The Peanut Butter Falcon (2019)

ไม่ได้เป็นมานานแล้ว อาการไม่อยากให้หนังจบ

ก่อนอื่นต้องขอบคุณตัวเองที่ควานหารอบฉายที่มีอยู่น้อยนิดจนได้ดู และขอบคุณผู้สร้างจริงๆที่สร้างอะไรแบบนี้มาให้ดูในวันที่รู้สึกแย่ๆกับสิ่งรายรอบตัว ผิดคาดเลยว่ะ นี่เตรียมทิชชู่กะเข้าไปปล่อยน้ำ(ตา)ในหนัง เพราะพล็อตมันเอื้อให้เสียน้ำ(ตา)มากๆ คนพเนจร กับเด็กดาวน์ซินโดรมออกผจญภัยไปด้วยกัน

ปรากฏว่านอกจากจะไม่ร้องสักแอะแล้ว ยังนั่ง ดูหนังออนไลน์ อมยิ้มไปตลอดเรื่อง แน่นอนว่า ไชอา ลาเบิร์ฟ คือที่สุดของหนังเรื่องนี้ ไอ้เด็กล้นๆน่ารำคาญๆใน Transformers ไม่มีแล้ว ที่เห็นอยู่นี่คือสุดยอดนักแสดงคุณภาพที่แทบไม่ต้องใช้ความโอเวอร์แอ็คติ้งหรือทำให้เส้นเลือดขึ้นหัวขึ้นหน้าอะไรเลยก็ทรงพลังได้ เขากลับมาแล้วจริงๆ

หนังพูดถึงคนที่มีอิสระ ในชีวิตคนหนึ่งที่จูงมืออีกคน ที่มีความฝันแต่ถูกกักขังมาทั้งชีวิต แต่ทว่าฝ่ายที่มีอิสระกลับถูกจองจำไว้ กับปมบางอย่างจนชีวิต เหมือนนกที่บินไปพร้อมๆกับปีกที่หัก พวกเขามาเจอกัน เติมเต็มให้กัน เรียนรู้กัน มิตรภาพมันงดงามจนกูอยากบอกทุกๆคนที่กำลังอ่านรีวิวนี้ว่า เฮ้ย! มันดีมาก มันดีต่อใจ

ดีต่อคนที่กำลังคิดจะทำอะไรแย่ๆไม่ว่าจะด้วยเหตุผลด้านเศรษฐกิจหรือความเครียดด้านอื่นๆ จงไปดูเรื่องนี้ซะ แล้วคุณจะกลับออกมามีเป้าหมายชีวิต มันอาจจะไม่ได้ใหญ่โตมาก ไม่ได้เสี้ยมสอนอะไรมากมายจนออกมาแล้วอยากบวชทดแทนคุณคน หรือวิ่งหาความดีอะไรสักอย่าง ทำอย่างหนังหลายๆเรื่องเป็น

ดูหนังออนไลน์

แต่นี่มันคือหนังที่ตัวละครในหนังมันช่วยพยุงปีกกันและกัน พอๆกับที่หนังเรื่องนี้มันทำหน้าที่พยุงปีกใครหลายๆคนที่ได้ดู นี่คือการเดินทางเล็กๆแต่ทว่ามันยิ่งใหญ่ หนังใช้คนเป็นดาวน์ซินโดรมจริงๆมาแสดงโดยที่เขาไม่ได้ถูกจับมาเล่นเป็นดาวน์ซินโดรม เรากลับมองว่าในเรื่องนี้ ตัวละครอย่างแซ็คเขาเป็นแค่เด็กที่มีความฝันคนหนึ่ง

ซึ่งเราแอบๆลืมไปด้วยซ้ำ ว่าเรากำลังดูหนังเกี่ยวกับ  คนเป็นดาวน์ซินโดรมอยู่ และเชื่อไหมว่า ดาโก้ต้า จอห์นสัน ในหนังเรื่องนี้สวยงดงามดูขึ้นจอยิ่งกว่าตอนที่เธอ แก้ผ้า แก้ผ่อน ในหนังบ้ากามที่เธอเคยเล่น 3 ภาคนั่นอีก ขนาดไม่ได้โชว์อะไรในหนังเลยซักฉากนะเนี่ย หนังเรื่องนี้มันเหมือนมาเพื่อกระตุ้นยอดขาย 

DVD ของหนัง Fifty Shades ทั้ง 3 ภาคชัดๆ เพราะจากที่ดู โปรแกรมหนัง ภาคแรกไม่จบ กลายเป็นว่ากูต้องมานั่งไล่หาดูเธอแก้ผ้าให้ครบทั้ง 3 ภาค เพราะความสวยของเธอใน The Peanut Butter Falcon เรื่องนี้แหละ แซ็ค ก็อตต์ซาเกน เขาเป็นดาวน์ซินโดรมจริงๆ และเรื่องนี้เขาเล่นเป็นตัวเขาเอง ขอบคุณผู้สร้างที่ให้เกียรติเขาจริงๆ

แทบไม่มีฉากไหนเลยที่สื่อให้คนดูเกิดความสมเพช เพราะทุกๆซีนทุกๆฉาก เขาได้สร้างรอบยิ้มให้คนดูและเขาทำได้ดีมากๆในบางซีนที่เป็นดราม่า เป็นงานฟีลกู้ดดีๆที่ไม่ได้ซับซ้อนหรือหนักหน่วงอะไร เอาจริงๆหนังมันช่วยคลายเครียดให้เราได้ด้วยซ้ำ การได้เห็นความพึ่งพาอาศัยของหลายๆ

ตัวละครในหนังมันทำให้เรารู้ว่าโลกในจอสี่เหลี่ยมตรงหน้าทำไมมันดีจังวะ ไม่อยากให้มันจบเลย เพราะออกจากโรงมากูต้องมาเจอกับสังคมแย่ๆเช่นเดิม ใครเซ็งๆกับคนรอบข้างก็เข้าไปดูเอาพลังบวกกันนะ ส่วนรอบฉายก็อย่างที่รู้ๆ ต้องควานหากันเอาเอง

20 ปี ของหนัง American pie

หนังสัปดน ที่ทำลายกำแพงความดัตจริต

ใครจะไปคิดว่าเรื่องสัปดนๆที่เขียนจากลิ้นชักความทรงจำของ อดัม เฮิร์ซ มือเขียนบท มันจะก่อกำไรมหาศาล ด้วยทุนสร้างเพียง 11 ล้าน แต่ฟาดรายได้ไปกว่า 235 ล้านเหรียญ เดิมทีหนังถูกปฏิเสธจากผู้กำกับมากกว่า 50 คน เพราะเรื่องแบบนี้ไม่มีใครเขาเอามาพูดกันในหนังหรอก แต่ทว่าสองพี่น้อง คริส และ พอล ไวซ์ ไม่คิดงั้น

พวกเขารู้ดีว่า ก็เรื่องอย่างว่านี่แหละมันคุยกันได้ ดูหนังออนไลน์ สนุกสุดๆไปเลย เรื่องใต้สะดือมันทรงพลังและหลอมรวมให้คนกลมเกลียวกันแล้วหันมาฟังไม่ว่าใครจะทำอะไรอยู่ก็ตาม แต่ไม่ใช่ว่ามันจะออกมาเป็นหนังทะลึ่งตึงตังเสียทีเดียว เพราะภายใต้ฉากหน้าที่มันเกี่ยวกับไอ้หนุ่มนักเย็ดพาย มันคือหนังที่เข้าอกเข้าใจวัยรุ่นเป็นอย่างดี

นี่คือหนังส่งเสริมสถาบันครอบครัวที่เนื้อหาเข้มข้นใช้ได้ มันอาจพูดถึงการก้าวข้ามวัยที่แปลกประหลาดกว่าชาวบ้านหน่อย ตรงที่เอาเรื่องใต้สะดือ เรื่องการช่วยตัวเอง หรืออะไรต่อมิอะไรมานั่งเล่าเป็นฉากๆให้คนหัวเราะ แต่นั่นแหละ เพราะหนังมันเข้าใจวัยรุ่นอเมริกันหรือวัยรุ่นทั่วโลกได้ดี มันจึงสามารถทลายกำแพงความดัดจริต

ดูหนังออนไลน์

ทำให้คู่รัก หรือครอบครัว จูงมือกันไปดูหนังห่ามๆเรื่องนี้จนมันทำรายได้งดงามและมีภาคต่อออกมาหลายภาค แล้วก็มีหนังแนวๆเดียวกันนี้ตามออกมาเป็นพรวน นั่นเพราะ เว็บดูหนัง American pie ได้เปิดโลกทัศน์เกี่ยวกับเรื่องใต้สะดือไว้ว่า มันไม่ได้มีดีแค่มุกสัปดนๆ หากใครยังจำกันได้มนหนังนั้น ตัวละครจิม

จะมีคุณพ่อที่รักและห่วงใย พยายามเข้าใจลูกมากๆ แต่คุณเลเวนสไตน์เป็นพ่อที่จังหวะนรกสัสๆ คือมักทำให้ลูกขายขี้หน้า อาทิ โผล่มาในห้องตอนลูกชักว่าวไรงี้ แต่เขาเป็นพ่อที่ดีมาก คนดูรักพอๆกับคุณแม่สตีฟเลอร์ที่เป็นอีกหนึ่งตัวแย่งซีนประจำเรื่อง American pie จบลงโดยสมบูรณ์ไปแล้ว(อาจมีภาคต่ออีกก็ได้)

แต่ ยูจีน เลวี่ ผู้รับบทพ่อของจิม ก็ยังแวะเวียนมาหา เจสัน บิ๊กส์ หรือ จิม บ่อยๆ พวกเขานัดเจอกันบ้าง เพราะรู้สึกผูกพันธ์ราวกับพ่อลูกจริงๆ เมื่อช่วงเดือนมกราคม 2018 เจสัน บิ๊กส์ ประสบกับปัญหาใหญ่นั่นคือ ลาซโล่ ลูกชายคนเล็กอายุ 3 เดือนของเขาไม่หัวเราะ หยอกยังไงก็ไม่หือไม่อือ มีแค่ยิ้มนิดหน่อย

คุณพ่อเจสันเครียดมากกับความผิดปรกตินี้ แต่เขารู้ว่าต้องพึ่งใคร เมื่อสายโทรศัพท์ถูกวางลง คุณปู่ยูจีนก็รีบบึ่งมาหาลูกชายปลอมๆที่เล่นหนังด้วยกันทันที แน่นอนว่ามันได้ผลมากๆ ลาซโล่ ถูกคุณปู่ยูจีนเข้าเล่นงานหยอกล้อจนหัวเราะไม่หยุด เจนนี่ ภรรยาของเจสัน แปลกประหลาดใจมากๆ ที่ชายแก่ผู้นี้มีพรสวรรค์

สามารถทำให้ลูกของเธอหัวเราะได้ขนาดนี้ โดยที่เธอเองก็ลืมไปเลยว่าคุณปู่ยูจีนก็เป็นคนโปรดของ ซิด ลูกชายคนโตของเธอเช่นกัน คือมาหาทีไรเป็นต้องฮาแตกทุกที เรียกได้ว่าเป็นความสัมพันธ์ที่มากกว่าเพื่อนร่วมงานจริงๆสำหรับ จิม และ คุณพ่อของจิม ใน American pie

Unforgiven ไถ่บาปด้วยบุญปืน

บทหนังอยู่กับ คลิ้น อีสต์วู้ด หลายปีไม่ถูกสร้าง เพราะเขายังแก่ไม่พอรับบทนี้

บทหนัง Unforgiven ของ เดวิด เว็บบ์ ถูกเขียนขึ้นในปี 1976 มันคือบทหนังที่มีความมืดมนต่างจากหนังคาวบอยฮีโร่ทั่วไปในยุคนั้น ตัวละครล้วนมีบาดแผล และมีคำถามต่อพระผู้เป็นเจ้ามากมาย ความหมิ่นเหม่ของบทหนังคาวบอยเรื่องนี้ทำให้ไม่มีใครกล้าแตะต้องมัน บทหนังมาถึงมือ คลิ้นท์ อีสต์วู้ด

ในปี 1985 เพื่อที่จะถูกปู่คลิ้นท์เก็บมันเข้ากรุยาวๆ ด้วยเหตุผลที่ว่า ปู่อยากนำแสดงเอง แต่วัยของปู่ยังไม่แก่พอที่จะเล่นบทนี้ ปู่ยังดูเป็นคาวบอยวัยกลางคนที่ดูห้าวหาญ ไม่ใช่ วิลเลี่ยม มันนี คาวบอยวัยชราที่ผ่านโลกมานานจนเกือบจะเบื่อชีวิตอย่างในบทหนัง จนกระทั่งบทหนังถูกขุดขึ้นมาพร้อมๆ กับวัยที่เริ่มแก่ของ คลิ้นท์ อีสต์วู้ด

หนังเปิดกล้องในปี 1991 ใช้เวลาถ่ายทำ ดูหนังสด เพียง 30 กว่าวันก็ปิดกล้อง และเข้าฉายปี 1992 ซึ่งเป็นยุคที่หนังคาวบอยไม่ได้อยู่ในกระแสแล้ว พูดง่ายๆคือหนังคาวบอยเป็นอะไรที่เชยๆซ้ำๆไม่แปลกใหม่ เดิมที ยีน แฮ็คแมน ปฏิเสธที่จะรับบท ลิตเติ้ล บิลล์ ตัวร้ายในเรื่อง เพราะบทหนังมันมืดมนเกินไป

เพราะมีทั้งกะหรี่ ทั้งการตั้งคำถามกับพระเจ้า และที่เขากลัวที่สุดคือ การแสดงความรุนแรงจากการใช้ปืน เห็นปู่ยีนตีบทเจ้าหน้าที่รัฐสุดโหดแบบนี้ เชื่อไหมว่าปู่แกแอนตี้การใช้ปืนมากๆ แต่ดูเหมือนว่ายิ่งอ่านยิ่งวางมันไม่ลงจนตัดสินใจรับแสดง เพราะปู่คลิ้นท์การันตีกับปู่ยีนว่า หนังเรื่องนี้มันไม่ใช่หนังสนับสนุนความรุนแรง

แต่ในทางกลับกันมันพูดถึงความน่ากลัวของปืนเลยแหละ ส่วน มอร์แกน ฟรีแมน นั้นได้รับรู้ข่าวการสร้างเรื่องนี้มาจาก เควิน คอสเนอร์ ระหว่างถ่ายทำหนัง Robinhood ด้วยกัน เควิน คอสเนอร์ เองก็ต้องการมีบทบาทในหนังเรื่องนี้ของปู่คลิ้นท์เช่นกัน แต่ทว่าหนังมันเป็นเรื่องของ คนแก่ กะหรี่ ปืน และ พระเจ้า คนหนุ่มอย่าง เควิน คอสเนอร์

ดูหนังสด

ไม่มีบทให้ลง เมื่อรับรู้ว่าจะมีการสร้างหนังคาวบอยสุดดาร์ค มอร์แกน ฟรีแมน จึงวิ่งแจ้นเข้าหาปู่คลิ้นท์ทันที พร้อมกับฝึกยิงปืน ขี่ม้า ให้ชำนิชำนาญสุดๆ แต่อย่างที่บอก นี่มันหนังของคนแก่ คาวบอยแก่ๆ คงไม่มีฉากควบม้าดวลปืนเท่ๆอะไรนักหรอก แต่มอร์แกนก็ได้บท เน็ด โลกัน สหายผู้ซื่อสัตย์ของ วิลเลี่ยม ไป

หนังใช้เวลาถ่ายเพียงหนึ่งเดือน ซึ่งเป็นเวลา ดูหนังผ่านเน็ต ที่รวดเร็วมาก ปู่คบิ้นท์เปิดเผยว่า นั่นเพราะเขาอ่านบทหนังเรื่องนี้ไปเป็นพันๆรอบ พร้อมๆกับตกแต่งบทให้เข้าท่ากว่าเดิม ปู่เข้าใจทุกรายละเอียดทุกอารมณ์จนแตกฉาน และมันก็ง่ายมากๆ เมื่อเริ่มถ่ายทำ อีกอย่างคือหนังมันไม่ใช่งานที่สเกลใหญ่อะไร

นี่คือหนังที่มีจิตวิญญาณโดยไม่จำเป็นต้องมีฉากระเบิดสะพาน (มีแอบแซวThe Good, The Bad , and The Uglyงานเก่าตัวเองอีก เพราะเรื่องนั้นระเบิดสะพานแล้วสร้างใหม่ไปสองรอบเพราะผิดคิว) มันเป็นหนังที่ปู่รู้ว่าต้องกำกับแบบไหนในหัวตั้งแต่อ่านบทรอบแรกแล้ว แถมมันยังมีทีมนักแสดงสุดเก๋า ทุกอย่างมันจึงง่ายมาก

เมื่องานประกาศผลออสก้าร์สิ้นสุดลง Unforgiven คว้าออสก้าร์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม , คลิ้นท์ อีสต์วู้ด ได้ออสก้าร์ผู้กำกับยอดเยี่ยม , และ ยีน แฮ็คแมน ได้ออสก้าร์ดาราสมทบยอดเยี่ยม หนังทุนสร้าง 14 ล้านเหรียญ มันทำรายได้กว่า 160 ล้านเหรียญ และถูกยกย่องให้เป็นหนังคาวบอยที่ยิ่งใหญ่และมีจิตวิญญาณที่สุด

Unforgiven มันได้สร้างมาตรฐานใหม่จากหนังคาวบอยสปาเก็ตตี้ มาเป็นงานที่มีเลือดมีเนื้อ และดึงอารมณ์คนดูให้ดำดิ่ง ไม่ใช่หนังคาวบอยที่มีแต่การดวลปืนแล้วพ่นคำด่าทอเดิมๆอีกต่อไป ในปี 2013 มันถูกรีเมคจากผู้กำกับเกาหลี ลีซางอิล ให้เป็น Unforgiven ฉบับซามูไรญี่ปุ่น โดยมี เคน วาตานาเบะ รับบทเดียวกันกับปู่คลิ้นท์ และหนังเวอร์ชั่นญี่ปุ่นก็ถือเป็นการรีเมคที่ดีจนถึงขนาดที่ปู่คลิ้นท์เอ่ยปากชื่นชมเอง

สายล่อฟ้า

บทพูดสุดปั่น + คำคมสุดเท่

เชื่อไหมว่าทุกวันนี้กูยังเอา สายล่อฟ้า ของ ยุทธเลิศ กลับมาเปิดดูอยู่เลย เข้าทำเนียบหนังไทยที่เปิดดูบ่อยที่สุดในชีวิตกูแล้ว จำได้ว่าตอนดูในโรงแรกๆ ต้องกลับเข้าไปดูซ้ำอีกเพราะชื่นชอบไดอาล็อกของหนังที่เป็นคอมโบ้เซ็ตทั้งคำกวนๆ และ คำคม แบบที่ว่าเอามานั่งพูดเล่นกับเพื่อนได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ

หากว่า ดูหนังสด มือปืน /โลก /พระ/ จัน คืองานสร้างชื่อของ ยุทธเลิศ สำหรับตั๋วร้อนแล้ว สายล่อฟ้า คือโคตรหนังมาสเตอร์พีซของพี่ต้อม กวนตีนถึงขนาดมอบบทพระเอกให้พี่โหน่งแทนที่จะเป็นพี่เต๋า มันคือหนัง GTH ยุคแรกๆในวันที่เริ่มก่อร่างสร้างค่าย ซึ่งดูจากหน้าหนังแล้ว แทบไม่มีความเป็น GTH เลย

เพราะ พี่เต๋าคือนักร้อง RS. และ ยุทธเลิศ สิปภาค คือนักทำหนังปากหมา ด่าทอกันทั้งเรื่อง ซึ่งไม่น่าจะใช่แนวทาง GTH สักเท่าไหร่ ความหวังช่างริบหรี่เหลือเกินที่จะได้ดูหนังภาคต่อ ทั้งๆที่สามารถทำได้ พี่เต๋าพี่โหน่งในวันนี้ก็ไม่ต่างจากในวันนั้นสักเท่าไหร่ เชื่อเหลือเกินว่ามีคนอยากดูชีวิตหลังจากนี้

ของ ตุ่น และ เต๋า กับผองเพื่อน พวกเขาจะโดนแก๊งกะเทยเอาคืนหรือไม่ ความรักของตุ่นกับนกจะเป็นไปอย่างไร ยอมรับตามตรงว่าอยากดู แถมเคยคิดที่จะเขียนบทภาคต่อไปเสนอพี่ต้อม ยุทธเลิศ ให้ทำให้ดูหน่อยเถอะพี่ และต่อไปนี้คือไดอาล็อกที่พอๆจะนึกได้ในหนัง บอกตามตรงว่าบางอันนั้น คิดได้ยังไงวะ?

ดูหนังสด

“ร่างทรงของความใคร่” หรือทีเหล่าบรรดานักเขียนประโลมเรียกซะสวยหรูว่า “ความรัก”

” กูไม่ใช่หมา แต่กูเป็นเป็ด เป็ดจะบินไปแหบดากเธอ “

” ถ้าวันนึงเค้าลือกันว่าแม่มึงเป็นจรเข้ มึงจะทำไง “

” อ๊าวววววว กูก็หนีออกจากบ้านดิไอ่สาดดดดด “

เรื่องย่อ อาจจะช้าไปสักหน่อย เพราะเรื่องนี้เขาฉาย เว็บสตรีมหนัง ไปตั้งนานแล้ว (ปี 2547) และกลับไปดูมาใหม่แล้วหลายรอบ ว่าจะเอามาเขียนเล่าอะไรให้ฟังก็ลืมอยุ่เรื่อย พอดีนึกได้เลยเอาซะเลย

หนังเรื่องนี้มีเอกลักษณ์ประจำตัวเขาเลยนะคือ ตัวละครในเรื่อง ชื่อเป็นสัตว์หมดเลย เช่น เต่า ตุ่น นก ปลา ปู หมู หมี หมา ซึ่งดูแล้วน่ารักดี ตอนแรกตอนที่นั่งดู คิดว่าเป็นเรื่องบังเอิญหรือเปล่า แต่ดูไปเรื่อย ๆ มันเป็นชื่อสัตว์หมดเลย แสดงว่าผู้กำกับเค้าตั้งใจทำจริง ๆ ว่าให้ชื่อของตัวละคร เป็นชื่อสัตว์หมด

และการเนื้อเรื่องการผูกเรื่อง ก็น่าจะเทียบได้ว่าเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว โดยเริ่มจาก เต่าแนะนำให้นกให้รู้จักกับตุ่น โดยเต่าจ้างนกมา แล้วตุ่นเกิดถูกใจ จึงอยากเจอนกอีก จึงโทรไปหาปลาด้วยความรำคาญจึงบอกว่าให้เอาเงินมาแสนนึงจึงจะให้เจอได้ แล้วเรื่องก็พันกันไปพันกันมา จนเงินกลายเป็น สามล้าน แล้วสุดท้ายก็จบ ต้องลองไปดูกันเองถึงจะมัน

สรุปได้ว่า เอกลักษณ์ของหนังเรื่องนี้คือ ชื่อตัวละครเป็นสัตว์หมด และ เรื่องมาจากน้ำผึ้งหยดเดียว แต่ก็สอดแทรกมุกตลกไว้มากมาย ลองไปหาดูกัน

Demolition Man

สุดยอดหนังเงี่ยนไซไฟยุค 90

Demolition Man ภาคต่อที่เป็นภาคก่อนหน้าในเหตุการณ์ภาคแรกเป็นหมันไปแล้ว แต่มีบทอีกร่างหนึ่งซึ่งมันคือภาคต่อจริงๆ โดยเนื้อเรื่องจะเป็นในอนาคตอันยาวไกล ลูกสาวของ จอห์น สปสร์ตัน(สตอลโลน)ฟื้นจากการถูกแช่แข็งเหมือนๆกับพ่อของเธอ ซึ่งคนที่จะมารับบทลูกสาวคือ เอ่อ….

เจ้าป้าเมอร์รีล สตรีฟ (WTF) แน่นอนว่าแม่งไม่น่าเป็นไปได้ แต่วอร์เนอร์ยืนยันว่าโครงการนี้เคยมีจริง มีการพูดคุยเบื้องต้นกับเจ้าป้าแล้วด้วย ก็ต้องลุ้นกันต่อไปว่าโปรเจ็คผีบ้าแบบนี้จะเกิดขึ้นจริงๆไหม เจ้าป้าจะบ้าจี้รับเล่นหรือไม่ พูดถึงภาคแรกนั้นบอกตามตรงว่า โลกในอนาคตของหนังถูกตีความได้มันส์มาก

ทั้งมันส์ ทั้งเก็บกดจนแทบจะระเบิด ดูหนังฟรี ทั้งเรื่องกฏเกณฑ์ทางสังคมที่ทุกคนห้ามแสดงพฤติกรรมห่ามๆใดๆทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการพูดคำหยาบเอย การแสดงความก้าวร้าวเอย หรือแม้กระทั่งการเด้ากันก็เป็นกฏข้อห้าม แสดงอารมณ์เงี่ยนแม่งยังไม่ให้ทำไอ้สัส เอะอะแม่งหักคะแนนกูอย่างเดียวเลย คือหนังมันมาในยุค 90

ที่โลกยุคนั้นกำลังตื่นตัวในเรื่องของโรคเอดส์ ผู้กำกับฯ มาร์โก้ แบรมบิลล่า แกเลยใส่ประเด็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เข้าไปมันซะเลย เรียกได้ว่าหลอนเอดส์กันสุดๆในยุคนั้น แต่ก็เป็นอะไรที่ฮาดี คนเรามันจะอยู่กันได้ยังไงวะไม่ให้เอากัน เงี่ยนก็ไปชักว่าวงี้เหรอ ห้องน้ำแม่งก็ต้องมีโถว่าวเพิ่มขึ้นมาอีกโถข้างๆโถฉี่

หน้าส้วมก็ติดป้ายสัญลักษ์เป็นรูป มือถือแหนมเตรียมกระตุก ยิกๆๆ ส่วนห้องน้ำหญิงก็ทำเป็นรูปคนเกี่ยวเบ็ด(ที่ไม่ใช่การประมง) คือเอาจริงๆนะถ้าให้กูเขียนบทบนพื้นฐานทฤษฎีจังไรๆแบบนี้ กูว่าคนเขียนบทเรื่องนี้แพ้กูอ่ะ กูมีลูกเล่นล้ำๆในเรื่องเงี่ยนๆ ในหัวเพียบเลยที่จะใส่ไปในหนังไซไฟ ไร้อารมณ์ทางเพศเรื่องนี้

ดูหนังฟรี

คือไหนๆก็มาทางนี้กันแล้วก็ต้องเอาให้สุด แบบพระเอกฟื้นจากการแช่แข็งมาได้ก็น้ำกระฉูดเต็มเครื่องแช่ไปหมดไรงี้ แต่เอาเข้าจริงๆฉากเอากันในหนังเรื่องนี้ก็ถือว่าเป็นฉากเลิฟซีนที่ทั้งเหี้ยทั้งฮาอยู่ดี ฟื้นจากแช่แข็งมา ปิ๊งปั๊งกับนางเอก(แซนดร้า บูลล็อค) กะได้กระฉูดใส่นางเอกแบบเต็มรัก คนดูแม่งก็ลุ้น เอาล่ะ มันจะเย็ดกันแล้ว

ปรากฏว่ากลับกลายเป็นโดนกฏหมายโลกปัจจุบันห้ามเด้ากัน แม่งต้องมานั่งสวมใส่ไอ้เครื่องบ้าๆแล้วมีเซ็กส์กันผ่านจินตนาการเอา อีสัส ฉากนี้แม่งอย่าเหี้ย!! ถือเป็นเซ็กส์ซีนเหี้ยที่สุดในดวงใจกูเลยจริงๆ(คำชม) หนังเรื่องนี้มีอะไรที่หนังดังอย่าง Captain America ไม่มี คือโดนแช่แข็งเหมือนกัน

แต่กัปตันแม่งเหมือนหำตายด้านไอ้สัส คือมันต้องมีฉากกัปตันนั่งตำ ไม่ก็สอยใครสักคนสองคนแล้ว เก็บน้ำว่าวมา 80 ปี น้ำแม่งไม่บูดแล้วเหรอวะ นี่ไงถึงได้บอกว่า Demolition Man มีอะไรที่ Marvel ไม่มี คือพูดถึงความเงี่ยนเนี่ยแหละ คนเราต่อให้เป็นฮีโร่ เป็นพระเอกก็ไม่สามารถทนทานต่อความเงี่ยนได้

ซึ่งพอสังคมในหนังมันไร้อารมณ์ การมาของไอ้ตัวร้ายที่รับบทโดย เวสลี่ย์ สไนป์ (ทีแรกหนังวางตัวเฉินหลงไว้) มันเลยมาเพื่อทำลายกฏเกณฑ์ทุกอย่าง เหมือนไอ้เหี้ยสักตัวควักควยออกมาแกว่งบนศาลาวัดไรงี้ สีสันของหนังมันเลยมาแบบจัดเต็ม คนดูโคตรชอบโคตรรักตัวร้ายตัวนี้ เรียกได้ว่าแม่งมาเพื่อปลดปล่อยให้คนดูระเบิด กระฉูด แตกพลั่กๆ

เพราะเก็บกดกับกฏหมายไร้อารมณ์ของหนังมากๆ มันเลยกลายเป็นตัวร้ายในตำนานหนังยุค 90 ที่ส่งผลให้เวสลี่ย์ สไนป์ ดังเป็นพลุแตกเลยช่วงนั้น กวนตีนได้ใจจริงๆ เป็นเรื่องที่น่าเสียดายหากภาคต่อจะไม่ถูกสร้างขึ้น แม้ว่าสร้างไปแล้ว จะไร้ซึ่งเงาสองดาราหลักจากภาคแรก แต่เชื่อว่าหนังจะละเลงโลกอนาคตได้ขบขัน

และสนุกพอๆกับภาคแรกเลย หนังออนไลน์ ไอ้สัสคิดได้ไงกฏหมายห้ามเด้ากัน เอาแค่นั้นกูแม่งก็ไม่อยากอยู่บนโลกแล้ว ที่ทำมาหาแดกทุกวันนี้พี่มีหีเป็นเป้าหมายจริงๆ หนังภาคแรกทุนสร้างอยู่ที่ราวๆ 45 ล้าน แต่ว่ากันว่างบบานปลายไปเกือบครึ่งต่อครึ่งคือราวๆ 60 ล้านเลยทีเดียว แต่มันก็ถือว่าค่อนข้างคุ้ม เพราะหนังฟาดรายได้ทั่วโลกไป 160 ล้านเหรียญ

แต่เมื่อปี 2014 ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน ได้ให้ทนายยื่นฟ้องวอร์เนอร์ ข้อหาบิดพลิ้วสัญญาที่จะแบ่งส่วนแบ่งเปอร์เซ็นต์รายได้ให้สตอลโลน 15% จากผลกำไรของหนัง งัดกันไปมาอยู่พักหนึ่งก่อนที่วอร์เนอร์จะออกมาเคลียร์เงินให้สตอลโลนอย่างจำนน ที่น่าเสียดายคือผู้กำกับ มาร์โก้ แบรมบิลล่า นี่แกกำกับหนังไว้แค่สองเรื่องแล้วก็หายไปเลย

ส่วนเรื่องเปลือกหอยนี่มีคนไปถามคนเขียนบทแกบอกว่า “ผมอยากจะลองหาสิ่งที่สะท้อนถึงความล้ำสมัยที่สร้างปัญหาให้ตัวละครดูโง่เขลา ก็เลยโทรไปหาทีมเขียนบทอีกคน ซึ่งกำลังเข้าห้องน้ำอยู่ เลยลองถามว่าในห้องน้ำมีอะไรน่าสนใจบ้าง เขาก็ตอบว่า -ในห้องน้ำฉันมีถุงเปลือกหอยตกแต่งด้วยวะ- ผมก็เลยได้ไอเดียจากตรงนั้น ”

คือพูดง่ายๆว่าเอาไว้ให้ทั้งพระเอกทั้งคนดูรู้สึกโง่กับโลกอนาคตเฉยๆนั่นแหละ ส่วนทางด้าน ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน แกก็เคยตอบถึงเรื่องนี้ว่า “บางทีมันอาจจะเอาฝาหอยสองอันมาคีบขี้ออกจากรูตูด แล้วค่อยเอาวางไว้บนฝาที่สามก็ได้ มันผ่านไปแล้ว พวกมึงจะสงสัยจะถามเพื่อ!?”

Hobbs & Shaw 2019

รายการตีท้ายครัวบ้านเดอะร็อค ที่มาพร้อมแขกรับเชิญสุดเซอร์ไพรส์

ก็เหมือนพี่โล้น เดอะ ร็อค แกเงินเหลือๆ เลยใช้เงินต่อเงินโดยการดีลกับค่ายว่ากูขอทำภาคแยกนะ กูขายได้เชื่อสิ เราจะตั้งแก๊งโล้นแก๊งใหม่ขึ้นมาให้เทียบเท่าแก๊งไอ้วินเลย มึงมีใครในมือพอที่จะเอามาสวมทับแบบแก๊งไอ้วินได้บ้างวะ ผู้กำกับบอก กูมีคนนี้นะๆๆบลาๆๆ โอเคดีลเลย เรามาสร้างหนังเอาเงินคนกัน

คือกูก็ไม่รู้ว่ามึงจะสร้าง ดูหนังฟรี มาทับเส้นกันทำไม ในเมื่อมึงก็พยายามใส่ตัวละครคล้ายๆไอ้โรมันเข้ามาด้วย ใส่ตัวละครคล้ายๆไบรอันตอนพี้ยาเข้ามาด้วย ก็เลยกลายเป็นหนังที่แอบๆเดินตามสูตรเดิม เพียงแค่อัพเกรดให้มันเหนือมนุษย์มากขึ้น จนมันแทบจะเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ไปแล้ว ของแถมเอาใจนายทุน

และพระเอกของเรื่องคือ พาคนดูไปสำนึกรักบ้านเกิดของ เดอะ ร็อค ด้วยซะเลย อิเหี้ย!! กูนึกว่ากำลังดูรายการตีท้ายครัว อเมริกันซามัวแฟมิลี่ มีแขกรับเชิญเพื่อนซี้พี่โล้นเจสัน พร้อมแขกเซอร์ไพรส์ที่เดินออกมาจากตู้เสื้อผ้า แต่ สิ่งที่เกิดขึ้นในหนังภาคแยกนี้ มันค้านกับสิ่งที่หนังมันพยายามบอกคนดู

ว่า ” ไม่มีวิวัฒนไหนหรือจักรกลใดชนะเราได้ เพราะว่าพวกเรามีสิ่งที่พวกจักรกลไม่มีนั่นคือหัวใจ” ก็เนี่ยแหละ เนี่ยๆๆ หนังมึงเหมือนใช้โปรแกรมจักรกลประเมินออกมา แล้วเขียนบทตามโปรแกรมนั้น เพื่อให้หนังทำเงินที่สุด เซฟที่สุด สูตรสำเร็จที่สุด นั่นแหละคือความไม่มีหัวจิตหัวใจ ของหนังอย่างที่จักรวาลหลักมี

เพราะกว่าที่คนดูจะรักจะผูกพัน กับตัวละครในจักรวาลหลัก มันก็ต้องใช้เวลามากกว่า 4-5 ภาค และตัวละครต้องแข็งจริง คนดูรักและอยากเห็นชีวิต พวกเขาดำเนินต่อไปจริงๆ ไม่ใช่นึกจะดันบทสมทบกับตัวร้ายในจักรวาลหลักมาเป็นพระเอก ในจักรวาลของตัวเองยังไงก็ทำได้ ขนาดโรมานอฟ หรือฮอว์คอายส์ของ Marvel

ดูหนังฟรี

ที่คนดูรักขนาดนั้นกว่าจะได้อนุมัติสร้างภาคแยกยังเกือบแก่หงำเหงือกกันไปข้าง นี่พวกมึงเป็นใคร? คือถ้าคิดจะทำอะไรแบบนั้นก็ได้กูคงได้ดูภาคแยก ไฮม์ดัลล์ คนเฝ้าสะพานไบฟรอส ของแอสการ์ด หรือ ภาคแยกของกรูทแล้วสิ คือโอเคพลังดาราพี่โล้นทั้งสองมันมี แต่มึงคือตัวประกอบอ่ะมึง ดันให้ตายก็ได้แค่ดูเอาสนุกๆแหละ

เห็นคนบ่นว่าภาคหลังๆ แม่งไร้จิตวิญญาณ หนังถ่ายทอดสด รถแข่ง จนแทบจะทะลุไปแว้นกันบนอวกาศอยู่ละ เจอภาคนี้เข้าไปกูว่า มึงอกแตกตายแน่นอน คือมึงลองทดสมการไว้เลยนะว่า ไอ้ดอมมันต่อยชนะไอ้สองฮ็อบส์กับไอ้ชอว์ แล้วดูจากขีดความสามารถ ที่ไอ้สองตัวนี้ทำได้ในภาคนี้ กูว่าถ้าไอ้ดอมในภาค9

ในจักรวาลหลักมันจะเหาะได้กูก็ไม่แปลกใจอะไรแล้ว สำหรับกูนะ ภาคแยกเรื่องนี้ถ้าเปรียบกับผู้หญิงก็ไม่น่าจะใช่คนที่กูตามจีบมาทำเมียอ่ะ แค่เด้าขำๆจ่ายเงินชั่วครั้งชั่วคราวก็จบๆไปนั่นแหล นับตั้งแต่ที่ ฮ็อบส์ เจ้าหน้าที่ผู้รักษากฎหมายเจ้าของร่างล่ำบึ้ก (จอห์นสัน) ผู้จงรักภักดีต่อองค์กรหน่วยรักษาความปลอดภัย

ทางการทูตแห่งอเมริกาและชอว์ (สเตแธม) ชายนอกกฎหมาย อดีตเจ้าหน้าที่ทหารชั้นสูงของอังกฤษ ได้เผชิญหน้ากันเป็นครั้งแรกใน Fast & Furious 7 ในปี 2015 ทั้งคู่ก็ได้ปะทะกันทั้งด้วยคารมและหมัดด้วยความมุ่งหมายที่จะโค่นอีกฝ่ายให้ได้ แต่เมื่อบริกซ์ตัน (ไอดริส เอลบา) ผู้ชื่นชอบในลัทธิอนาธิปไตย 

และได้รับการปรับแต่งทางพันธุกรรม ให้มีความสามารถสูงขึ้น และมีอำนาจควบคุมภัย คุกคามร้ายกาจทางชีวะที่อาจเปลี่ยนแปลงชีวิต ของมนุษยชาติไปตลอดกาล และมีชัยเหนือเจ้าหน้าที่เอ็มไอซิกส์ผู้ชาญฉลาดและปราศจากความกลัว (วาเนสซา เคอร์บี้จาก The Crown) ผู้บังเอิญเป็นน้องสาวของชอว์ ศัตรูคู่อาฆาตทั้งสองคนนี้

จึงจำเป็นต้องจับมือกัน เพื่อโค่นล้มคนเพียงคนเดียว ที่อาจจะร้ายกาจยิ่งกว่าพวกเขา Hobbs & Shaw เป็นการกระแทกเปิดประตูใหม่สู่จักรวาล Fast เมื่อแอ็กชั่นของมันพุ่งทะยานไปทั่วโลก จากลอสแองเจลิสสู่ลอนดอน และจากเมืองร้างที่เต็ม ไปด้วยสารพิษอย่างเชอร์โนบิล สู่ความงามที่เขียวชอุ่มของซามัว

The Naked Director

หากสตีฟ จ็อบส์ คือมหาศาสดาแห่งวงการไอที โทรุ มุรานิชิ ก็คือมหาศาสดา แห่งความเงี่ยน

นี่แหละที่กูหรือใครก็ต้องการอยากเห็น หนังเจาะลึกวงการเงี่ยนแดนปลาดิบแบบนี้แหละ เพราะปรกติจะได้เห็นแต่หน้าฉาก แล้วไม่ค่อยรู้ที่มาที่ไปว่าทำไงมาไงญี่ปุ่นแม่งถึงรับเรื่องพวกนี้ได้ มันเลยทำให้รู้ว่ายุคโน้นญี่ปุ่นมันก็ไม่ต่างจากเราหรอกที่รับอะไรแนวๆนี้ไม่ค่อยได้ มันก็เลยต้องมีคนอย่าง

โทรุ มุรานิชิ นี่แหละที่ลุกขึ้นมาทำอะไรๆให้เห็นว่า การปลดปล่อยความเงี่ยน นี่แหละคือสิ่งที่จะผลักดันสังคมญี่ปุ่นได้ หนังเริ่มตั้งแต่ชีวิตลุงโทรุตอนเป็นเซลแมนกันเลย ซึ่งก็มีอะไรต่อมิอะไรโยงให้เห็นว่าทำไมลุงถึงเป็นคนแบบนี้ ชอบทำอะไรแบบนี้ ในขณะเดียวกันหนังก็เล่าถึงยุคสมัยญี่ปุ่นช่วงปี 80

มันจึงไม่ใช่หนังที่ขับเน้นแต่ความเงี่ยนกันสถานเดียว มันพูดถึงสังคมยุคนั้น แฟชั่น สถานที่ หนัง เพลง คือพูดง่ายๆว่าถ้า ดูหนังออนไลน์ Stranger thing คือจดหมายเหตุ เป็นป๊อปคัลเจอร์ของคนอเมริกัน The Naked Director ก็คือจดหมายเหตุที่บันทึกเรื่องราวยุคหนึ่งของญี่ปุ่นนั่นแหละ เพียงแต่ว่าหนังมันถูกขับเคลื่อน ด้วยความเงี่ยนของคน

มันคือความฝันที่อาจจะดูเหม็นคาวสำหรับใครๆ แต่ลึกๆแล้วมันคือ หนทางหลุดพ้นจากความเครียด ของคนญี่ปุ่นดีๆนี่เอง ชอบมากตรงที่หนังนำเสนอชีวิต ของตัวละครหลายๆ คนที่มีตัวตนอยู่จริง ล้วนแล้วแต่มีเหตุมีผลเป็นของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นคู่แข่งทางธุรกิจสื่อลามก หรือไม่ว่าจะเป็นตัวดาราหนังโป๊เอง 

ล้วนถูกตีแผ่นำเสนอผ่านมุมมองสายตาคนเหล่านั้นที่มีต่อสังคมญี่ปุ่น ประเทศที่มีความบอบช้ำจากภาวะสงครามมาหลายยุคสมัยจนทำให้ดูเหมือนจะเป็นชนชาติที่เครียดสมองแตก การมาของหนังโป๊ AV นั้นบอกอะไรๆให้เรารู้ได้หลายอย่างว่ามันได้ผลกับคนญี่ปุ่นจริงๆ เห็นได้จากการที่ประเทศญี่ปุ่น

ถือเป็นประเทศที่เจริญที่สุดในทุกๆด้านติดอันดับโลก นี่ถ้าไม่มีคนอย่างโทรุ มุรานิชิ คนนี้ก็ไม่รู้ว่าป่านนี้เราจะได้บริหารข้อมือกันผ่านหน้าจอได้ขนาดนี้หรือเปล่า คนญี่ปุ่นถือว่าเป็นคนสวยระดับนางฟ้า ถ้าไม่มีลุงโทรุเราคงไม่ได้เห็นเนื้อในสาวญี่ปุ่นกันขนาดนี้แน่ๆ นี่จึงเป็นหนังที่สาวกคอAVควรดู

ดูหนังออนไลน์

ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง หนังไม่ได้เนิบช้าแบบที่หนังญี่ปุ่นหลายๆเรื่องเป็น แต่มันถูกเล่าเรื่องแบบทะยานไปสู่จุดสุดยอด น้ำแตกกันพลั่กๆๆ เราจะได้รับรู้เรื่องราวมหาศาสดาแห่งความเงี่ยน และแวดวงอุตสาหกรรมหนังAVก่อนที่จะมาบูมในญี่ปุ่นจนมีดาราหนังโป๊น้อยใหญ่รวมๆ

กันในวงการเป็นหมื่นๆคน ก็ถ้าวงการไอทีมี สตีฟ จ๊อบส์ เป็นศาสดาที่คนในแวดวงไอทีควรศึกษาชีวิต โทรุ มุรานิชิ คนนี้ก็คือสตีฟ จ๊อบส์ เวอร์ชั่นเปลืองกระดาษทิชชู่นั่นแหละ

เรื่องย่อ ในปี 1980 ประเทศญี่ปุ่น เรื่องราวของโทรุ มุรานิชิ ผู้ปฏิวัติ โปรแกรมหนัง โป๊ในประเทศญี่ปุ่น เริ่มต้นขึ้น หลังจากที่บริษัทสารานุกรมอังกฤษ ที่เขาดำรงพนักงานฝ่ายขายยอดเยี่ยมถูกปิดลง ทำให้เขาต้องกลับบ้านเร็วกว่าปกติ และพบว่า ภรรยากำลังนอกใจ ขณะที่เขาสูญเสียทั้งงาน ครอบครัว และรู้สึกสิ้นหวัง

เขาก็ได้พบกับโทชิ (Shinosuke Mitsushima) นักธุรกิจรายย่อยที่ได้แนะนำให้เขารู้จักกับโลกนิตยสารผู้ใหญ่ หลังจากรู้ว่านั่นคือการขายเซ็กซ์ มุรานิชิ ก็ได้ร่วมงานกับโทชิ เพื่อสร้างเครือบริษัท แม็กกาซีนผู้ใหญ่อย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกัน เขาก็ได้ท้าทายอำนาจของกฏหมาย เรื่องการเซนเซอร์หนังโป๊ของญี่ปุ่น

ด้วยการขอความช่วยเหลือจากผู้จัดพิมพ์ท้องถิ่น อย่างคาวาดะ (Tetsuji Tamayama) เพื่อตีพิมพ์นิตยสารสำหรับผู้ใหญ่แบบไม่เซนเซอร์  สิ่งนี้ได้เรียกความสนใจจาก ตำรวจ ยากูซ่า และผู้ผลิตหนังโป๊ที่ทรงอิทธิพลในญี่ปุ่น อย่างอิเคซาว่า (Ryo Ishibashi) เป็นอย่างมาก ไม่ช้า มุรานิชิ ก็ได้สร้างอาณาจักรของนิตยสารผู้ใหญ่ขึ้นมา

และเริ่มทำวีดีโอสำหรับผู้ใหญ่ โดยได้แรงบันดาลใจจาก เมกุมิ (Misato Morita) นักเรียนศิลปะที่ต้องการจะปลดปล่อยความช่ำชอง ทางเพศของเธอออกมา ทว่า เมื่อธุรกิจวีดีโอสำหรับผู้ใหญ่กำลังเริ่มต้นเปิดตัว มุรานิชิ ก็ต้องเผชิญกับการหยุดชะงักของธุรกิจ ที่ได้นำพาเขาไปสู่การเผชิญหน้ากับกฏหมายอย่างซึ่งๆ หน้า

นำทีมโดยนักสืบทาเคอิ (Lily Franky) ซีรีส์เรื่อง โป๊ บ้า กล้า รวย (The Naked Director) มุรานิชิจะขอผลักกำแพงของสิ่งที่ “ยอมรับได้” ออกไป และจะปฏิวัติวงการ รวมทั้งพาคุณไปเป็นพยานของการกำเนิดดาวที่ชื่อวาเมกุมิ ซึ่งภายหลังเป็นที่รู้จัก ในนาม คาโอรุ คุโรกิ (Kaoru Kuroki)

ไทรีส กิ๊บสัน คนที่แฟนๆคิดว่าเขาไม่สำคัญ

ไทรีส กิ๊บสัน หรือผู้รับบท โรมัน เพียซ ในหนังแฟรนไชส์ Fast

ออกมาเย้ยหนังภาคแยกอย่าง Hobss & Shaw ว่าทำรายได้เปิดตัวน้อยสุดในบรรดาทุกภาค(ยกเว้นภาค Tokyo drift) จนแฟนๆเข้าไปถล่ม ไทรีส กิ๊บสัน ในโซเชี่ยลเละเทะ ซึ่งอาจเป็นผลพวงมาจากการที่ ดเวย์น จอห์นสัน พยายามผลักดันตัวเองให้มีบทบาทเทียบเท่าพระเอกอย่าง วิน ดีเซล จนมีดราม่ากันไปยกใหญ่

ทั้งที่พี่วินแกปั้นภาคต่อมากับมือ เข็นกันมาไกลขนาดนี้ตั้งแต่ความหวังยังริบหรี่ เพราะว่ากันตามตรง Fast มันจบไปตั้งแต่ภาค 2 โน้นแล้ว เพราะทีมผู้สร้างตัดสินใจเล่าเรื่องราวใหม่ไปแล้วในภาค 3 แต่ทว่า วิน ดีเซล กลับมาฮึดควักทุนสร้างภาค 4 อีกครั้ง จนแฟรนไชส์ เรื่องนี้ฟื้นกลับมาได้ แล้วมากระหึ่มโลก

เอาตอนภาค 5 ที่ถือว่าเป็นที่สุดของทุกภาค การกลับมาของตัวละคร โรมัน เพียซ และผองเพื่อนจากหลายๆภาครวมกันยิ่งทำให้ครอบครัวที่ใช้อาชญากรรมขับเคลื่อนชีวิตแก๊งนี้ยิ่งเติบโตขึ้น ทว่าการมาของดาราเบอร์ใหญ่อย่าง เดอะ ร็อค ที่แอบแทรกซึมมาในบทตำรวจคู่ปรับ จนกระทั่งก้าวสู่ครอบครัวเดียวกัน 

และผยองอยากก้าวสู่การเป็นเบอร์ 1 ร่วมกับ ดูหนังออนไลน์ วิน ดีเซล มันไม่เข้าท่าเอาเสียเลย ยิ่งมีภาคแยกออกไปโดยพยายามหาความชอบธรรมให้ เดการ์ด ชอว์ บทของ เจสัน สเตแธม ผู้สังหาร ฮาน หลิว หรือ ฮาน โซโอ สมาชิกแก๊งที่ร่วมหัวจมท้ายกันมาตลอด และเป็นตัวละครที่คนดูเสียดายที่สุด ไม่เพียงเท่านั้น

มิเชล รอดริเกซ ผู้รับบท เล็ตตี้ แฟนสาวของ โดมินิค เองก็ไม่ค่อยพอใจผู้สร้างและผู้เขียนบทเช่นกันที่พยายามลดทอนบทบาทสาวๆในหนัง แต่มอบความเด่นให้แก่ตัวละครใหม่เอี่ยมอย่าง ลุค ฮ็อบสส์ ของ เดอะ ร็อค ทำให้นี่จึงกลายเป็นศึกหลายเส้า เพราะข่าวแว่วมาว่า วิน ดีเซล ขอเลือกอยู่ฝั่งสมาชิกเก่าแก่ดีกว่า

เขากับ ไทรีส กิ๊บสัน ไม่ได้เป็นเพียงแค่คนที่มีหัวล้านเหมือนกัน แต่เพราะว่าพวกเขาคือครอบครัวมาตั้งแต่แรก (อีกนัยหนึ่งคือ มึงจะมาดังเกินหน้าเกินตาพระเอกอย่างกูไม่ได้ไอ้กล้าม) เดอะ ร็อค เดิมทีถูกเขียนบทให้ตายโหงไปในภาค 7 ด้วยน้ำมือ เดคการ์ด ชอว์ แต่ปรากฏว่า พอล วอล์คเกอร์ มาด่วนจากไปเสียก่อน

ทีมเริ่มระส่ำเพราะขาดพระเอกชูโรงไปคนนึง ค่ายจึงบอก เดอะ ร็อค ว่ามึงอย่าเพิ่งตายนะพี่กล้าม อยู่ต่อไปก่อน และจะพยายามดันให้ขึ้นมาตีคู่พี่วินแทนพอล บางทีการปั่นของทีมผู้สร้างนี่แหละคือที่มาของรอยร้าวอย่างแท้จริง จากที่จะตายโหง ลุค ฮ็อบสส์ กลับมีชีวิตยืนยาวลากมาอีกสองภาค จนกระทั่งมีภาคแยกในที่สุด

เป็นพระเอกร่วมกับ เดการ์ด ชอว์ นั่นแหละ จากที่เคยจะฆ่ากัน ก็งอกเงยเป็นครอบครัวใหม่ ประหนึ่ง ดอม กับ ไบรอัน ยังไงยังงั้นสัส มึงบ้าไปแล้ว!! นี่มันหน้าด้านหน้าทนกว่าตอนเขียนให้เล็ตตี้ฟื้นคืนชีพอีกนะ คือมาเวย์นี้มึงเขียนให้ฮานฟื้นมาแล้วมาฉะกับไอ้เดคการ์ดต่อก็ไม่น่าเกลียดเท่ากับที่มึงทำอยู่นี้ การออกมาแซะกันเป็นระยะๆ

จึงเริ่มขึ้น โดยมี ไทรีส กิ๊บสัน เป็นขาบวก แบบประมาณว่าออกมาแซะ เดอะ ร็อค แต่ละที ก็โดนติ่งถล่ม จากการที่พี่กิ๊บแกไม่ได้มีพาวเวอร์พระเอกแบบที่ เดอะ ร็อค เป็น มีแฟนๆหนังค่อนขอดเขาว่า ถ้าหมดแฟรนไชด์นี้ไป มึงก็จะเป็นแค่ดาราตกกระป๋อง ส่วน เดอะ ร็อค เขาต่อยอดไปได้ไกล อย่ามาสะเออะไปแซะเขา บลาๆๆ

ท้ายสุด ไทรีส กิ๊บสัน ก็ต้องลบข้อความใน IG ไปในที่สุดราวกับว่าเขาเป็นศาสดาแถวๆนี้ อิอิอิ เอาจริงๆก็ไม่เถียงหรอกว่า พลังดาราใหญ่ของ เดอะ ร็อค นั้นมันเหนือกว่า ไทรีส กิ๊บสัน มากๆๆ มากจนถ้าเปรียบให้เห็นภาพก็คงเป็นรถโตโยต้าเก่าๆ กับ รถลัมโบรกินี่ นั่นแหละ แต่มันไม่ใช่ในจักรวาลแห่ง Fast แน่นอน ไม่เลย

บทของ โรมัน เพียซ คืออีกหนึ่งสาเหตุให้หนังภาคต่อเรื่องนี้ขับเคลื่อนไปได้แทนที่จะมีแต่เหยียบคันเร่งใส่กัน ความขบขันคืออะไรที่มายับยั้งความตึงเครียดในหนังอย่างลงตัว แต่ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นตัวตลก ตัวถ่วง หรือปาหี่อะไรก็แล้วแต่ พอเอาเข้าจริงๆเมื่อสถานการณ์จวนตัว โรมัน เพียซ ก็มีโอกาสได้โชว์ของเหมือนกัน

เห็นได้จาก ภาค 5 เขาตีเนียนปลอมตัวเอารถบังคับติดกล้องเข้าไปปล่อยในโรงพักที่บราซิล และเป็นหนึ่งฟันเฟืองช่วยหนุนให้ภารกิจสำเร็จ ฉากใหญ่ของภาค 6 ในภารกิจบนไฮเวย์ แก๊งของ โอเว่น ชอว์ โจมตีรถลำเลียง โรมัน เพียซ ได้แสดงให้เห็นว่าเขาพึ่งพาได้ ไม่ใช่ตลกไปวันๆ

ดูหนังออนไลน์

(แต่ก็ยังถือว่าตลกมากอยู่ดี มีประโยชน์ทั้งต่อทีมและคนดู) ในภาค 7 การตีเนียนเป็นพิธีกรหลอกล่อพวกโจรในงานเลี้ยงหรูก็ได้เขาโซโล่ลีลาจนภารกิจลุล่วง ในภาค 8 โรมันต้องจับคู่กับฮ็อบสส์ ก็ทำหน้าที่ของตนได้ไม่เลวเลยทีเดียว โรมัน เพียซ คือตัวละครขี้ขลาดที่มีความเป็นมนุษย์มากที่สุด เขาไม่ได้เป็นพวกที่พูดจาปลุกเร้าคนได้ หลายๆ

การกระทำของเขาบอกให้เรารู้ว่า หมอนี่มันเกรียน แต่ไอ้นี่มันต้องเสี่ยงทั้งๆที่มันตาขาว ก็เพราะสองอย่างคือ เงิน กับ เพื่อน โรมันเป็นพวกฮาแตกที่แม้จะจับคู่กับคนไม่ค่อยพูดอย่างฮานก็สามารถทำให้ฮาได้ แต่เขาดูเหมือนจะได้เครดิตน้อยที่สุดในบรรดาสมาชิกแก๊ง แต่เอาเข้าจริงๆเขาควรได้เครดิตมากกว่า ฮ็อบสส์

ที่คนดูกลืนไม่เข้าคายไม่ออกมาตั้งแต่ที่ฮ็อบสส์เอาแต่พึ่งพาแก๊งอาชญากรรมแก๊งนี้ทั้งที่ตนเองเป็นเจ้าหน้าที่รัฐที่มีมือดีมากมายให้เรียกใช้ จากตำรวจบุคลิกไม่เอาใคร ไม่ไว้หน้าใคร กลายเป็นลูกไล่ของโจรอย่างดอม จุดนี้มันไม่เมคเซ้นส์เอาเสียเลย ยิ่งไปกว่านั้น การที่ เดอะ ร็อค มีพลังดาราเพิ่มมากขึ้น

ยิ่งทำให้ตัวละคร ฮ็อบสส์ โดดออกไปจากแก๊งของดอมมากขึ้น พวกเขาควรเป็นแมววิ่งไล่จับหนูสิ จริงมั๊ย นี่ยังจะมีภาคแยกไปกันใหญ่อีก อีกอย่างคือโรมันเป็นตัวละครที่ตีซี้มากับเทจ (ลูดาคริส) พวกเขาเหมือนพี่น้องที่ร่วมหัวจมท้ายกันมากับ ไบรอัน โอคอนเนอร์ ตั้งแต่ ภาค 2 พวกเขามีความคลั่งไคล้เดียวกันคือรถซิ่ง

เฉกเช่นเดียวกับ ดอม หรือทุกคนในแก๊งเลยก็ว่าได้ ในขณะที่โดยพื้นฐานแล้ว ลุค ฮ็อบสส์ ไม่ได้เป็นขาซิ่งโดยกำเนิดแบบพวกเขา จากการปะทะกันของกลุ่มจักรวาลหลักและภาคแยกนั้น เราอาจจะไม่ได้เห็นตัวละครฮ็อบสส์ในจักรวาลหลักอีก เพราะเขามีภาคแยกไปแล้ว แต่ในรายของ เดคการ์ด ชอว์ นั้นไม่แน่

 เพราะพี่เจสันไม่ได้มีอะไรบาดหมางกันกับแก๊งจักรวาลหลัก เพียงแต่คนเขียนบทจะหาทางลงยังไง จะให้ตามฆ่ากันต่อ หรือรวบหัวล้านๆมาเข้าแก๊งถาวรเลย เอาเข้าจริงๆสมาชิกที่เหลืออยู่นี้ก็ไม่แน่ว่าอาจต้องมีใครมาเสริมอีกหรือไม่ เป็นเรื่องน่าใจหายจริงๆที่การขาดหายไปของ ไบรอัน ,ฮาน,จีเซล หรือแม้กระทั่ง ลุค ฮ็อบสส์ เองก็ทำให้หนังหมดพลังลงอย่างเห็นได้ชัด

เราเข้าใจว่ามันเป็นไปตามแผนการตลาดของ เว็บดูหนัง จะมาอินเนอร์อะไรเยอะแยะ มันก็ใช่ แต่ลองคิดดูสิว่าเราตามดูมันมาตั้งแต่ยังไม่มีโซเชี่ยล เราผูกพันกับ fast มาตั้งแต่ยังไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังอะไรในหนังภาคแรกๆ แต่ในยุคนี้เรารู้ว่าอะไรเป็นอะไร บทหนังถูกเขียนขึ้นตามกลไกตลาดมากกว่า 50 %

แทนที่จะถูกเขียนขึ้นมาอิงจากความเป็นจริงบ้าง ตัวละครตายแล้วฟื้นก็มี ตัวละครเป็นไซบอร์กก็มีแล้ว แต่ความหวังยังอยู่ที่จักรวาลหลักอยู่ แม้ว่าแม่งจะเริ่มมีโดรนพิฆาต มีใช้มือปัดระเบิดนิวเคลียร์กันแล้ว แต่ในด้านความเป็นครอบครัว ความเหนียวแน่นเป็นผองเพื่อน มันยังมีให้เห็นเหมือนภาคแรกๆ นั่นแหละ

ซึ่งตัวละคร โรมัน เพียซ ของ ไทรีส กิ๊บสัน คือคนที่อยู่มาตั้งแต่แรก เขาควรได้เครดิตมากกว่า เดอะ ร็อค ที่เข้ามาในทีมพร้อมการตลาดของผู้สร้างหนัง จะว่าไปก็อยากเห็นภาคแยกเดี่ยวๆของ โรมัน เพียซ เหมือนกัน หากว่าผู้สร้างเล็งเห็น ไม่แน่เราอาจได้พระเอกซุปตาร์คนใหม่ที่ขายได้ยาวๆ

ด้วยความฮาก็ได้บู๊ก็ดีของเขา ไม่ก็พ่วงเอา ลูดาคริส ไปด้วยเป็นคู่หูที่ไปท้าซิ่งข้ามทวีปกับขาใหญ่สักคนไรงี้ น่าดูชม ก่อนอื่นต้องบอกให้พี่กิ๊บแกงดเล่นโซเชี่ยลก่อนไอ้สัส แซะเก่งเหลือเกิน

นิโคลัส เคจ คือยอดนักสะสม หนังสือการ์ตูน

เขารักทั้ง Marvel และ DC จนเกือบจะได้เล่นเป็นซูเปอร์แมน

เห็นหัวแกล้านอย่างนี้ ใครจะเชื่อว่า นิโคลัส เคจ เกือบได้เล่นเป็น SUPERMAN เวอร์ชั่น ทิม เบอร์ตัน ที่ตั้งชื่อโปรเจ็คว่า Superman live เมื่อปี 1996 แบบว่ามีการลองชุดลองอะไรเรียบร้อยแล้ว ลุงทิมแม่งนึกขึ้นได้ว่า เอ่อ….กูไม่ทำละสัส ปัญหาเดียวที่ทำให้ไม่เอาคือ ตอนไอ้เหี้ยนี่ เหาะมันจะใส่วิกยังไงให้ติดอยู่กับหัวมันวะ

เทคยับแน่นอน ถุย!! หยอกๆๆ ที่มันถูกระงับสร้างก็เรื่องวิสัยทัศน์ของผู้กำกับและบอร์ดบริหารนั่นเอง อ่านบทความนี้อาจดูตลกที่น้านิคแกจะเล่นเป็นพี่ซุป แต่ในช่วงเวลาโน้น นี่คือข่าวฮือฮาและเป็นโปรเจ็คยักษ์ที่วอร์เนอร์หมายมั่นปั้นมือมากๆ น้านิคแกคือโคตรดาราทำเงินของจริง จากการทำแฮตทริค

โคตรหนังฮิตต่อๆกันได้อย่าง ดูหนังสด The Rock , face/off และ Con air ต่อให้พี่ซุปจะออกมาดูเถิกดูตลกยังไงชั่วโมงนั้นคนดูก็พร้อมแห่ไปดู แล้วเห็นงี้ น้านิคแกเป็นแฟนพันธ์แท้ Superman แบบเข้มข้นมาก สมัยรุ่งๆแกเคยโดนโจรขึ้นบ้าน ปรากฎว่า โจรแม่งขโมยหนังสือการ์ตูนแกไปเล่มหนึ่ง

เล่มนั้นมันคือ action comics #1 สมัย ตีพิมพ์ครั้งแรกปี 1938 ซึ่งต่อมาแกได้มันคืน แล้วช่วงตกอับแกก็เปิดให้ประมูล รับเงินเข้ากระเป๋าไป 2.1 ล้านเหรียญกว่าๆ ตอนนี้เล่มที่ว่าอยู่ที่ The Impossible Collection พิพิธภัณฑ์ในลอนดอน แต่แม้จะขายแดกเล่มนี้ หลังๆมาแกก็ยังไม่เลิกบ้าสะสมนะ

แกเป็นเจ้าของหนังสือการ์ตูน Amazing Spider-Man 1, Incredible Hulk 1 และ Fantastic Four 1 ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเล่มที่ตีพิมพ์ครั้งแรกทั้งสิ้นที่แกได้กว้านประมูลมา แต่ละเล่มนั้นแทบไม่มีหลงเหลืออยู่แล้ว ใครมีไว้ครอบครองนี่ถือว่ารักจริง และรวยจริง พูดถึงบทพี่ซุปของน้านิค ดีแล้วล่ะที่น้านิคแกไม่ได้เล่น

ไม่งั้นมึงคงได้เห็นแกทำหน้าอย่างในรูปข้างล่างใส่ ลูอิส เลน เมียพี่ซุปแน่ๆ ต่อมาแกก็ได้เป็น Ghost raider อยู่สองภาค หนังคว่ำและโดนด่ายับ แต่ก็ถือเป็นการเติมเต็มชีวิตคนรักการ์ตูนอย่างแกที่ได้รับบทฮีโร่สักครั้งในชีวิต ปี 2018 ชุดซูเปอร์แมนที่ไม่เคยถูกสร้างที่น้านิคสวมใส่ ถูกวอร์เนอร์นำออกมาโชว์เป็นครั้งแรก

ดูหนังสด

และมันได้รับความสนใจอย่างมาก เพราะเป็นชุดที่ถือว่างดงาม และล้ำมากหากเทียบกับการออกแบบในยุคนั้น ตอนนี้ชุดได้เดินสายโชว์ในงานการ์ตูนต่างๆ และมีคนพยายามที่ จะขอซื้อมันในราคาที่สูงลิ่วนิโคลัส เคจ รู้ตัวสายเกินกว่าจะเป็นซูเปอร์แมน แต่มั่นใจยังเป็นเล็กซ์ ลูเธอร์ได้ เวลามันล่วงเลย

มานานเกินไปแล้วสำหรับ ดูหนังผ่านเน็ต นิโคลัส เคจ (Nicolas Cage) ที่จะก้าวเข้ามารับบทเป็นซูเปอร์แมน แต่นั่นมันก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่สามารถสวมบทบาทเป็นตัวละครอื่นในหนังซูเปอร์ฮีโร่ได้อีกจริงมั้ย ขณะให้สัมภาษณ์กับ The Guardian เพื่อโปรโมทผล งานสยองขวัญเรื่องล่าสุดของเขา Mandy เคจก็ถูกถามถึง

โอกาสที่จะได้สวมผ้าคลุมไหล่ของซูเปอร์แมนอีกครั้ง หากใครยังไม่ทราบต้องขอบอกก่อนว่าครั้งหนึ่งเมื่อช่วงปลายยุค 90 เคจเกือบจะได้มารับบทซูเปอร์แมนในโปรเจ็ค Superman Lives ของทิม เบอร์ตัน (Tim Burton) แต่สุดท้ายโปรเจ็คนั้นก็ไม่เกิดขึ้น “โอ้! ผมคิดว่าวันที่จะได้เป็นซูเปอร์แมนของผมมันจบไปนานแล้ว”

เคจตอบอย่างตรงไปตรงมา และเมื่อนักข่าว ฮาดลีย์ ฟรีแมน (Hadley Freeman) แนะนำว่าบางทีเขาอาจจะสามารถเล่นเป็นตัวร้ายได้ เคจก็สนใจไอเดียนั้นขึ้นมาทันทีแล้วตอบว่า “โอ้นั่นมันคงเยี่ยมไปเลย! ผมน่าจะเป็นเล็กซ์ ลูเธอร์ ที่ดีได้นะ!” เคจยังเสริมถึงสไตล์การแสดงของเขา และเหตุผลที่ทำงานมาจนทุกวันนี้อีกว่า

“ผมชอบทำลายกรอบเดิม ๆ แล้วก็พยายามทำหลาย ๆ อย่างที่มันต่างออกไป แต่ผมไม่คิดว่าพวกผู้สร้างจะพอใจกับอะไรแบบนั้นหรอกนะ แต่สำหรับหนังที่มีชีวิตชีวาอย่างอิสระ ผมสามารถทำแบบนั้นได้ อีกอย่างนะถ้าผมไม่ได้ต้องไปไหนแต่เช้า

หรือไม่มีงานที่ต้องทำ มันคงกลายเป็นเรื่องที่อันตรายต่อตัวผมเองมาก ๆ เลยล่ะ จากนั้นผมแค่ต้องออกไปหาที่นั่ง แล้วสั่งไวน์แดงมาสัก 2 ขวด แล้วก็ดื่มมันให้หมด ผมไม่อยากเป็นคนแบบนั้นหรอกนะ ดังนั้นผมก็เลยต้องทำงาน” 

Midsommar 2019

เรียกว่าระบายเหอะ อย่าเรียกว่ารีวิว

มีการใส่สัญลักษณ์ให้เราได้ตีความมากมายในจักรวาลแห่งสิ่งลี้ลับทั้งหลายแหล่ของฝรั่งมังค่าแถบยุโรป หากใครศึกษาศาสตร์เหล่านี้แบบเข้าเส้น จะพบว่ามันสนุกสนานเพลิดเพลินกับสัญลักษณ์ที่ซ่อนไว้ในหนัง แบบๆเดียวกับที่คนเชี่ยวชาญกฏต่างๆในอวกาศสนุกกับการดู Interstellar ของโนแลน

ซึ่งยอมรับตามตรงด้วยมันสมองอันน้อยนิด ในหัวกบาลล้านๆเลยว่า เข้าไม่ถึงทั้ง Interstellar ทั้ง Midsommar กูจะไม่โกหกตัวเองว่าชอบมัน แค่เพราะกลัวคนจะหาว่าเป็นนักดูหนังที่ไร้รสนิยม แต่จะบอกว่าไม่ชอบมันเลยก็ไม่น่าใช่ เพราะบางอย่างในหนังนี่ถือว่าทำงานได้ดี กับอาการหวาดระแวงของกูเหลือเกิน

ทั้งระแวงความประสาทแดกของนางเอก ทั้งระแวง ดูหนังสด รอยยิ้มและท่าทีร่าเริงของพวกคนในลัทธิห่านี่ ไอ้การคุกคามด้วยรอยยิ้มนี่มันช่างน่าสยดสยองสมคำร่ำลือจริงๆ จนกระทั่งบทสรุปของหนัง มันก็แปรสภาพกลายไปเป็นหนังตลกที่ก็ไม่รู้ว่ามึงทำแบบนั้นทำไม? สำหรับกูแล้วฉากที่ดีที่สุด กลับเป็นฉากกลางคืน

ทั้งหมดในหัวเรื่อง และฉากพาเมียไปหาเพื่อนช่วงหัวเรื่องนั่นแหละ จึงสรุปได้ว่า ไอ้การเล่นงานคนดูด้วยความสยองที่มาพร้อมกับความสว่างไสว อย่างที่คอนเซ็ปต์หนังเป็นนั้น ใช้ไม่ได้ผลกับกูนักหรอก เป็นพฤติกรรมหน้าเนื้อใจ หมาของคนในลัทธิต่างหากที่ทำงาน กับความกลัวของกูได้ดี และการคุกคามคนดูด้วยเสียงแปลกๆ

ที่เกิดจากอารมณ์ของมนุษย์ เสียงร้องไห้ในหนังจะไม่ได้มาแบบ ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ร้องไห้ในละครแน่ๆ แต่มันคือการร้องไห้จริงๆ เสียงจากอารมณ์มนุษย์นี่แหละน่าสยดสยองที่สุดแล้ว ไหนจะเสียงสวด เสียงแปลกๆจากการทำพิธีกรรม ซึ่งล้วนแล้วแต่ไม่ได้เกิดจากซาวด์ประกอบหนัง แต่เป็นเสียงที่เปล่ง

มาจากปากมนุษย์ในหนัง แต่อย่างที่บอก ความกลัวแม่งบางทีมันก็มาพร้อมความตลก อารมณ์เดียวกับที่กูนั่งดูพิธีกรรมหลายๆอย่างของคนพุทธ คนคริสต์ คนอิสลามนั่นแหละ เสียงร้องเสียงสวดก็ให้ความรู้สึกไม่ต่างกันสักเท่าไหร่หรอก นี่พูดกันตรงๆ คือนั่งฟังได้ แต่ถ้าให้เลือก ขอลุกหนีดีกว่า อย่างที่กล่าวมาข้างต้น

ว่าหนังใส่สัญลักษณ์มากมายเกี่ยวกับลัทธิหรือความเชื่อของคนพื้นเพยุโรปที่หากไม่ได้ศึกษาหรือทำการบ้านไปก่อนเข้าโรง เราจะไม่ได้อินเนอร์กับมันเท่ากับคนที่ได้อ่านไปแล้ว ดังนั้นขอยืมแรงมิตรสหายที่เขียนถึงสัญลักษณ์ต่างๆในหนังเอาไว้มาเผยแพร่ เพื่อที่ว่าใครอยากลองของก็จะได้ทำการบ้านกันก่อนเข้าโรง

ดูหนังสด

จะอย่างไรก็แล้วแต่ สำหรับตั๋วร้อนแล้ว หนังถือเป็นความทรมานบันเทิงอย่างเลี่ยงไม่ได้ และจะไม่โกหกตัวเองด้วยว่าชอบมันเหลือเกิน เพราะผลลัพธ์ที่ได้คือมันไม่ได้สนุก และไม่ได้อินเท่ากับหนังที่มีเส้นเรื่องคล้ายๆกันอย่าง The Wicker Man / Get out หรือ Apostle อะไรแนวๆนี้ที่ยืน อยู่บนพื้นฐานของหนังสนุก 

และทำให้รู้ว่า อารี แอสเตอร์ ผู้กำกับแม่งฝักใฝ่ในลัทธิเหี้ยๆ แม่งบ้าการบูชายัญของจริงตั้งแต่เรื่องที่แล้วละ เรื่องย่อ Midsommar 2019 “ดานี” และ “คริสเตียน” คู่รักที่เดินทางมายังประเทศสวีเดนตามคำชักชวนของเพื่อนร่วมมหา’ลัย ที่นั่นพวกเขาและเพื่อนๆ วางแผนที่จะไปเที่ยวเทศกาลเฉลิมฉลองฤดูร้อน

ในหมู่บ้านที่อยู่ห่างไกลและร้างไร้ผู้คน เว็บสตรีมหนัง เทศกาลนี้จะจัดขึ้นเพียง 1 ครั้งในรอบ 90 ปี เป็นเวลา 9 วัน และเป็น 9 วันที่พระอาทิตย์ไม่เคยตกดิน แต่ยิ่งพวกเขาคลุกคลีอยู่กับดินแดนที่เหมือนจะสดใสแห่งนี้เท่าไร ก็ยิ่งค้นพบเรื่องราวสุดแปลกประหลาด และชวนขนหัวลุกขึ้นเรื่อยๆ และกว่าจะรู้ตัวก็แทบจะสายเกินไป…

“Midsommar” เป็นผลงานการกำกับเรื่องที่ 2 ของ “แอรี แอสเตอร์” ผู้กำกับ “Hereditary กรรมพันธุ์สยอง” หนังสยองขวัญครอบครัวสุดหลอนที่เข้าฉายเมื่อปี 2018 และได้รับคำชมมหาศาล ติดอันดับหนังยอดเยี่ยมแห่งปีจากหลายสำนัก หนังได้นักแสดงดาวรุ่งหลายคนมารับบทนำ ไม่ว่าจะเป็น “ฟลอเรนซ์ พิวจ์”

จาก “Fighting with My Family (2019), “วิล โพลเทอร์” จาก “The Maze Runner” (2014) และ “แจ็ก เรย์เนอร์” จาก “Transformers: Age of Extinction” (2014) หนึ่งในฉากสำคัญของ “Midsommar” ที่ปรากฏในตัวอย่างคือ ฉากรับประทานอาหารมื้อสุดท้าย (The Last Supper) “แจ็ก เรย์เนอร์”

ผู้รับบทเป็น “คริสเตียน” กล่าวถึงตัวละครชาวบ้านผู้เข้าร่วมพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ในหนังเรื่องนี้เอาไว้ว่า “คนพวกนี้โคตรน่าขนลุกสุดๆ และคนดูจะต้องเอาใจช่วยพวกเราไปตลอดทั้งเรื่องแน่ๆ”

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น