสะเทือน

ในขณะที่ลุ้นจนเยี่ยวเหนียวเยี่ยวข้น ดูหนังสด มันก็สอดเอาสถานการณ์ขำๆเข้ามาผ่อนอารมณ์ราวกับรู้ใจคนดูว่าพวกมึงคงล้ากันแล้วกับอะไรลุ้นๆ มึงขำกันบ้างก็ดี เหนือไปกว่านั้นคือหนังแม่งจำลองชีวิตคน Loser ได้โคตรเฉียบขาด โคตรคม มันพูดถึงคนขี้แพ้ที่รอการปลดล็อค มันพูดถึงสังคมอันน่ารำคาญที่สาดซัดความสำเร็จใส่กัน

กูสะใจกับฉากเขวี้ยงโล่ห์รางวัลหลายๆอันใส่กระจกมาก แม่งคือสาส์นของหนังที่บอกคนดูว่า ช่างแม่งความสำเร็จมันเถอะสัส แล้วมันคือการจำลองสังคมเกาหลีใต้ หรือทุกๆสังคมบนโลกในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน ตลกร้ายขมขื่นที่ว่าด้วยการเล็งเห็นคนกลุ่มก้อนใหญ่มากกว่ากลุ่มก้อนเล็กๆ

อันที่จริงหนังไม่ได้พยายามเป็นงานตามสูตรตายตัวอะไร เราอาจคาดเดาให้มีอะไรซึ้งๆในหนังตามประสาพระนางเกาหลีที่ก่อมวลความรักในสายหมอก โอเคความซึ้งมันมีให้เห็น เยอะมากด้วย แต่มันดันไม่ได้มาตามสูตรพระเอกนางเอกกอดกัน จูบกัน ทำซึ้งใส่กันในสถานการณ์คับขันไรงี้ ถ้าเป็นงั้นหนังคงน่าเบื่อพิลึก

ดูหนังสด

แต่ทว่าหนังมันจำลองจากสถานการณ์จริงๆ การตัดสินใจขณะนั้นของมนุษย์จริงๆ ซึ่งแม่งไม่มีเวลามานั่งทำซึ้งกันแน่ แต่มันจะซึ้งก็ตรงที่การพิสูจน์รักในแบบฉบับพระเอกในเรื่องนี่แหละ ไม่ได้มาแบบโปรยดอกไม้ใส่คนดู แต่มันมาจูงมือคนดูให้กระโจนสู่ตึกระฟ้า อันที่จริงชื่อหนังภาษาไทยมันโคตรจะตรงตัวเลยนะ แต่แม่งไม่ขายไง

สำหรับใครที่อยากฆ่าเวลา รอโปรแกรมเพชรอย่าง ดูหนังผ่านเน็ต Joker มึงควรเข้าไปดูเรื่องนี้ก่อน แม่งมันส์จริง มันส์สัสหมา ลุ้นเหี้ยๆ นางเอกก็ดีหน้าโคตรเป๊ะ พระเอกก็มาเพื่อให้สาวๆละลายตายคาจอแน่นอน คือมึงเคยดูหนัง MI:2 กันมั๊ย ฉากทอม ครูซ ปีนเขานั่นน่ะถ้ามึงหวาดเสียวไปกับฉากนี้ ก็ให้จงรู้ไว้ว่าอารมณ์แบบนั้นมันมีเต็มเรื่องในหนังเกาหลีเรื่องนี้เลย

ข้อคิดจากหนังอีกอย่างที่กูชอบมากๆคือมันบอกเราให้เข้าใจอีกว่าบางครั้งเราก็ไม่ควรไปคาดหวังเหี้ยไรกับมนุษย์ด้วยกันหรอก พ่อแม่พี่น้องห่าเหวอะไรมึงก็ไม่ควรไปคาดหวัง มึงมองที่ตัวมึงเองแล้วรู้ว่ามึงทำอะไรอยู่ก็พอ อีกอย่างคือ มึงควรร้องไห้ระบายบ้างเผื่อจะคิดเหี้ยไรออก

เรื่องย่อ เรื่องราวของ ยงนัม ชายหนุ่มตกงานมาหลายปี ที่มาร่วมงานฉลองวันเกิดครบรอบปีที่ 70 ของแม่ของเขาในห้องประชุมของโรงแรมแห่งหนึ่ง และในวันนั้นเขาได้พบกับ อึยจู หญิงสาวที่เขาแอบรักซึ่งจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยที่เดียวกันที่ได้ทำงานอยู่ที่โรงแรมแห่งนี้

ในช่วงเวลานั้นเองก็มีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น! จู่ ๆ ก็มีก๊าซพิษลึกลับแพร่กระจายไปทั่วเมือง ทั้ง ยงนัม และเพื่อนสมาชิกของชมรมปีนเขารวมถึง อึยจู จึงต้องร่วมชะตากรรมใช้ทุกวิถีทางในการหนีเอาชีวิตรอดจากเมืองที่เต็มไปด้วยก๊าซพิษให้ได้

The Wolfpack สันดานหมา

พ่อขังลูกไว้ ด้วยความรักที่ผิดๆ

อยากให้หามาดูกันสำหรับหนังสารคดีเรื่องนี้ มันพูดถึงการเลี้ยงลูกแบบ Homeschooled ที่เหมือนเป็นการคุมขังกลายๆของผู้เป็นพ่อ พ่อที่ไม่ยอมให้ลูกออกไปไหนเลย ตั้งแต่พวกเขาเกิดจนโตเป็นหนุ่ม ด้วยเหตุผลที่ว่า โลกภายนอกมันอันตรายเกินไปสำหรับพวกเขา แต่นี่ไม่ใช่หนังสารคดีซีเรียสอะไรขนาดนั้นนะ

ในทางกลับกัน มันสามารถสร้างรอยยิ้มได้ทั้งเรื่องราวกับ ดูหนังสด ฟีลกู้ดดีๆสักเรื่อง ถ้าเปรียบระบบต่างๆของโลกเป็นกะลาใบใหญ่ หมาป่าฝูงนี้ก็ถูกครอบไว้ด้วยกะลาสองชั้นซ้อนกัน สะเทือนใจหวาดหวั่น ขนพองสยองเกล้ากับความพยายามของพ่อผู้ที่ครอบกะลาใบเล็กให้ลูกๆเพื่อป้องกันพวกเขาจากโลกอันโหดร้าย

เพียงเพื่อที่พวกเด็กๆจะได้มาเจอโลกอันโหดร้ายอีกรูปแบบหนึ่ง รูปแบบที่หาอาหารมาป้อนเข้าปากลูกๆแทนที่จะให้พวกเขาออกไปล่าเหยื่อเอง ออกไปวิ่งเล่นกันบ้างตามสัญชาตญาณ หนังครึ่งเรื่องแรกให้ความรู้สึกว่า อีตัวพ่อนี่แม่งฮิตเลอร์ระดับครัวเรือนดีๆนี่เอง มันคือหนังสารคดีที่เล่นประเด็นตรงตามชื่อหนังมากที่สุด

ดีที่สุดเท่าที่หนังสักเรื่องจะตั้งชื่อได้ ชีวิตคนกลุ่มหนึ่ง ในรูปแบบเรียลลิตี้ไร้การปรุงแต่ง ไร้การบิ๊ลท์อารมณ์แบบขนบหนังดราม่าเรื่องอื่นๆ เพราะสิ่งที่ปรากฏในหนังเรื่องนี้ 100% มันคือชีวิตจริงที่มีดราม่าในตัวของมันอยู่แล้ว (จริงจนเกือบทำให้เชื่อได้ว่า มึงเซ็ตทุกอย่างขึ้นมาหลอกกูว่านี่คือสารคดีเหรอวะ) การเฝ้าดูครอบครัวหนึ่ง

ที่ใช้ชีวิตดั่งส่ำสัตว์นี่มันเป็นอะไรที่หดหู่น่าสะเทือนใจเสียเหลือเกิน แต่แปลกประหลาดตรงที่เรากลับมีรอยยิ้มบนความหดหู่นั้น เพราะแม้จะถูกเลี้ยงดูมาแบบส่ำสัตว์ แต่การที่พวกเด็กๆพยายามทำให้ตนเองมีสมอง มีหัวคิด เรียนรู้สิ่งต่างๆ ตามสัญชาตญาณสัตว์ประเสริฐนี่แหละ คือสิ่งที่มนุษย์ต่างจากส่ำสัตว์

เราจึงวางใจได้ว่าเด็กพวกนี้จะต้องไม่มีทางนั่งๆนอนๆวิ่งๆอยู่แค่ในกะลาที่ทับซ้อนด้วยกะลาอีกใบนั่นอย่างแน่นอน พวกเขามีกึ๋นมากกว่านั้น คิดได้ตามนี้เราจึงสลัดเอาความหดหู่ทิ้งไปแล้วสนุกไปกับหนัง แต่ที่สุดแล้ว มันก็คือความสนุกแบบกล้ำกลืนฝืนทน จนแทบจะก้ำกึ่งกับการ เป็นหนังเขย่าขวัญจิตวิทยาได้เลย

ใบหน้าเปื้อนยิ้มของเด็กชายทุกคน ทุกรอยยิ้มในหนังนั้นมีความหมายชัดเจนมาก มันทั้งหดหู่ กดดัน มีความสุข สนุกสนาน อิสระเสรี ฯลฯ ทุกอารมณ์มันถูกเล่าผ่านรอยยิ้ม น่าขนลุกเหี้ยๆที่คนๆกลุ่มหนึ่งยังคงยิ้มให้ความหดหู่สิ้นหวังกันได้กว้างขนาดนี้ ตอกย้ำความสะพรึงโดยการใส่บทสัมภาษณ์และรอยยิ้มกว้างๆ

ของผู้เป็นพ่อในช่วงท้ายของหนัง พ่อที่สร้างระบบฟราสซิสในครัวเรือน พ่อที่ปกป้องลูกในทางที่ผิดๆ แม้สถานการณ์ในหนังจะไม่ได้เลวร้ายถึงขั้นล่ามโซ่ตรวน แต่การสร้างความหวาดกลัวให้ลูกไม่กล้าออกไปไหนนี่มันน่ากลัวกว่าการล่ามโซ่ตรวนหลายเท่านัก คำว่า ” หนัง ” ในสารคดีเรื่องนี้จึงเปรียบเหมือนทุกสิ่งอย่างที่เด็กๆ

มีเป็นทั้งครู เป็นทั้งสิ่งบันเทิง เว็บสตรีมหนัง เป็นทั้งสิ่งปลอบประโลม พวกเขามีแค่”หนัง”นี่แหละเป็นแสงสว่าง น้ำตาไหลไปกับฉากที่เด็กๆที่เริ่มโตเป็นหนุ่มกันแล้ว แต่เพิ่งได้เข้าโรงหนังเป็นครั้งแรก ทั้งๆที่พวกเขาคือนักดูหนังชั้นเซียน มันมีทั้งความน่าสลด และความปลาบปลื้มในฉากเดียวกัน ดูจบคิดถึงคำๆหนึ่งที่ว่า “อยากไปท่องเที่ยวรอบโลกโดยไม่ต้องไปไหน

ก็ดูหนังเอาสิ ” มันใช้ได้กับเด็กๆกลุ่มนี้จริงๆ พวกเขารับรู้ชีวิตโลกภายนอกกะลา ของพ่อก็จากการดูหนังนี่แหละ  พูดถึงคนที่ปรกติที่สุดในเรื่องนี่คือ คนที่ยืนอยู่กึ่งกลางระหว่างเด็กๆ กับพ่อของพวกเขา นั่นคือผู้เป็นแม่นั่นเอง แม่ที่แบกรับเอาความคาดหวังจากทั้งสองฝั่ง แม่ผู้เฝ้ามองลูกมีสัญชาตญาณมีเขี้ยวเล็บ

ดูหนังสด

แต่ไม่เคยได้ออกไปใช้ชีวิตตามสัญชาตญาณเลย แม่เป็นตัวละครตัวเดียวที่มีน้ำตา แต่เรากลับยิ้มให้น้ำตาของเธอ ถ้าจำกัดความของหนังเรื่องนี้ ต้องขอบอกว่าเป็นความ ” เจ็บปวดที่งดงาม ” อย่างแท้จริง อารมณ์ขัน ในหนังยังยั่วล้อกับหนังเรื่องต่างๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ เด็กๆดูหนังกันเยอะมาก…..

เพราะวันๆไม่ได้ออกไปไหนเลยทั้งชีวิตตามคำขาดของผู้เป็นพ่อ และนั่นมันทำให้พวกเขาเล่นสนุกกันโดยการแสดงหนังที่สมมติสถานการณ์ตามหนังดังต่างๆ แล้วสามารถทำกันได้ดีโดยไม่ต้องไปเรียนแอ็คติ้งเลย ย้ำ!! ว่าเหตุการณ์ในหนังนี่คือการที่ทีมงานเอากล้องไปตั้งถ่ายครอบครัวนี้เฉยๆ ไม่ได้มีการเตี๊ยมใดๆทั้งสิ้น

แค่มีคอสตูมหรืออุปกรณ์ประกอบฉากที่ทำกันขึ้นมาเอง แค่นี้พวกเขาก็มีความสุขกันแล้ว โดยเฉพาะฉากที่พวกเด็กๆเล่นบทบาทตามหนังของ เควนติน ทาแรนติโน่ อย่าง Reservoir Dogs หรือ Pulp Fiction เล่นกันได้สนุกดีจริงๆ

ปัจจุบันพวกเขาได้ออกมาใช้ชีวิตโลกภายนอกกันได้แล้ว โดยที่ไม่ยอมให้คำสั่งของผู้เป็นพ่อมาทำลายชีวิตพวกเขาได้ และมีพี่น้องบางคนได้ทำงานเบื้องหลังในวงการหนังจริงๆอีกด้วย

Joker 2019

ฮีธ เลดเจอร์ คงนั่งปรบทือให้ วาคีนฟีนิกซ์ อยู่ที่ไหนสักที่ หากเขายังไม่ไปเกิดใหม่

รู้ไหมว่ากว่าฮีโร่ซักตัวจะถูกหล่อหลอมให้กระโจนสู่ความเป็นฮีโร่ มันใช้เวลาสั่งสมปมกันแค่ไหน บางตัวนี่ก็เป็นซูเปอร์ฮีโร่แดกด่วนแดกไวตีหัวเข้าบ้านด้วยการตกถังสารกัมมันตรังสีเหี้ยไรซักอย่าง แค่นี้มึงก็ออกมาบินปร๋อปล่อยพลังกันแล้ว หลังจากนั้นการมาของ คริสโตเฟอร์ โนแลน

ก็ทำให้หนังฮีโร่อัพเกรดขึ้นไปอีกขั้น จนมันแทบจะเข้าชิงออสก้าร์อยู่รอมร่อ หลังจากนั้นเป็นต้นมาก็ดูเหมือนหนังฮีโร่หลายๆเรื่องจะดูจืด ดูตลกไปเลย เพราะปมต่างๆที่สั่งสมก่อให้เกิดเป็นแบทแมนของโนแลนนั้นมันดูขึงขังจริงจังและให้น้ำหนักรายละเอียดจนคนดูเชื่อว่ามึงคือ บรูซ เวย์น จริงๆไม่ใช่ คริสเตียน เบล

แต่ในอีกฟากตรงข้ามของแบทแมนอย่าง ดูหนังฟรี Joker มหาวายร้ายที่เป็นคู่ปรับกันมานานแสนนาน ปูมหลังของเขายังคงเป็นปริศนา เพราะคิดว่าใครๆก็สามารถคิดปูมหลังให้กับตัวละครตัวนี้ได้ ไอ้หมอนี่มันอาจจะเคยเป็นพ่อของลูกๆสี่คน เคยเป็นคนขายประกัน เคยเป็นตำรวจ หรืออะไรต่อมิอะไรก็ได้แล้ว

แต่คนจะสร้างจินตนาการ ให้กับความลึกลับ ของปูมหลังโจ๊กเกอร์ และผู้กำกับฯ ท็อดด์ ฟิลลิปส์ คือหนึ่งในคนที่ใส่ จินตนาการปูมหลังนั้น ตามแบบฉบับของตน โจ๊กเกอร์ของเขาค่อนข้างที่จะเพลย์เซฟ ไม่ได้หักพวงมาลัย ใส่คนดูแบบหัวคะมำอะไรขนาดนั้นกับปูมหลัง เพราะถ้าอยากให้เป็นอย่างนั้น โจ๊กเกอร์ของผู้กำกับคนนี้คงได้

เป็นอดีตพนักงานร้านเบอร์เกอร์ หรือ คนขายประกันไปแล้ว ตัวนี้ยังคงเป็นโจ๊กเกอร์ที่มีกลิ่นของโจ๊กเกอร์ตัวที่เราคุ้นเคยกันดีเพียงแค่ยังไม่ชัด เพราะมันแค่เริ่ม แต่ไอ้การที่มันแค่เริ่มนี่แหละทีเด็ดทีขาดให้แฟนเดนตายขนลุก ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มรู้จักปั่นหัวคน การเริ่มที่จะเล่นสนุกกับความเลวทราม แต่อย่างที่บอกว่านี่คือโจ๊กเกอร์ที่เพลย์เซฟมากๆ

เบสิคมากๆ มันเล่าพื้นฐานตัวละครว่าเขาคือคนบ้า คนบ้าที่ถูกสังคมหล่อหลอมขึ้นมาให้เขาเป็นบ้า แรกเริ่มก็ยังไม่แน่ใจว่าจะชอบหนังหรือไม่ เพราะดูเหมือนแม่งจะเอาแต่โทษอาการทางประสาท หรือคนเป็นซึมเศร้าอะไรแบบนี้เกินไปนิด ทว่าพอหนังเริ่มหงายไพ่ออกมาทีละนิดๆๆจนหมด เราถึงได้รู้ว่าหนังแม่งเข้าใจคนบ้าได้ดีทีเดียว

โจ๊กเกอร์มันถูกผู้คนรายรอบกดทับ สาดซัดเอาความระยำหมา ถุยชีวิตใส่เขา เขากลายมาเป็นตัวแทนหรือสัญลักษณ์ของฝั่งอธรรม คือพูดง่ายๆคือถ้าเปรียบแบทแมนคือตัวแทนความดีของเมืองก็อดแธม โจ๊กเกอร์มันก็คือมหาศาสดา ของคนเหี้ยในเมืองก็อดแธมเนี่ยแหละ หนังผ่านการคิดมาเป็นอย่างที่

และสร้างความชอบธรรมให้สิ่งที่ หนังออนไลน์ โจ๊กเกอร์เป็นพอสมควร นี่แหละที่หนังมันฉลาดเล่นเอามากๆ มันตั้งคำถามคนละอย่างกับฉากกดรีโมตในเรือสองลำของ The Dark knight อันนั้นมันเล่นกับความดีความชั่วในใจมนุษย์แบบเกม และเราจะรู้สึกเกลียดโจ๊กเกอร์ตัวนั้นมากๆ แต่สำหรับคำถามที่โจ๊กเกอร์ 2019

ตัวนี้ มันคือการถามคนดูว่ามึงจะไปทำเหี้ยกับกูไหม ไม่ได้ให้ทางเลือกเล่นกับความดีงามในจิตใจเหี้ยอะไรเลย มันทั้งถามทั้งจูงมือให้คนดูคล้อยตามความเลวที่มันทำ ไม่แปลกใจเลยที่เมืองนอกจะมีการคุมเข้มในโรงเพราะเกรงกลัวพฤติกรรมเลียนแบบ ก็ถ้าแบทแมนหรือฮีโร่ตัวอื่นๆนั้น

มีปมความดีในจิตใจหล่อหลอม ให้พวกเขาเป็นฮีโร่อย่างที่เห็นๆกัน Joker ของ ท็อดด์ ฟิลลิปส์ ตัวนี้ก็เปรียบเป็นด้านตรงข้ามกัน มันคือการใช้ความเลวทรามของสังคมรอบข้างตัวเขา หล่อหลอมคนๆหนึ่งให้ก้าวขึ้นมาเป็นโคตรมหาวายร้ายอมตะและคลาสสิค เป็นโจ๊กเกอร์ที่ไม่ใช่ว่ามันไม่อยากเป็นคนดีนะ แต่มันต่อสู้กับตัวเองไม่ไหว

มันหลุดจากชีวิตที่มีความสุขไปนานแล้ว เรียกได้ว่าชีวิตแม่งเกิดมาแทบไม่มีความสุขเลย ไม่ใช่ ด.ช.อนาคิน สกายวอล์คเกอร์ ที่มีวัยเด็กอันสดใสแล้วเสือกโตมาเหี้ย แต่นี่คือตัวละครที่เราแทบไม่ได้มองเขาเป็นมนุษย์ โจ๊กเกอร์ตัวนี้มันคือสิ่งมีชีวิตที่น่าสมเพช น่าเห็นใจ และน่าหวาดผวาในคนๆเดียวกัน ความชั่วร้ายหล่อหลอมให้เขาเป็นอย่างที่เห็น

ความเลวระยำเอาชนะเขามาตั้งแต่จุดเริ่มต้นของชีวิตแล้ว บอกตามตรงว่า Joker ตัวนี้ทำให้การเข้าสู่ด้านมืดของ อนาคิน สกายวอล์คเกอร์ เป็นแค่นิทานก่อนนอนที่พ่อเล่าให้ลูกวัย 4 ขวบฟัง ทำให้ แจ็ค นิโคลสัน เป็นตัวตลกที่คือตัวตลกจริงๆ ไม่ใช่วายร้ายใดๆทั้งสิ้น มันอาจทำให้ จาเร็ด เลโต้ ไม่กล้าตีตั๋วเข้าไปดู หาก วาคีน ฟีนิกซ์

ดูหนังฟรี

ไปออกงานๆเดียวกับ จาเร็ด เลโต้ เชื่อว่าจาเร็ดจะต้องพยายามหลบหน้าหนีหายออกจากงาน ถึงขั้นอยากหันหลังให้วงการแล้วไปเอาดีทางการร้องเพลงอย่างเดียว และท้ายสุดโจ๊กเกอร์ 2019 อาจถึงขั้นที่ว่าทำให้ ฮีธ เลดเจอร์ นั่งปรบมือให้ วาคีน ฟีนิกซ์ อยู่ที่ไหนสักที่หากเขายังไม่ได้ไปผุดไปเกิด พร้อมกับตะโกนบอก วาคีน ฟีนิกซ์ ว่า ” ฝากชูออสก้าร์บนเวทีแทนกูด้วย “

แทบไม่เชื่อสายตาว่านี่คืองานกำกับของคนทำหนังตลกปัญญาอ่อนอย่าง Road trip เมื่อ 19 ปีก่อน มึงเคยทำกูขำน้ำตาแตกมาแล้วตอนนั้น และในวันนี้มึงก็ทำให้กูน้ำตาแตกอีกครั้ง แต่ทว่าคราวนี้มันไม่ใช่ความตลก แต่มันคืออารมณ์ฮึกเหิม คล้อยตามความเหี้ยที่มึงใช้โจ๊กเกอร์เป็นสื่อกลางให้กูเห็นด้วยกับการทำเหี้ยของมัน

นี่ไม่ใช่หนังที่สนุกสนานเอาซะเลย มันเหนื่อยสัสหมาเมื่อรู้ว่าเราต้องเอาใจช่วยให้คนสักคนทำเหี้ย และเหนื่อยสัสหมาที่ต้องมานั่งลุ้นว่ามึงจะระเบิดมันออกมาตอนไหนจากการถูกกดทับมาทั้งเรื่อง ไม่รู้ในอนาคตอีกกี่ปีที่จะมีใครกล้าก้าวขึ้นมาสวมบทโจ๊กเกอร์อีกโดยที่ไม่ถูกเหยียดหยาม หรืออาจจะไม่มีใครกล้ารับบทนี้อีกเลยก็เป็นได้ เพราะมาตรฐานที่ วาคีน ฟีนิกซ์ ทำไว้มันสุดเพดานไปแล้ว

เพราะเขาคือ วาคีน ฟีนิกซ์

บางสิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับ วาคีน ฟีนิกซ์

อันที่จริงชื่อตั้งแต่เกิดของเขาคือ Joaquin Rafael Bottom เขาเกิดที่ ซานฮวน เปอร์โตริโก้ และมีเชื้อสายหลายหลายคือ ฝั่งพ่อมีเชื้อ อังกฤษ, เยอรมัน และ ฝรั่งเศส ส่วนคุณแม่เป็นคนยิว มีเชื้อฮังการีและรัสเซีย พ่อของเขาเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปี 2015 เขาเกิดมาพร้อมความผิดปรกติเล็กน้อยที่ริมฝีปากบน นั่นคือ ปากแหว่ง

แต่เขายืนยันว่าตนเองไม่ได้อยู่ในกลุ่มอาการ cleft lip หรือ ปากแหว่ง เพดานโหว่ เพราะเขาพูดชัด เพียงแค่มีแผลแหว่งเล็กน้อยเท่านั้น และมันถูกเย็บติดกันไปแล้ว เหลือก็แค่แผลเป็นเด่นชัดเป็นเอกลักษณ์ของเขา เขาเกิดในครอบครัวมิชชันนารีซึ่งพ่อแม่ของเขารอนแรมไปกับลัทธิ Children of God ในแถบๆอเมริกาใต้

ครอบครัวเขาเคยใช้การแสดง ร้องรำทำเพลง ดูหนังฟรี ข้างถนนเพื่อหารายได้ประทังชีวิต เขาเรียนหนังสือแบบ Homeschooled คือเรียนที่บ้าน ทว่าพ่อกับแม่ได้ออกจากลัทธิ แล้วกลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่สหรัฐอเมริกา แล้วเปลี่ยนนามสกุลกันเป็น Phoenix อันหมายถึงนกในตำนานที่เกิดใหม่จากเถ้าถ่าน มันหมายถึงครอบครัวเขาได้เริ่มต้นชีวิตใหม่แล้ว

ลือกันว่าหนึ่งในผู้นำลัทธิพยายามล่วงละเมิด River พี่ชายของเขา จนเป็นเหตุให้พ่อและแม่หันหลังให้ลัทธิ เขาได้ชื่อใหม่ว่า Leaf ซึ่งแปลว่า ใบไม้ เขาเป็นลูกคนที่ 3 และพี่น้องทั้งหมดมีชื่อเกี่ยวข้องกับธรรมชาติหมดเลย พี่ชายคนโตคือ River(แม่น้ำ) ,พี่สาวคนรอง Rain (ฝน), น้องสาว Liberty (อิสระเสรีภาพ) และ น้องสาวสุดท้อง Summer(ฤดูร้อน)

River Phoenix พี่ชายของเขาคืออดีตนักแสดงดาวรุ่งสุดหล่อที่เสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาด เขาแทบจะตายตามพี่ชายเสียให้ได้ เพราะพวกเขารักกันมาก เขาเปลี่ยนชื่อกลับมาใช้ Joaquin ตอนอายุ 15 ปี เขาเคยเข้าวงการตามพี่ชายมาตั้งแต่เด็ก และหยุดเส้นทางการแสดงไว้เพื่อร่วมเดินทางกับพ่อไปยังเม็กซิโกและอเมริกาใต้

เมื่อกลับเข้าสู่วงการอีกครั้งเขาก็ได้พบข่าวร้ายเรื่องพี่ชาย การที่รายการทีวีนำเสนอข่าวพี่ชายของเขาติดต่อกันเป็นเวลายาวนาน มันทำให้เขาจิตตกและตัดสินใจลาวงการไป 1 ปีเต็มๆเพื่อเยียวยาใจ เขากลับมามีบทสมทบในหนังหลายๆเรื่องรวมถึงซีรี่ส์ จนมาแจ้งเกิดจริงจังใน Gladiator บทคอมโมดัสของเขาคือเจ้าชายผู้โหดเหี้ยมที่มีผมยาวสยาย

ใน Gladiator เขาทำให้ หนังถ่ายทอดสด ผู้กำกับ ริดลี่ย์ สก็อตต์ ต้องปวดกบาลเพราะความติสท์แตกของเขา มีครั้งหนึ่งเขาแสดงได้ไม่ถูกใจผู้กำกับเสียทีจนผู้กำกับจับเขาไปถ่ายเดี่ยวๆหลายชั่วโมง ให้เขางมหาคาแร็คเตอร์ให้เจอ

กล้องที่ใช้ถ่ายเดี่ยวๆนั้นไม่มีฟิล์ม ผู้กำกับ ริดลี่ย์ คิดว่ามันเปลืองที่จะใช้ฟิล์มไปกับนักแสดงแบบนี้ ทว่า วาคีนรับรู้ด้วยตัวเองว่าถูกหลอกให้ถ่ายโดยไม่มีฟิล์ม เขาจึงขอยกเลิกการถ่ายเพื่อไปทำอารมณ์ เขากลับมาพร้อมกับผมสั้นกุด พร้อมน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น และแน่นอนว่าเขางมหาคาแร็คเตอร์ได้แล้ว จนออกมาเป็นคอมโมดัส ไอ้ลูกแหง่ผู้โหดอำมหิตอย่างที่เห็นในหนัง

ดูหนังฟรี

ในขณะที่งานกำลังรุ่งโรจน์ขีดสุดในสายนักแสดงดราม่าเจ้าบทบาทแถวหน้า เขาประกาศหยุดเส้นทางการแสดงเพื่อไปเอาดีทางด้าน เอ่อ…เป็นแร็ปเปอร์ นอกจากเป็นนักแสดงแล้ว เขายังเป็นนักกำกับ MV และหนังสั้น แต่เขาก็กลับมาจนได้เพราะการประกาศลาวงการไปเป็นแร็ปเปอร์นั้นคือกลลวงโปรโมทหนัง แล้วเขาก็เดินหน้าเต็มตัวเข้าสู่โหมดดาราคุณภาพอีกครั้ง

เขาเดินสายนักแสดงแนว Method acting (จมดิ่งไปกับตัวละคร) อย่างเต็มตัวก็ตอนที่เขาแสดงหนังเกี่ยวกับนักดับเพลิง Ladder 49 ตอนนั้นเขาเข้าเรียนและรับการฝึกจากสถาบันดับเพลิงในบัลติมอร์จริงๆ จนถึงขั้นได้ใบอนุญาติทำอาชีพนี้ เขาออกปฏิบัติการดับเพลิงจริงๆมาแล้ว และระยะเวลาก่อนถ่ายทำหนึ่งเดือน เขาหายใจด้วยถังอ๊อกซิเจนที่นักดับเพลิงใช้กันวันละหลายชั่วโมง

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น