Forrest Gump ภาค 2

Forrest Gump ภาค 2 เกือบได้ถูกสร้าง บทได้ถูกเขียนเสร็จแล้ว

เชื่อหรือไม่ว่ามีการเตรียมงานสร้าง Forrest Gump ภาค 2 ขึ้นในปี 2001 ซึ่ง อีริค โรธ คนเขียนบทจากภาคแรกได้สานต่องานของเขาจนเสร็จ พร้อมกับทีมงานเดิมครบเซ็ต ทว่าบทร่างแรกเสร็จสิ้นในวันที่ 10 กันยายน ปี 2001 จนกระทั่งในวันต่อมาก็เกิดเหตุการณ์ 9/11 พวกเขาจึงระงับการสร้าง

ดูหนัง HD

เหตุเพราะในบทหนัง Forrest Gump ภาค 2 นั้นมีเหตุการณ์ก่อการร้ายขึ้นเช่นกัน หนังภาค 2 จะพูดถึงช่วงเวลาชีวิตหลังจากที่ เจนนี่ หญิงอันเป็นที่รักของกัมพ์เสียชีวิตด้วยโรคเอดส์ ชีวิตเขาได้ดำเนินต่อไปในฐานะคนดังของโลก พร้อมๆกับลูกชายที่ติดเชื้อเอดส์จากแม่ หนังจะเล่าถึงชีวิตของเด็กเป็นเอดส์ที่จะรับบทโดย ดูหนัง HD ฮาร์ลีย์ โจเอล ออสเมนต์ เขาต้องเผชิญหน้ากับปัญหาต่างๆในโรงเรียน ซึ่งเขามักถูกรังเกียจและรังแกจากเพื่อนๆ มันเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและน่าเศร้าจริงๆ ส่วนชีวิตของ ฟอร์เรสต์ กัมพ์ นั้นเขาจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ต่างๆและบุคคลในประวัติศาสตร์เช่นเดิม อาทิ โอเจ.ซิมป์สัน อดีตนักอเมริกันฟุตบอลผู้อื้อฉาว รวมไปจนถึงการที่กัมพ์หัดเต้นบอลรูมจนเก่งและได้รับเกียรติเต้นคู่กับเจ้าหญิงไดอาน่าในงานการกุศล ก่อนที่พระองค์จะสิ้นพระชนม์ มันจะไม่ใช่หนังที่เล่าเรื่องประวัติศาสตร์แค่ชาติอเมริกา แต่จะพูดถึงเรื่องระดับโลก กัมพ์ได้พบรักใหม่กับหญิงชนพื้นเมือง แต่ทว่าเขาจะต้องสูญเสียคนรักคนที่สองต่อจากเจนนี่ไปจากเหตุการณ์ก่อวินาศกรรม ซึ่งบทหนังถูกเขียนเสร็จสมบูรณ์ในวันที่ 10 กันยายน ปี 2001 ก่อน หนังออนไลน์ เหตุการณ์ร้าย 9/11 แค่หนึ่งวัน ทำให้ อีริค โรธ คนเขียนบท ประชุมเครียดกับ โรเบิร์ต เซเมคคิส ผู้กำกับฯ ก่อนที่พวกเขาจะตกลงว่าจะไม่สร้างหนังเรื่องนี้แน่นอน เพราะตามเนื้อเรื่อง เหตุการณ์พากัมพ์ไปเผชิญหน้ากับคนในประวัติศาสตร์หลายๆคน และยังมีฉากก่อวินาศกรรมในตอนท้ายของหนังอีกโดยอ้างอิงจากเหตุการณ์ระเบิดในโอกลาโฮม่า ปี 1995 ซึ่งเป็นคดีสะเทือนขวัญที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์อเมริกา จะว่าไปก็น่าเสียดายที่เราอดเห็นชีวิตต่อมาของกัมพ์สองพ่อลูกจริงๆ

ตอนนี้ทางบอลลีวู้ดได้ซื้อลิขสิทธิ์ไปรีเมคใหม่โดยให้ อาร์เมีย ข่าน รับบทเดียวกับ ทอม แฮงคส์ ซึ่งหนังจะเอาประวัติศาสตร์ชาติอินเดียมายำในสไตล์เดียวกับที่หนังต้นฉบับยำรวมประวัติศาสตร์ชาติอเมริกาให้เราได้ดู

ล่องจุ๊น ขอหมอนใบนั้นที่เธอฝันยามหนุน

เพลง พรุ่งนี้ ของปุ๊กกี้ ทำให้บทแตงกวาในหนังสมบูรณ์ขึ้น

ศิลปิน RS ถ้าไม่แน่จริงนี่ไม่ได้ร้องเพลงประกอบหนังนะ ปุ๊กกี้ ปริศนา พรายแสง คือหนึ่งในนักร้องที่ไม่ได้ร่วมแสดงหนังค่าย RS แต่ได้ร้องเพลงประกอบ ล่องจุ๊น ขอหมอนใบนั้นที่เธอฝันยามหนุน เพราะโดยปรกติต้องทั้งเล่นและร้อง แต่ช่วงพีคๆ ปุ๊กกี้ ได้ร้องเพลง พรุ่งนี้ เวอร์ชั่นผู้หญิง ซึ่งเวอร์ชั่นผู้ชาย

ดูหนัง HD

คือเสียงของ พี่เป้ ไฮร็อค เวอร์ชั่นปุ๊กกี้นั้นเป็นตัวแทนของ แตงกวา นางเอกของเรื่องที่คอยให้กำลังใจ ไอ้จุ๊น (เต๋า สมชาย) ผ่านทางดีเจวิทยุ ล่องจุ๊น เป็นหนัง RS.FILM ยุคที่ยังรุ่งเรืองอยู่ ที่ประสบความสำเร็จควบคู่ไปกับหนังคืออัลบั้มเพลงประกอบนี่แหละ มันทำให้พี่เป้ ไฮร็อค กลับมาดังได้ในช่วงหนึ่งหลังจากกระแสตก ดูหนัง HD เพลงพรุ่งนี้ ถือว่าเพราะทั้งสองเวอร์ชั่น เพราะของพี่เป้เป็นบัลลาดร็อคบาดลึก ส่วนเวอร์ชั่นปุ๊กกี้จะเป็นป๊อปให้กำลังใจเก๋ๆ ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วเห็นปุ๊กกี้ในฐานะนักร้องเพลงแดนซ์เจ้าของเพลงฮิต Sha lala lala หรือจะร้องเพลงช้าก็ตาม ก็รู้สึกเฉยๆไม่ได้ชื่นชอบอะไรมาก แต่จะมาชอบมาอินก็ตอนเธอร้องเพลง พรุ่งนี้ นี่แหละ เสียงร้องเหมาะกับนางเอกอย่าง ตุ๊กตา อุบลวรรณ ในบทแตงกวามากๆ เพลงพรุ่งนี้ ของปุ๊กกี้ทำให้บทแตงกวาในหนังสมบูรณ์ขึ้น เชื่อไหมว่า RS คือค่ายที่เก่งกาจในเรื่องปั้นศิลปินมากๆ คือสามารถเอาคนร้องเพลงค่อนไปทางที่ไม่ดีมาปั้นจนดังได้ อย่างเช่นพี่เต๋าเนี่ย ให้แกร้องเพลงคนอื่นก็ทะแม่งๆ แต่พอร้องเพลงแกเองแล้วใครก็แทนไม่ได้ ให้คนอื่นมาร้องเพลงโลกทั้งใบแม่งก็ไม่อินเท่าพี่เต๋าร้องเอง แล้วนักร้องแนวๆนี้ใน RS มีเยอะมาก ลิฟต์ ออย บอยสเก๊าต์ เสียงพี่ต๊ะนี่ถ้ามึงเป็นเจ้าของค่ายมึงจะเซ็นต์ให้แกเป็นนักร้องไหม แต่พอเอามาร้องเพลงที่ทำให้แกโดยเฉพาะ เสือกดีเว้ย ดังเหี้ยๆ แล้วดังกว่าอีกสองคน พี่ดิ๊บ พี่โจ ที่เสียงปรกติอีกนะ เจ๊นุ๊ก ก็ไม่ใช่คนที่ร้องเพลงดี แค่ร้องเพลงได้ แต่อย่างที่เห็นคือดัง ปุ๊กกี้เองก็เช่นกัน คือทีมทำเพลงของ RS ยุคนั้นเก่งมาก มากจริงๆที่ปั้นศิลปินด้วยความเข้าใจและดึงเอกลักษณ์ของเสียงที่ไม่น่าจะปั้นได้ มาปั้นจนดัง อันนี้ยอมเลย แถมยังทำหนังกันดีมากๆด้วย ในยุคแรกๆนี่ไล่ดูเอาเลย ดูหนัง HD หนัง RS คุณภาพคับจอทั้งนั้น ปุ๊กกี้โด่งดังได้ตั้งแต่ยังเด็ก อายุ 16 ปีเธอก็ขึ้นมาเป็นเบอร์ต้นของ RS แล้ว แต่น่าจะขาดการดูแลเรื่องจัดการกับความโด่งดังของตัวเองเพราะเธอยังเด็ก จริงๆทางค่ายต้องซีเรียสให้จงหนักในเรื่องดูแลศิลปิน โดยเฉพาะศิลปินที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ไม่ใช่แค่บ้านเรา ดาราฝรั่งหลายๆคนก็ถูกความโด่งดังพรากเอาวัยเด็กที่ควรจะมีไป อย่างเช่น แมคคัลเลย์ คัลกินส์ แห่ง Home alone หรือ ลินเซ่ย์ โลฮาน นี่ยังไม่รวมไปถึงแม้กระทั่ง ไมเคิล แจ็คสัน เองก็ตามที่เติบโตมากับความโด่งดัง โดยที่คนรอบข้างเอาแต่กอบโกยเงินทอง แต่ไม่ได้ดูแลในเรื่องของจิตใจให้ดีพอ ติดยาเป็นบ้าไปก็มี อย่างเช่น เจค ลอยด์ คนเล่นเป็น อนาคิน ตอนเด็กๆใน Star war ช่วงนี้ปุ๊กกี้โดนจับยาเสพติด หนังถ่ายทอดสด เห็นแล้วก็นึกสงสาร บางสื่อถึงกับขุดลูกเธอขึ้นมาให้ชาวเน็ตรุมทึ้ง ไม่ได้คิดว่าสิ่งที่ปุ๊กกี้ทำมันไม่ผิด มันผิดเต็มๆอยู่แล้ว ไม่ได้มาสรรเสริญ แค่มาบอกกล่าวในฐานะแฟนเพลง ซึ่งตัวกูเองก็ไม่ได้ดีเด่ไปกว่าปุ๊กกี้หรือใครเลย เคยใช้ยามาเหมือนกัน ฉี่ก็ม่วงไม่ให้ห่วงได้ไง ถุย!! แต่บอกตามตรงงานนี้ลูกๆเธอไม่เกี่ยวข้องก็อย่าไปเล่นลูกๆเธอเลย ขอจดจำเธอไว้ในฐานะอดีตศิลปินที่เราชื่นชอบแค่นั้น อย่างน้อยเธอก็เคยร้องเพลงที่เป็นเพลงให้กำลังใจที่ดีที่สุด

เพลงหนึ่งของ RS และเป็นคนที่พังเพราะควบคุมความโด่งดังก่อนวัยอันควรไม่ได้ อันนี้อยากให้ซีเรียสกันอีกนิดสำหรับคนที่กำลังดูแลนักร้องนักแสดงเด็กหรือวัยรุ่นที่กำลังโด่งดัง

Teenage Mutant Ninja Turtles เต่านินจา 1990

หนังที่โดนสตูฮอลลีวู้ดโบกมือไล่ แต่ได้ทุนสร้าง ฮ่องกง-ฝรั่ง และร้านพิซซ่า จนได้สร้างหนัง

รู้ไหมว่า Teenage Mutant Ninja Turtles หรือ ขบวนการมุดดินนินจาเต่า ปี 1990 ไม่ได้ถูกสร้างโดยฮอลลีวู้ดแต่ฝั่งเดียว แต่เป็นผลงานสร้างของ Golden Harvest ของฮ่องกง ค่ายที่มีสัญลักษณ์สี่เหลี่ยม กับดนตรีประกอบไตเติ้ลที่คุ้นเคยที่เราเห็นในหนังเฉินหลง หนังโจวเหวินฟะ เรื่องต่างๆนั่นแหละ ตามนี้ 

ดูหนัง

เดิมทีหนังแทบไม่มีทุนสร้างเลย สตีฟ บาร์รอน ผู้กำกับ และโปรดิวเซอร์ได้นำโปรเจ็คไปเสนอค่ายๆต่างๆอย่าง Walt Disney Pictures , Columbia Pictures , MGM / UA , Orion Pictures และ Paramount ล้วนถูกปฏิเสธ เพราะโปรเจ็คไม่ขาย การเอาเกมตู้มาขึ้นจอใหญ่คือสิ่งที่ฮอลลีวู้ดขยาด จนกระทั่งสตีฟ บารอน หอบเอาโปรเจ็คข้ามน้ำข้ามทะเลไปตามตื๊อ เรมอนด์ โจว นายใหญ่ของ Golden Harvest ถึงฮ่องกง เพราะไม่มีที่ไหนแล้วจริงๆ ที่ยอมสร้าง แต่ถึงกระนั้นก็ใช้เวลาอยู่หลายเดือนกว่าจะได้ทุนสร้าง(ที่น้อยนิด แค่ 2 ล้านเหรียญ) ก็แหงล่ะ โปรเจ็คมันดูตลก ดูหนัง เต่าชุดยางปลอมๆไม่สมจริงจะสามารถทำเงินได้ยังไง เงินทุน 2 ล้าน กับใจล้วนๆของทีมงาน แม้กระทั่งก่อนถ่ายทำ 10 วันยังไม่มีเงินหมุนเลย แต่ยังไงซะโปรเจ็คก็ต้องเดินต่อ มันเกือบจะกลายเป็นหนังคัลท์ง่อยๆไปแล้ว จนการเข้ามาของ New Line Cinema ค่ายหนังอิสระเล็กๆที่ตอนนั้นกำลังก่อร่างสร้างค่าย ซึ่งเอาเข้าจริงๆNew Line เองก็มองไม่ค่อยออกหรอกว่าหนังมันจะออกมาเป็นแบบไหน จึงอนุมัติทุนสมทบอีกราว 6 ล้านเหรียญ ถือว่าจ่ายค่าสร้างหนังตลกเรื่องหนึ่ง จากนั้นทีมงานก็ไปเจรจากับทาง Golden Harvest อีกรอบ บอกว่ามีทุนเพิ่มขึ้นมาแล้ว ขอเงินสมทบอีกนิดสิ เมื่อเห็นเงินทุนเพิ่มขึ้น โปรเจ็คเริ่มดูดี เรมอนด์ โจว นายใหญ่ Golden Harvest จึงควักเพิ่มไปอีกจำนวนหนึ่ง จากนั้นทีมงานก็เดินไปขอสมทบจาก Pizza hut และ Domino pizza จนได้เงินมาราว 13.5 ล้านเหรียญ พร้อมเปิดกล้อง เชื่อไหมว่าทีมงานตอนนั้นต่างล้มละลายไปตามๆกัน ถ่ายทำกันแบบอดๆอยากๆเพื่อให้งานออกมาดีที่สุด พวกงานสตั๊นท์ตีต่อยก็เป็นสตั๊นท์ฮ่องกงเสียส่วนใหญ่ Pizza hut นี่ก็ใจถึงพึ่งได้มากๆ ให้เงินทุนทั้งๆที่ในหนังพวกเต่ามันแดกกันแต่ ดูหนัง Domino pizza ทั้งเรื่อง แต่ข้อตกลงคือทาง Pizza hut ขอแค่เอาเต่ามาทำลายบนกล่องพิซซ่า แล้วก็ทำคูปองส่วนลดทำการตลาดนั่นนี่ การเอาเต่ามาทำลายนั้นไม่ได้หมายถึงเอาเต่ามาทำลายนะ แต่หมายถึงเอาเต่ามาทำลายน่ะเข้าใจไหม จากหนังที่ไม่มีคนสนใจ เพราะหน้าหนังที่ไปนำเสนอค่ายใหญ่มันดูกิ๊กก๊อกเกินไป เต่าชุดยางกับทีมงานฮ่องกงส่วนใหญ่ และหนังสร้างจากการ์ตูนหรือเกมยังเป็นของแสลงของฮอลลีวู้ด ยกตัวอย่างเช่น Masters of the Universe ที่เพิ่งเจ๊งบ๊งไปก่อนหน้านี้ จึงไม่มีใครกล้าเสี่ยงลงทุน ปรากฏว่าหนังทุน 13 ล้านเหรียญ ที่มีหน้าหนังกิ๊กก๊อกเรื่องนี้ ฟาดรายได้ทั่วโลกไปกว่า 202 ล้านเหรียญ หักปากกาเซียน สร้างความร่ำรวยฟ้าผ่าให้ผู้สร้างตามๆกัน จนกระทั่งมีการเข็นภาคต่อออกมาอีก 2 ภาค แต่ก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จเท่าภาคแรก เพราะไม่ใช่ทีมสร้างทีมเดิมที่สร้างหนังเรื่องนี้ขึ้นมาจากใจที่รักจริงๆ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วหนังเรื่องนี้มันได้กลายเป็นวัฒนธรรมป๊อปคัลเจอร์ในต้นยุค 90 ไปแล้ว แม้แต่ฉบับใหม่ที่มีเทคนิคCGIล้นๆก็ไม่สามารถเทียบได้ หากใครเอาหนังเรื่องนี้กลับมาดูแล้วเห็นเพลงขึ้นต้นเป็นของ Golden Harvest แต่โลโก้กลับเป็น โปรแกรมหนัง ของ New Line Cinema ก็อย่าแปลกใจนึกว่าเป็นหนังเฉินหลง เพราะสองค่ายเขาตกลงกันไว้ว่าเอาแบบนี้ ต่อมา New Line Cinema ได้ถูก Warner ซื้อไปเป็นค่ายลูกหม้อ ทำหนังทุนน้อยให้ได้กำไรงาม เคยมีคนถามว่าสรุปชื่อไทยของ Teenage Mutant Ninja Turtles มันควรจะเป็น เต่านินจา หรือ นินจาเต่า กูจะจำแนกให้ฟังดังนี้ เต่านินจา = เต่าที่แม่งเป็นนินจา ซึ่งมันก็คือเต่านี่แหละ ไม่ได้กลายพันธุ์ส้นตีนอะไรหรอก แค่จับเต่าสักตัวมาแต่งเป็นนินจา มึงก็จะได้เต่านินจาแล้ว

นินจาเต่า = อันนี้ค่อยเข้าทีหน่อย มันคือนินจาที่เก่งกาจ แต่มันมีรูปร่างหน้าตาเป็นเต่า ซึ่งก็แน่นอน อันนี้แหละถูกต้องแล้ว เพราะชื่อไทยดั้งเดิมมันใช้คำว่า ขบวนการมุดดิน นินจาเต่า นั้นเองแหละครับ

อนาคอนด้า Anaconda (1997)

งูน่ารักโดนปรักปรำ หนังขี้โม้ที่ยังตราตรึงใจ

ประสบการณ์การดูหนัง Anaconda ครั้งแรกของกูเลวร้ายมาก ไม่ใช่หนังมันเหี้ยนะ นี่คือหนังเขย่าขวัญที่เจ๋งที่สุด น่าขนลุกขนพองที่สุด และลุ้นที่สุดสำหรับกูในวัยเด็กเลย แบบเอามาดูทุกวันนี้ก็ยังสนุกและน่าสะพรึงกลัวอยู่ ทีวีจอ 19 นิ้ว ไอ้สัสบ้านกูนี่จนเหี้ยๆ แต่จำได้ว่าเช่าม้วนVDO เรื่องนี้มาดูแบบไม่รู้ห่าอะไรเกี่ยวกับมันเลย

ดูหนัง

รู้แค่มันเป็นหนังงูกินคน จอทีวีก็เล็กๆ ลำโพงก็อู้อี้ๆ ก็ลำโพงจากทีวี Singer ห่วยๆนั่นแหละ ผ่อนสามชั่วโคตร ทุกวันนี้ยังดูได้อยู่เลย ทนทานเหลือเกิน ที่ยี่ห้อนี้ล้มหายตายจากเราไปเพราะแม่งเป็นทีวีที่สมาคมช่างซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าแห่งประเทศไทยลงความเห็นว่าต้องบอยค็อตมันซะก่อนที่พวกเราจะตกงานกัน ก็แม่งไม่เคยเอามาซ่อมกันเลย รายได้หดหายเพราะแม่งทนทายาทมาก วกกลับมาเรื่องAnacondaกันต่อนะสัส เดี๋ยวจะหาว่ากูโฆษณาขายเครื่องใช้ไฟฟ้า ก็อย่างที่บอกนั่นแหละกูดูจากจอ 19 นิ้ว ดูหนัง ลำโพงห่วยๆ แต่ความน่าสะพรึงกลัวและความสนุกนี่เอาง่ายๆ ระบบ Imax ที่ว่าแจ่มๆ กับหนังเทคนิคเจ๋งๆสักเรื่องในยุคนี้ยังอาย ยังพูดกับตัวเองอยู่เลยว่าถ้ากูได้ดูโรงใหญ่กูคงหัวใจวายตายห่าไปแล้ว ปรกติเป็นคนกลัวงูอย่างบ้าคลั่ง เจอหนังเรื่องนี้เข้าไปหนักเลย ไอ้ฉากที่ตัวละครของ จอน วอยห์ อวดเก่งพาพวกนางเอกจับงูนี่รุนแรงระดับที่ว่าอีกนิดนึงกูจะร้องไห้แล้ว เย็ดเข้! กูลุ้นจนนั่งไม่ติดกลัวงูจะหลุดมาแดกพวกมันตายตกตามกัน กับฉากที่มีใครสักคนลงน้ำ(ซึ่งมีหลายฉากมาก) หนังแม่งก็บิ๊วด์เหลือเกิน อีกอย่างที่ขาดไม่ได้คือ นมนางเอก ตอนนั้นไม่รู้จัก เจนนิเฟอร์ โลเปซ เลย รู้แต่ว่านมใหญ่ใส่เสื้อกล้ามทั้งเรื่อง มึงคิดเอาละกันตอนนั้นกูเป็นแค่เด็ก ม.1 หมอยกำลังขึ้น หัวนมเพิ่งแตกพาน และเพิ่งหัดชักว่าว อีเจนนิเฟอร์ก็เสร็จกูสิจะเหลือเหรอ อนาคอนด้าน้อยของกูผงาดทุกครั้งที่เธอปรากฏบนจอ ภาวนาให้ถึงเวลากลางคืนที่คนในบ้านนอนหลับกันหมดเร็วๆ จะได้ปิดไฟมืดๆสำเร็จกิจกามด้วยมืออย่างสุขสมอารมณ์หมาย อ๊าห์….อีเสื้อกล้ามนมใหญ่เสร็จกูแน่มึง ไอ้ตอนฉากอีเจนโผล่น่ะไม่เท่าไหร่ แต่พอมันตัดภาพไปอีกซีนที่มีงูโผล่มา เย็ดแม่! ชักๆอยู่ถึงกับหำหดหมดอารมณ์ ต้องลำบากอีจุ๋มเพื่อนกูสมัยนั้นอีกตามเคย เฮ้อ แต่เปล่านะ ไม่ใช่ว่าให้อีจุ๋มมันมาเด้ากับกูนะ คือเวลากูจะมโนภาพใครสักคนเวลาว่าวนี่ อีจุ๋ม คือคนแรกที่กูจะนึกถึงมัน เวลาหมดอารมณ์กับอะไรมา อีจุ๋ม แม่งต้องรับเคราะห์กรรมทุกที โดยที่ตัวมันเองก็ยังไม่รู้ตัวว่ากูแอบมโนถึงมันตอนชักว่าว ที่เล่ามาทั้งหมดนี่ก็แค่อยากจะบอกว่า ดูหนัง Anaconda คือหนังเขย่าขวัญในดวงใจของกูเรื่องหนึ่งเลย ไม่รู้ว่าโดนด่าได้ไงเรื่องนี้ สงสัยแม่งแต่งเรื่องให้น่ากลัวเกินงามทั้งๆที่งูพันธุ์ห่านี่เชื่องช้าอย่างกะงูแมวเซา แต่พูดก็พูดเหอะ ถึงมันจะโดนด่าโดนวิจารณ์ว่าห่วยขนาดไหน มันก็คือหนึ่งในหนังเขย่าขวัญที่สนุกที่สุดเลยก็ว่าวได้ รู้ไหมว่า Anaconda นั้นถือว่าเป็นหนังสนุกที่โดนถล่มจากนักวิจารณ์จนย่อยยับ ผู้เกี่ยวข้องในหนังล้วนชีวิตในวงการพังพินาศไปตามๆกัน ยกเว้นดารานำที่พากันโด่งดังกันเกือบหมด แต่ไอ้พวกผู้สร้าง หรือมือเขียนบทนั้นแทบจะไม่เหลืองานให้ทำในช่วงเวลาที่เหลือ ทั้งที่บางคนเป็น เว็บดูหนัง มือดีที่เคยถึงขนาดร่วมเขียนบทในหนังดังอย่าง Top gun ผลพวงมาจากการที่หนังพยายามท้าทายนักสัตววิทยา ซึ่งพวกเขาได้พยายามบิดเบือนข้อมูลเกี่ยวกับงูชนิดนี้ไปอย่างมาก ทั้งที่งูชนิดนี้มีความเชื่องช้า รักสงบ และมันคือเทพเจ้าของคนแถบอเมซอน การนำเสนอความดุร้าย ว่องไว และ การขย้อนอาหาร ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องไร้สาระทั้งเพ จนคนพื้นที่ออกมาจวก เพราะไม่มีใครกล้าที่จะไปท่องเที่ยวแถบนั้นอีกหลังจากดูหนัง ” งั้นคุณก็คงไม่กล้าไปเที่ยวญี่ปุ่นกันน่ะสิ เพราะมันมีไอ้กิ้งก่ายักษ์อาละวาดไล่พังตึกตั้งหลายภาค ” เลียวนาร์ด ราบิโนวิทซ์ มหาเศรษฐีผู้เป็นโต้โผใหญ่สร้างหนังเรื่องนี้ออกมาค่อนแคะนักวิจารณ์และนักสัตววิทยา ที่พากันด่าหนังของเขาสาดเสียเทเสีย แถมยังพากันเอาข้อมูลของงูชนิดนี้ออกมาแจกแจงให้ประชาชนได้เข้าใจว่ามันไม่ได้ไล่งับคนเหมือนในหนังเรื่องนี้แต่อย่างใด เวอร์น่า ฮาร์ร่าห์ อีกหนึ่งโปรดิวเซอร์ยังยืนยันว่าหนังเรื่อง Anaconda คือหนังจำพวกเดียวกับ Godzilla หรือ King Kong ทำไมพากันซีเรียสกันนัก แต่คนพื้นที่แถบๆลุ่มน้ำอเมซอนไม่เห็นด้วยกับการสร้างหนังบ้าๆไร้ยางอายออกมาเช่นนี้ ถึงกระนั้น เวอร์น่า ก็ยังดื้อเข็นภาคสองออกมาอยู่ดีในชื่อ Anacondas: The Hunt for the Blood Orchid เพราะหนังภาคแรกถือว่าเป็นหนังที่ได้กำไรงามพอสมควร แต่สำหรับภาคสอง หนังทำรายได้ไม่ถึงร้อยล้าน(ราว70ล้านทั่วโลก)

อนึ่งก่อนจะเป็น เจนนิเฟอร์โลเปซ บทนี้เคยวางตัวให้กิลเลี่ยนแอนเดอร์สัน จาก The X-file และบทพรานใจโฉดของ จอห์นว้อยต์ ก็วางตัว ฌองรีโน่ ในบทนำ ในเรื่องนั้นนะเองแหละครับ

007 คือบทที่เป็นทั้งบ่วงบาศและขุมทรัพย์

ดาราเจ้าบทบาท ยอดนักขาย ผู้ฟันค่าโฆษณาปีละหลายล้าน

เชื่อไหมว่าหากวงการฟุตบอลมี เดวิด เบ็คแฮม ที่ยังคงหากินกับการเป็นพรีเซ็นเตอร์นั่นนี่เกี่ยวกับกีฬาได้อยู่ หรือ อเมริกันเกมส์ก็มี ไมเคิล จอร์แดน ที่หยิบจับอะไรมาใช้สอยก็เป็นเงินเป็นทองไปเสียหมด ในวงการบันเทิงนั้นก็มี เพียซ บรอสแนน นี่แหละที่เรียกได้ว่าเป็นคิงแห่งการโฆษณาเบอร์ต้นๆของโลก

ดูหนังสด

แม้ผลงานด้านการแสดงจะไม่พีคเท่าตอนที่เขาเป็น 007 แต่ทว่าควบคู่ไปกับการเป็นดาราเจ้าบทบาท ก็คือการเป็นจ้าวแห่งการเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณานี่แหละ ใครล่ะจะไม่อยากได้เขาไปสวมใส่นาฬิกาให้เพื่อล่อให้ชายวัยทำงานแห่ไปซื้อมาสวมใส่กันตาม เพียซ บรอสแนน ใครล่ะจะไม่อยากได้พรีเซ็นเตอร์ผู้ที่ยิ่งแก่ยิ่งเท่ ดูหนังสด 007 ยุค เพียซ บรอสแนน คือหนังที่เป็นจ้าวแห่งการไทอินสินค้าแบบเน้นๆหนักๆเนียนๆ ไม่ว่าจะเป็น เหล้าที่บอนด์แดก สูทที่บอนด์ใส่ มือถือ รถยนต์ ฯลฯ นี่ถ้าบอนด์ใส่ถุงยางยี่ห้ออะไรมันเปิดเผยได้ มันเอามาขายของกันไปแล้ว แต่ทว่าเจมส์ บอนด์ น่าจะเป็นชายชาตรีผู้พิสมัยในการเสียบสดมากกว่า เราจึงไม่เคยเห็นฉากบอนด์ฉีกถุงยางเลยทั้งที่มึงควรจะมี แต่ถือว่าเป็นยุคที่ไทอินได้อย่างเนียนๆยั่วน้ำลายผู้มีอันจะแดกให้วิ่งไปหาซื้อสินค้าที่ไอ้บอนด์ใช้มาครอบครอง เทียบกับสมัยนี้นี่ถ้าพระเอกเน้นอะไรในหนังก็จะรู้ในทันทีว่าเออ มึงขายของอยู่นะสัส อย่างเช่นถลกแขนเสื้อโชว์นาฬิกาก่อนยิงผู้ร้าย ยิงปืนกระสุนเจาะทะลุขวดน้ำยี่ห้อหนึ่ง ก่อนจะเจาะกบาลผู้ร้าย รู้ร้ายล้มลงหัวฟาดกับซิ้งค์ล้างจานที่มีน้ำยาล้างจานยี่ห้อหนึ่งตั้งอยู่ ภาพตัดกลับไปที่พระเอก พระเอกหยิบมือถือยี่ห้อหนึ่งขึ้นมาโทร (โชว์นาฬิกาที่แขนอีกรอบ แสดงว่าจ่ายหนักแน่ๆ) เมื่อกดโทรออก ปลายสายที่รับคือไอ้ตัวบอสใหญ่กำลังจิบเบียร์ยี่ห้อดังอยู่ มันบอกพระเอกว่า นัดเจรจากันที่ร้านอาหารชื่อดังร้านหนึ่ง บลาๆๆ คือเพียงแค่ฉากสองฉากมึงไทอินสินค้าไปเกือบสิบตัว ดูหนังผ่านเน็ต ในหนัง 007 ภาค Tomorrow Never Dies นั้น รถยนต์ BMW 750iL ถูกดัดแปลงใส่พวงมาลัยรถอีกอันไปที่เบาะหลัง แล้วมีจอมอร์นิเตอร์ให้คนขับดู และต้องเอนตัวขับ เพื่อที่ว่าจะได้ดูเหมือนรถที่ไม่มีคนขับก็สามารถวิ่งได้ เป็นรถบังคับด้วยมือถือ Ericsson รุ่น JB988 ที่คิวสร้างให้บอนด์ใช้ ตอนหนังเข้าฉายมันได้เป็นที่ฮือฮามาก คนดูนึกว่า BMW สามารถสร้างรถแบบนี้ได้จริงๆ มีมหาเศรษฐีจับจองอยากได้รถรุ่นนี้เป็นจำนวนมาก พ่วงมือถือเข้าไปด้วย แต่ก็ต้องผิดหวัง เพราะมีแต่รุ่นธรรมดาใช้คนขับ ไม่มีรีหม่ง รีโมตมือถือที่ไหน ก็แหงล่ะในยุคนั้นเทคโนโลยียังไม่ล้ำหน้าถึงขนาดทำรถบังคับด้วยรีโมตได้ ถึงกระนั้นยอดขายทั้งรถทั้งมือถือก็พุ่งไม่หยุดฉุดไม่อยู่ เป็นเพราะคนอยากขับขี่แล้วเท่แบบ เพียซ บรอสแนน หรือ 007 สายลับที่ไม่ค่อยทำตัวลึกลับเท่าไหร่ แต่ในปัจจุบันรถบังคับรีโมตเป็นอะไรที่ดูจะธรรมดาไปเสียแล้ว

เพราะเทคโนโลยียุคนี้ แทบจะบังคับรถให้วิ่งได้ ด้วยกระแสจิตกันละ มอร์ไซค์ BMW R1200C ที่ทีมงานขนมาสแตนบายไว้ 7 คัน เพื่อถ่ายทำในไทยตอนนั้น ที่เขาฮือฮากันจนเป็นที่กล่าวขานกันทั่วประเทศ

ต๋อย ไตรภพ ติดต่อมาโชว์ในรายการ ตอนนี้แม่งเห็นประกาศขายมือสองกันอยู่ในเน็ต BMW 750iL ก็ด้วย ตอนนี้ควักไม่เท่าไหร่ก็ได้มือสองมาขับเล่นขำๆ แล้วทั้งที่ยุคนั้นมันคือเรื่องที่เกินฝัน

หลังจากนั้น เพียซ บรอสแนน ในมาด 007 ก็กลายเป็นบุรุษที่เราได้เห็นแกในโฆษณาจนเอียนกันไปข้าง นาฬิกา น้ำหอม ยาปิดหงอก ยาแต่งหนวด ฯลฯ จนถึงทุกวันนี้เขาก็ยังถือเป็นพระเอกขายดีในฐานะนายแบบสินค้า แม้วัยจะเริ่มแก่แล้วก็ตาม คนมันยังดูดีมีมาดน่ะนะ เพียซ บรอสแนน เคยออกมายอมรับว่า แม้บท 007 จะทำให้เขาโด่งดัง แต่เขารู้สึกไม่ค่อยโอเคนักกับภาพลักษณ์ 007 ของเขา อึดอัดมานานแต่สลัดไม่ยักกะหลุด ถึงขนาดในสัญญาระบุว่า ตราบใดที่เขายังเป็น 007 อยู่ เขาจะไม่มีสิทธิ์สวมสูทในหนังเรื่องใดได้อีกเลย หากต้องการสวมใส่ต้องจ่ายให้สตูดิโอผู้สร้าง หนังออนไลน์ 007 เท่านั้น ขนาด The Tailor of Panama หนังที่เขารับแสดงเกี่ยวกับสายลับ ที่ไปพัวพันกับนักตัดสูทฝีมือเยี่ยมแท้ๆ เขายังได้รับอนุญาตให้สวมแค่สูททับนอก แต่ห้ามสวมเน็คไท ปัจจุบันคนยังติดภาพลักษณ์ เพียซ บรอสแนน ในมาด 007 อยู่ชนิดที่ว่าแม้แดเนียล เคร็ก จะมาแทนนานแล้ว คนก็ยังอินกับ เพียซ บรอสแนน อยู่ ไปเล่นหนังเรื่องไหนถ้าใส่สูท แกจะดูเป็น เจมส์ บอนด์ ขึ้นมาทันที ขนาดไปเล่นเป็นมนุษย์ม้าใน Percy Jackson ยังมีคนแซวว่า เดี๋ยวนี้ไม่ขับ BMW แล้ว เพราะเขามีขาเป็นม้า สามารถวิ่งได้เร็วพอๆกับรถ มันจึงสร้างความอึดอัดใจให้เขาเป็นอย่างมาก แต่ถ้าจะพูดถึงคนสวมสูทแล้วโคตรดูดี ชื่อของ เพียซ บรอสแนน ต้องมาเป็นเบอร์ต้นๆของโลก แม้จะแก่แล้วก็ตามที ดูหนังสด อีเว้นต์เกี่ยวกับ BMW ก็ยังเห็น เพียซ บรอสแนน ไปปรากฏตัวอยู่เป็นประจำ เขาเคยบอกว่า แดเนี่ยล เคร็ก เป็น เจมส์ บอนด์ ที่สมจริงมากๆ มากกว่าตัวเขาเองหลายเท่า เขาดูน่ากลัวและเป็นคนที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาสามารถฆ่าคนได้ และยังบอกอีกว่า บอนด์คนต่อไปต้องเป็น ทอม ฮาร์ดี้ เท่านั้น คือมันไม่ใช่แค่การเล่นเป็นสายลับเพื่อยิงผู้ร้ายตายไปวันๆ 007 คือตัวแทนแห่งผู้ชายต้นแบบที่ทุกคนต้องอยากเป็น และเพียซ บรอสแนน ผู้ที่ทั้งแบ่งรับแบ่งสู้ในการสลัดภาพ 007 ไม่ออก แต่ก็ถือว่ามันคือบุญบารมีเก่าที่ทำให้เขาแทบไม่ต้องทำมาหาแดกอย่างอื่นก็ร่ำรวยได้ แค่ไปสวมนาฬิกาสักเรือน เก๊กท่า หรือไปฉีดน้ำหอมซักยี่ห้อออกกล้อง ก็สบายไปทั้งชาติแล้วจริงๆ

จึงเรียกได้ว่าบท 007 เป็นทั้งบ่วงบาศและขุมเงินขุมทองให้ เพียซ บรอสแนน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้เขาจะพยายามต่อต้านมันบ้าง ก็ถือเสียว่าเขาเกิดมาเพื่อเป็น 007 ในใจแฟนๆนั่นแหละ

Manchester by the Sea (2016)

บางคนแค่คิดว่าการไม่ให้อภัยตัวเอ คือการชดใช้ที่สาสมแล้วจริงๆ

ระหว่างนั่งดูหากเป็นคนที่สังเกตอะไรต่อมิอะไรเล็กๆน้อยๆในหนัง จะพบว่าหนังใส่ฉากที่ตัวละครทำอะไรผิดพลาดเล็กๆน้อยๆในชีวิตประจำวันเข้ามาราวกับการโรยเกล็ดขนมปังให้คนดูตามเก็บ อย่างเช่น เบียร์หก ,สื่อสารกันผิดตอนออกตัวรถ, กุญแจรถหล่น ,ลืมที่จอดรถ ,แม้กระทั่งการเอาคนเจ็บขึ้นรถพยาบาล

ดูหนังสด

ก็มีความผิดพลาดเล็กๆน้อยๆเต็มไปหมด จนกูนั่งอุทานในตอนที่ดูเรื่องนี้ไปแล้วแปดรอบ เฮ้ย! เอาจริงดิ นี่หนังมันจงใจเลยนี่นา คนพวกนี้มันซุ่มซ่าม เผอเรอ น่าหงุดหงิด อาจมองว่าเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ แต่เรื่องน้อยนิดนั้นแม่งสามารถบานปลายเป็นปัญหาใหญ่ให้ใครต่อใครหรือแม้แต่ตัวเองได้เลยนะ บทสรุปของหนังมันเหมือนเราตามเก็บๆตะปูที่ใครไม่รู้ทำหล่นเต็มทางเดิน แล้วใครคนนั้นก็แย่งตะปูจากมือเราไปแล้วเอาตะปูทั้งหมดยัดใส่หน้าเรา ดูหนังสด อารมณ์ประมาณนั้นเลย ถ้าใครช่างสังเกต จะเข้าใจเลยว่า ไอ้พระเอกแม่งมองหลานชายของมันว่าเหมือนตัวเองจนเกินไป มันเลยค่อนข้างห่วงกังวล ซึ่งหนังไม่ได้สื่อสารออกมาเป็นความห่วงใยแบบเลี่ยนๆ กอดรัดกันทั้งเรื่อง แต่เป็นความห่วงในแบบ ไอ้สัส! มึงอย่าเป็นเหมือนกูให้มันมากนัก สิ่งที่มึงเป็นอาจไม่ใช่ปัญหาของมึง แต่สักวันมันจะนำพาความชิบหายมาให้ชีวิตมึงแน่นอน กูเคยเป็นมาแล้ว จนทุกวันนี้กูยังไม่อโหสิให้ตัวเองเลย ไอ้เด็กโง่ เปลี่ยนตัวเองซะก่อนจะเป็นแบบกูแน่นอนว่าหนังมาเพื่อฆ่าคนเป็นพ่อเป็นแม่ให้ตายทั้งเป็นโดยเฉพาะ เรื่องราวน่าเศร้าต่างๆก็เกิดจากที่แม่งเป็นคนประเภทเผอเรอ เป็นพวกชอบพลั้งเผลอกับเรื่องเล็กๆน้อยๆประจำเนี่ยแหละ แต่แปลกตรงที่ตัวละครบางตัวได้ก้าวผ่านความผิดพลาดในชีวิตจนมีชีวิตใหม่ไปแล้ว ชีวิตดีขึ้นเป็นล้านๆเท่ากว่าเมื่อก่อน หนังเสือกทำให้ตัวละครตัวนั้นดูค่อนข้างจุกจิก งี่เง่า น่ารำคาญมากกว่าพวกที่เรื่อยเปื่อยอย่างพระเอก เว็บสตรีมหนัง อาจเพราะเราเคยชินกับความผิดพลาดกันมากเกินไป จนนั่งมองพวกใช้ชีวิตระแวดระวังแม้แต่เรื่องขี้ปะติ๋วว่า “มึงอ่ะปัญญาอ่อน โลกสวยเกินไป ” ทั้งๆที่ตัวกูเองแหละที่เป็นฝ่ายปัญญาอ่อน ใช้ชีวิตไม่ระแวดระวัง มองความผิดพลาดเล็กๆน้อยๆว่าช่างเหอะๆ จนติดเป็นสันดาน ด้วยเหตุนี้เองพระเอกมันเลยพยายามจะปรามๆหลานมัน แต่ยิ่งปรามก็เหมือนยิ่งเห็นตัวเองมากขึ้นทุกวันๆ คนสองคนที่คล้ายๆกัน อยู่ด้วยกันก็คงบรรลัย

เห็นได้จากที่แม่งไม่เคยจะลงรอยกัน แถมชอบทำอะไรเผอเรอใส่อีกฝ่ายตลอด อยู่ด้วยกันประสาทจะกินกบาลเพิ่มหลายเท่าแน่ๆ ปัญหาที่แม่งเจอมาก็หนักหนาสาหัสจนแม่งจมสู่ห้วงเหวนรกในใจอยู่แล้ว

สำหรับตั๋วร้อนหน้ามนคนโก้แล้ว หนังเรื่องนี้แม่งเข้าทำนองคำเปรียบเปรยที่ว่า “ไม่มีใครสะดุดภูเขาลูกใหญ่แล้วล้มกันหรอก ผู้คนล้วนสะดุดก้อนหินก้อนกรวดเล็กๆแล้วล้มกันทั้งนั้น” ปัญหาเล็กๆน้อยๆ

แม่งอาจทำให้ชีวิตตนเองหรือใครต่อใครบรรลัยได้ แม้มึงจะพยายามจะลืม แต่ผู้คนรอบกายมักวนเวียนกลับมาให้มึงนึกถึงมันได้เสมอ หนังแม่งเจ็บปวดเหลือเกิน ไม่มีจุดพีคใดๆทั้งสิ้น มีแต่ความปวดร้าวใจทั้งเรื่อง ถ้านับว่าการหลั่งน้ำตาให้หนังนั้นคือจุดพีค ของหนัง นั่นแสดงว่าหนังเรื่องนี้มันพีคทั้งเรื่องเลยจริงๆ แม้กระทั่งฉาก ดูหนังสด ที่ตัวละครทำใบหน้าเรียบเฉยยังทำให้สะเทือนใจได้ ยอมประเคนคะแนน 10/10 ให้แบบไม่ลังเล หนังดราม่าที่เอามาดูบ่อยที่สุดเพื่อนั่งเก็บรายละเอียดต่างๆ ซึ่งดูจบแต่ละรอบจะได้อะไรต่อมิอะไรเพิ่มขึ้นกว่ารอบก่อนๆเสมอ อีกอย่างคือ เห็นห่ามๆเหี้ยๆแบบนี้ กูโคตรอ่อนแอกับเรื่องพ่อๆลูกๆแบบนี้เลย เป็นหนังที่นักศึกษาสาขาภาพยนตร์ควรดู เพราะบทหนังที่ดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนเสมอไป แต่ขึ้นอยู่กับว่าเราใส่ใจรายละเอียดในฉากนั้นๆ สักแค่ไหน และการแสดงที่ดีไม่จำเป็นต้องใส่พลังล้นเหลือ 

ท่าทีแบบคนซังกะตายของ เคซี่ย์ อัฟเฟลค นั้นคือศาสตร์ขั้นสูง ความเรียบๆเฉยๆไร้ชีวิตชีวาให้คนดูเชื่อว่าเจ็บปวดจริงๆมันน่าจะเป็นอะไรที่ยากพอๆกับการกลั้นหายใจแกล้งตาย ทั้งที่หัวใจยังเต้นอยู่นั่นแหละ

Gladiator แกลดดิเอเตอร์ นักรบผู้กล้าผ่าแผ่นดินทรราช

แม็กซิมัส กับ วูฟเวอร์รีน และฉากยืนคุยงบมหาศาล

ฮิวจ์ แจ็คแมน กับ รัสเซล โครว์ ถือว่าเป็นคนบ้านเดียวกัน ตามแบบฉบับเพลงของไผ่ พงศธร นั่นคือออสเตรเลีย แม้ว่ารัสเซลจะเกิดที่นิวซีแลนด์ แต่เขาก็ย้ายไปอยู่แดนจิงโจ้ตั้งแต่ 4 ขวบ ในตอนที่รัสเซลกำลังพยายามทำความเข้าใจกับบทหนัง The Insider อยู่อย่างขมักเขม่น

ดูหนังฟรี

เขาชะลอการอ่านบท Gladiator ไปก่อนแบบไม่ค่อยจะแยแสเท่าไหร่นัก เพราะเขาคิดว่า Gladiator คือหนังสงครามโบราณแฟนตาซี ไม่น่าจะถึงขนาดชิงรางวี่รางวัลอะไร ในขณะที่ The Insider นั้นเขาคิดว่าน่าจะเป็นจุดสูงสุดที่ทำให้เขาคว้าออสก้าร์ได้แน่นอน สุดท้ายกลายเป็นเขาคว้าออสก้าร์จากหนังที่ทีแรกเขาคิดว่าเป็น ดูหนังฟรี พีเรียดเอามันส์นั่นแหละ แต่รู้หรือไม่ บทแม่ทัพแม็กซิมัส นั้นมีตัวเลือกแรกคือ ฮิวจ์ แจ็คแมน คนบ้านเดียวกัน ตามแบบฉบับเพลงของไผ่ พงศธร นั่นแหละ เพราะบทแม่ทัพผู้เกรียงไกรต้องมีความหล่อ สูง สะโอดสะอง น่าเกรงขาม แต่ทว่าฮิวจ์ปฏิเสธบทนี้ด้วยเหตุผลคล้ายๆกับรัสเซลคือ เขาไม่ต้องการเล่นหนังแฟนตาซีพีเรียดเอามันส์นักหรอก ในอีกทางฟากฝั่ง ค่าย Fox ก็ต้องการได้ตัว รัสเซล โครว์ ให้มารับบท วูล์ฟเวอร์รีน เช่นกัน แต่รัสเซลอธิบายว่าบท วูล์ฟเวอร์รีน มีความคล้ายคลึงกับ แม็กซิมัส เกินไป ซึ่งในตอนนั้นเขาตัดสินใจเล่น Gladiator ไปแล้ว แต่ยังไม่ได้อ่านบทจริงจัง เขาคิดว่าจะเล่นเป็นตัวละครสองตัวที่คล้ายกันไม่ได้เด็ดขาด บทวูล์ฟเวอร์รีนจึงถูกส่งต่อไปยัง ฮิวจ์ แจ็คแมน คนบ้านเดียวกัน ตามแบบฉบับเพลงของไผ่ พงศธร ตามคำแนะนำของ รัสเซล โครว์ ที่ก็คุ้นเคยเป็นมิตรสหายกันดี ฮิวจ์ก้าวเข้ามาเป็นตัวเลือกในแบบที่ค่าย Fox ไม่ค่อยจะโอเคนัก เพราะตัวละครวูล์ฟเวอร์รีนนั้นต้องมีความเป็นสัตว์ป่า ไม่ใช่ชายร่างสูงสะโอดสะองแบบที่ ฮิวจ์ แจ็คแมน เป็น ต่อมา รัสเซล โครว์ กลับคว้าออสก้าจาก ดูหนังฟรี Gladiator หนังที่เขาเข้าใจว่าเป็นหนังแฟนตาซี ส่วน ฮิวจ์ แจ็คแมน นั้นจนป่านนี้ยังไม่มีใครมาแทนเขาได้ในบทวูล์ฟเวอร์รีน เขาคือภาพจำตัวละครนี้ไปแล้วทั้งๆที่ในทีแรก Fox ไม่ปลื้มเลย เพราะเขามันหล่อเกินกว่าจะเป็นสัตว์ป่า และหลายปีต่อมาคนบ้านเดียวกัน ตามแบบฉบับเพลงของไผ่ พงศธร ก็ได้มาแสดงหนัง Les Misérables ด้วยกัน พูดถึงงบประมาณในหนัง Gladiator ที่ต้องเสียไปกับฉากธรรมดาๆ คือฉากของดาราอาวุโส โอลิเวอร์ รีด ผู้รับบท พร็อกซิโม่ พ่อค้าทาสที่ได้ตัว แม็กซิมัส มาคนแรกในหนัง Gladiator ซึ่งถ้าใครไม่ทันสังเกตจะเห็นว่าฉากที่ปู่แกเล่นจะเป็นแค่ซีนธรรมดาๆไม่มีความหวือหวาหรือเทคนิคใดๆเลย แต่เบื้องหลังแล้ว ผู้กำกับฯ ริดลี่ย์ สก็อตต์ ต้องจ่ายเพิ่มให้กับฉากที่ ปู่รีดแกเล่นไปทั้งหมด 3.2ล้านเหรียญเลยทีเดียว ไม่ได้จ่ายค่าตัวเพิ่มให้ปู่ แต่เพราะปู่แกดันมาป่วยตายก่อนที่หนังจะถ่ายเสร็จนี่แหละ ริดลี่ย์ สก็อตต์ จึงตัดสินใจใช้คอมพิวเตอร์กราฟฟิคพาตัวละครของ พร็อกซิโม่ กลับมาเล่นให้จบ ดังนั้น ในบางฉากที่เราเห็นกันในหนังเรื่องนี้ ที่มีบทของปู่รีด คือคอมพิวเตอร์กราฟฟิคเสียส่วนใหญ่ ไม่ใช่ปู่แกเล่นเอง รวมๆแล้วประมาณ 2-3นาที แค่ยืนๆพูดไม่มีเหี้ยไรเลย แต่ หนังออนไลน์ ใช้เงินไป 3.2ล้าน เยอะกว่าฉากใหญ่ๆบางฉากเสียอีก The Gladiator 2 กำลังอยู่ในขั้นตอนเตรียมงานสร้าง ริดลี่ย์ สก็อตต์ รับหน้าที่กำกับเหมือนเดิม ได้มือเขียนบทคือ ปีเตอร์ เครก จาก The Town หนังของ เบ็น อัฟเฟล็ค และ Blood father ของ เมล กิ๊บสัน อันที่จริงเคยจะสร้างภาค2 มาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน คนเขียนบทคือ นิค เคฟ จาก Road หนังพ่อลูกหลังสงครามนิวเคลียร์เมื่อหลายปีก่อน

แม่งเขียนบทให้เทพเจ้าชุบชีวิตแม็กซิมัส แล้วเทพเจ้าก็ส่งแม็กซิมัสไปต่อสู้ในยุคต่างๆ รวมถึงยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วย แต่ผู้บริหารสตูดิโอ กับ ริดลี่ย์ สก็อตต์ อ่านบทแล้วโยนบทมันลงถังขยะ

American Factory (2019)

สารคดีเน็ตฟลิก เรื่องราวของโรงงานกระจกรถจีนซึ่งไปเปิดที่สหรัฐอเมริกา

เรื่องเริ่มต้นจากการปิดตัวลงของโรงงานรถยนต์ GM ในปี 2008 ทำให้คนตกงานทั้งเมือง ชาวเมืองต้องตกงานไม่มีงานทำอยู่หลายปี ในที่สุดทุนจีนก็ซื้อโรงงานแห่งหนึ่งแล้วเปิดเป็นโรงงานกระจกรถยนต์ค่าแรงต่ำกว่าครึ่ง แต่ไม่มีทางเลือกมีงานก็ดีกว่าไม่มี เรื่องเล่าความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรม

ดูหนังฟรี

การทำงานของสองชาติ อเมริกัน และจีน ฝ่ายจีนรู้สึกว่าคนอเมริกาทำงานช้า งานห่วย ฝ่ายอเมริกันรู้สึกว่าระบบจีน จ่ายเงินน้อย ไม่มีความปลอดภัย ไม่ยอมให้มีสหภาพแรงงาน ในมุมผมนะ ทัศนคติเกี่ยวกับวิธีการผลิตมันต่างกัน ถ้าเราย้อนกลับไปดูภาพตอน โรงงาน GM เราจะเห็นการทำงานด้วยเครื่องจักรขนาดใหญ่ พนักงานชาวอเมริกันเคยชินกับการควบคุมเครื่องจักร แต่ชาวจีนเคยชินกับการทำงานด้วยคน เอามนุษย์จำนวนมากมาเป็นสายพานการทำงานแทนที่เครื่องจักร คนเลยต้องทำงานได้เร็ว ทำงานซ้ำๆ ออกมาได้ละเอียด แรงงานจีน ดูหนังฟรี เลยเน้นการทำงานเป็นทีม ความเป็นหนึ่งเดียวกัน และทำงานกันหนักมาก กะละ 12 ชั่วโมง เดือนหนึ่งหยุด 2 วัน ชาวอเมริกันรับวิถีชีวิตนี้ไม่ได้ คนเคยทำงานได้ค่าจ้างสูง คุมเครื่องจักร มีวันหยุด มีสหภาพ ให้มาทำแบบนี้คงไม่ไหว การปะทะกันแบบนี้จึงเกิดขึ้น ดูจบแล้วอยากไปเลือกทรัมป์เป็นประธานาธิบดี 555+ คือดูแล้วรู้เลยว่าทำไมทรัมป์ชนะเลือกตั้ง ปัญหาของสหรัฐคือมันเป็นงี้แหละ คนตกงาน เพราะผลพวงจากวิกฤติซับไพรม์ แถมนโยบายโปรโลกาภิวิฒน์ยังเอางานออกจากสหรัฐเป็นล้านตำแหน่ง สุดท้ายต้องมาเป็นลูกจ้างจีน ปรับวิธีการทำงานให้เป็นแบบเลเบอร์จีน แบบนี้นโยบายบีบโรงงานอเมริกันกลับประเทศของทรัมป์เลยโดนในสุด เดโมแครทก็พูดแต่อะไรที่ฟังดูดี ถ้าเป็นคนเมืองสมัยเศรษฐกิจดีๆ การงานมั่นคง อ่ะนะ ถ้าเดโมแครทยังเป็นแบบนี้ ทรัมป์ชนะสมัยสองแน่นอน ท่ามกลางสงครามการค้าระหว่างอเมริกาและจีน ก็มีหนังสารคดีเรื่องนี้ออกมา เป็นเหตุการตั้งแต่ช่วง 2015 – 2017 ดูแล้วชอบมาก อยากให้ทุกคนในวัยทำงานได้ดู มันดีมากสะท้อนหลายเรื่องมาก ๆ ตั้งแต่ หนังถ่ายทอดสด ความแตกต่างของลักษณะนิสัย และวัฒนธรรม แนวคิดการทำงาน คุณภาพชีวิต สังคม การใช้ชีวิต ชนชาติ เผ่าพันธ์ ความเท่าเทียม ชนชั้น การปกครอง รัฐบาล การเมือง การบริหาร แรงงานแห่งอนาคต และอีกหลาย ๆ ประเด็นผ่านการเปรียบเทียบระหว่าง (คนงาน) โรงงานในอเมริกาและ (คนงาน) ในประเทศจีน คนงานอเมริกันทำงาน 8 ชม. ต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์ มีสวัสดีการและคุณภาพชีวิตที่ดี มีบ้าน มีรถ อย่างชนชั้นกลางอเมริกันทั่วไป คนงานจีนในบริษัทเดียวกันแต่คนละโรงงาน ทำงานวันละ 12 ชม. แทบไม่มีวันหยุด อาศัยอยู่หอพักเล็ก ๆ เพื่อที่จะมีเงินส่งให้ครอบครัว ห่างไกลจากรูปแบบชีวิตเพื่อนคนงานชาวอเมริกันหลายขุม ในขณะที่คนงานอเมริกันร้องเรียนสวัสดีการและคุณภาพการทำงานที่ดีขึ้นถึงแม้งานจะหายากมาก ๆ คนงานจีนก้มหน้าก้มตาทำงานโดยไม่รู้สิทธิของตัวเองตั้งใจทำงานโดยไม่เรียกร้องอะไร หนังเกือบทั้งหมดเล่าผ่านการติดตามเรื่องคนงานจีนถูกส่งมาสอนและคุมงานคนงานอเมริกัน มีดราม่า การเมือง ปมธุรกิจและการบริหารสอดแทรกระหว่างทาง เป็นการเล่าเรื่องโดยไม่มีการบรรยายใด ๆ ทั้งสิ้น เล่าผ่านโดยคนในเรื่องอย่างเดียว จากการสัมภาษณ์ (ไม่ได้ยินคำถาม) และบทสนทนาของคนในเรื่อง

แต่หนังสามารถนำเสนอออกมาได้น่าสนใจและน่าติดตามมาก ตอนจบอึ้ง ๆ นิดหน่อย ประเด็นการเปรียบเทียบต่าง ๆ แทบจะไม่มีผลในตอนสุดท้าย จบแบบให้คนทำงานทุกคนได้คิดกันต่อ แนะนำมาก ๆ

Dolittle (2020) ด็อกเตอร์ ดูลิตเติ้ล

หนังพักร้อนของป๋าเบิร์ต เจาะกลุ่มเด็กที่ดูจบแล้วจบกัน

จงอย่าได้คาดหวังว่านี่จะเป็นการกลับมาลงจออย่างดีเยี่ยมของ โรเบิร์ต ดาวนี่ย์ จูเนียร์ หลังจากตายโหงไปแล้วในจักรวาล Marvel เพราะมึงจะพากันผิดหวังเสียเปล่าๆปลี้ๆ แต่ถ้าคิดว่ามานั่งดูป๋าเบิร์ตแกทำอะไรขำๆมุ้งมิ้งให้เด็กๆดู คุยกับหมูหมากาไก่ไรงี้ อันนี้ควรจัดไป หอบลูกหอบเต้าไปดูด้วย

ดูหนังออนไลน์

เพราะนี่มันหนังเด็กจ๋า เด็กชนิดที่ว่านิทานก่อนนอนบางเล่มที่มึงอ่านให้ลูกหลานฟังยังมีความดาร์คกว่าด้วยซ้ำไป อารมณ์ของหนังก็ประหนึ่งฉากโทนี่ สตาร์ค นั่งคุยกับลูกสาวใน Avengers นั่นแหละ เป็นหนังที่ป๋าเบิร์ตรับเล่นเพื่อจุดประสงค์สองอย่างคือ อย่างแรกเลยคือเงิน อย่างที่สองคือเอาไว้ฝึกแอ็คติ้งกับซีจี เพราะหนังทั้งเรื่องป๋าได้คุยกับมนุษย์แค่ไม่กี่ซีน นอกนั้นก็นั่งคุยกับหมากับหมีให้เราดูเพลินๆ ซึ่งท่าทางแอ็คติ้งต่างๆก็ไม่หนีไปจากโทนี่ สตาร์ค สักเท่าไหร่ คือถ้าเปลี่ยนดาราจากป๋าเบิร์ตมาเป็นอย่าง เจมส์ ฟรังโก้ เราก็จะได้หนังประมาณเดียวกับ Oz the Great and Powerful นั่นแหละ อาจจะทำเงินแต่ก็ไม่ได้น่าจดจำ อาจจะซื้อ DVD ติดบ้านไว้เปิดให้ลูกดู แต่พอมันโตมันก็ไม่เอากลับมาดูอีกเหมือนๆที่ ดูหนังออนไลน์ The Lion king ฉบับการ์ตูน หรือ Toys story เป็น แต่เอาเข้าจริงๆเห็นลูกเด็กเล็กแดงในโรงที่ดูรอบเดียวกันนั่งหัวเราะปรบมือชอบใจ เราก็พลอยขำมีความสุขไปด้วย เราเอามาตรฐานผู้ใหญ่ไปตัดสินอะไรอย่างนี้ไม่ได้จริงๆ เพราะสัตว์ต่างๆในหนังล้วนแล้วแต่พากันปล่อยมุกฮาๆสไตล์การ์ตูนเด็กๆ โดยเอาพฤติกรรมสัตว์เหล่านั้นมาหยอดเป็นมุก ยกตัวอย่างเช่น การให้หมีขั้วโลกเป็นหมีขี้หนาวชอบผิงไฟไรงี้ หรือการแซวความเป็นนกกระจอกเทศว่ามึงมีอะไรที่บ่งบอกว่ามึงเป็นนกบ้าง ซึ่งก็ถือว่าสร้างรอยยิ้มได้ในระดับหนึ่ง ถือเป็นหนังที่ป๋าเบิร์ตเอาไว้พักร้อนก็คงไม่ผิดเพี้ยนนัก ทุกอย่างดูโลกสวย ง่ายดาย ดูจบแล้วจบกัน ไม่มีลั่น ไม่มีถึงขนาดขำกระทืบเท้า ดูจบแล้วไม่ได้รู้สึกว่าเสียดายเงิน แต่ถึงจะพลาดไปก็ไม่น่าจะคิดว่าขาดอะไรไปเหมือนกัน ที่ทำให้แปลกใจมากกว่าปมต่างๆใน เว็บดูหนัง เห็นจะเป็นผู้กำกับ สตีเฟ่น กาแกน ที่เคยเขียนบทเครียดๆระดับออสก้าร์อย่าง Traffic และเคยกำกับหนังการเมืองเรื่องน้ำมันโลกอย่าง Syriana เนี่ยแหละ เหมือนว่าไม่ใช่แค่ป๋าเบิร์ตนะที่พักร้อนมาทำอะไรมุ้งมิ้งๆแบบนี้ ตัวผู้กำกับเองก็ด้วย หลังจากสูญเสียภรรยาเมื่อเจ็ดปีก่อน ด็อกเตอร์ จอห์น ดูลิตเติ้ล (ดาวนีย์) ผู้มีความแปลกไม่เหมือนใครและสร้างชื่อเสียงเป็นหมอและสัตว์แพทย์ของสมเด็จพระราชินีวิคตอเรียแห่งอังกฤษ ใช้ชีวิตอย่างสันโดษอยู่หลังกำแพงสูงของคฤหาสน์ดูลิตเติ้ลกับสวนสัตว์ที่มีสัตว์หายาก แต่เมื่อพระราชินี (เจสซี่ บัคลีย์ จาก Wild Rose) มีพระอาการประชวรอย่างสาหัส ดูลิตเติ้ลจึงต้องออกเดินทางผจญภัยไปยังเกาะในตำนาน เพื่อหาวิธีรักษา พร้อมทั้งรื้อฟื้นสติปัญญาและความกล้าหาญ ขณะที่ต่อสู้กับศัตรูและค้นพบสิ่งมีชีวิตมหัศจรรย์ คุณหมอออกเดินทางไปกับมือใหม่วัยเยาว์ (แฮร์รี่ คอลเล็ตต์) และเหล่าเพื่อนที่เป็นสัตว์ดุร้าย รวมถึงลิงกอริลลาผู้มีความกังวล (รามี มาเล็ก เจ้าของรางวัลออสการ์, เป็ดสมองนก ผู้กระตือรือล้น (เจ้าของรางวัลออสการ์ ออคตาเวีย สเปนเซอร์) นกกระจอกเทศจอมถากถาง (คูเมล นันจานี จาก The Big Sick) หมีขั้วโลกที่มองโลกในแง่ดี (จอห์น ซีนา จาก Bumblebe) และนกแก้วหัวแข็ง (เจ้าของรางวัลออสการ์ เอ็มม่า ธอมป์สัน) ซึ่งทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาและเป็นสัตว์ที่ดูลิตเติ้ลที่ไว้วางใจและเชื่อถือได้มากที่สุด

โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ สร้างความตื่นเต้นให้กับหนึ่งในวรรณกรรมที่มีตัวละครระดับ ตำนาน ในการเล่าเรื่องราวสุดคลาสสิค ของชายผู้สามารถพูดคุยกับสัตว์ได้ “ดูลิตเติ้ล” ดูได้แล้ววันนี้ในเว็บหนังออนไลน์

Die hard 4 ชื่อห้อยเดิมคือ Tears of the Sun

บรูซ วิลลิส ชอบชื่อจึงขอมาใส่หนังที่ตัวเองสร้าง โดยสัญญากับ Fox ว่าจะสร้าง Die hard 4 ให้ใหม่

เราเกือบได้เห็น จอห์น แม็คเคลน แห่ง Die hard ไปตะลุยด่า ยิปปี้ ไคเย่!! แล้วยิงตูดพวกผู้ร้ายในป่าแถบๆแอฟริกากันแล้ว เพราะบท Die hard 4 ถูกวางไว้แบบนั้น ซึ่งมันจะเป็น Die hard ที่แตกต่างไปจากเดิม คือไม่ได้เล่นเรื่องวันคริสมาสต์ หรือ สู้กันในสถานการณ์คับขันแบบตกกระไดพลอยโจรอีกแล้ว

ดูหนังออนไลน์

แต่มันจะเป็นการตะลุยเข้าป่าล่าพวกโจรชั่วที่จับลูกเมียไป ภาค 4 ของ Die hard ถูกตั้งชื่อห้อยท้ายว่า Tears of the Sun บรู๊ซ วิลลิส เห็นชื่อแล้วชอบมากๆ ป๋าจึงขอร้องทาง Fox.ว่าอยากได้ชื่อห้อยท้ายอันนี้ไปใส่ในชื่อหนังของตนที่กำลังถ่ายทำในนามบริษัท Cheyenne Enterprises ของป๋า มันถือเป็นหนังทุนสูงเรื่องแรกที่ป๋าคาดหวังมากๆตั้งแต่ตั้งบริษัทสร้างหนังของตัวเองมา หนังเรื่องนี้เกี่ยวกับหน่วยรบเดนตายที่ฝ่าวงล้อมกบฏไนจีเรียเข้าไปช่วยพลเรือนออกมา และเป็นบททหารเดนตายที่ป๋าไม่เคยเล่น ซึ่งหนังได้ Columbia Pictures จัดจำหน่าย โดยป๋าบรูซให้สัญญากับ ดูหนังออนไลน์ Fox ว่าหากให้ชื่อนี้แก่ป๋า ป๋าจะกลับมาสร้าง Die hard 4 ให้ พร้อมกับพล็อตที่ล้ำกว่ามากๆ ก็เลยออกมาเป็น Tears of the Sun หรือชื่อไทย”ฝ่ายุทธการสุริยะทมิฬ” อย่างที่เห็น ผลปรากฏว่าหนังทุน 100 ล้านเหรียญของสตูดิโอป๋าบรูซเรื่องนี้เจ๊งยับไม่เป็นท่า บรรลัยพอๆกับฉากระเบิดในตอนท้ายของหนังนั่นแหละ และมันมาพร้อมกับข่าวลือถึงเรื่องการงัดข้อกันระหว่างป๋าบรูซ และ ผู้กำกับ อองตวน ฟูควา ถึงขั้นที่ว่าไม่เผาผีกันเลยทีเดียว แถมระหว่างถ่ายทำ งบบานปลายเพราะผู้กำกับอองตวนไม่นิยมใช้เทคนิคพิเศษ การระเบิดในหนังจึงเป็นของจริงทั้งหมด หนังถูกถ่ายขึ้นที่ป่าในฮาวาย พร้อมๆกับที่ทีมงานสตั๊นท์ได้สูญเสียสตั๊นท์แมนไปหนึ่งคน ด้วยสาเหตุกระโดดร่มไม่ตรงจุด หนังเจ๊งไม่พอ ซ้ำร้ายป๋าบรูซยังถูกค่อนขอดจาก Fox ว่าทำหนังพล็อตซ้ำกันกับ เว็บดูหนัง Die hard 4 ที่ Fox.เคยคิดจะสร้างโดยวางเรื่องให้ จอห์น แม็คเคลน ไปตะลุย ยิปปี้ ไคเย่!! ต่อกรกับพวกกบฎในแอฟริกา ป๋าบรูซจึงต้องกลับมาตามคำสัญญากับ Die hard 4.0 ในชื่อตอน Live Free or Die โดยสร้างภายใต้ Cheyenne Enterprises ของป๋านั่นแหละ และภาคนี้มีพล็อตที่ล้ำกว่าตามที่ป๋าเคยบอก คือเป็นการต่อสู้กันระหว่างโจรไฮเท็ค กับ ตำรวจบ้าเลือดตายยาก นั่นเอง หนัง Die hard 4.0 ทำเงินไป 383 ล้านเหรียญ พร้อมๆกับรอยยิ้มแก้มปริของทั้งป๋าและสตูดิโอ Fox แม้ว่าหนัง Tears of the Sun จะไม่เป็นที่ถูกอกถูกใจนักวิจารณ์สักเท่าไหร่ รวมถึงรายได้ก็ไม่เข้าเป้า แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหนังแม่งมันส์ชิบหายวายป่วง โดยเฉพาะฉากทิ้งบอมบ์โจรกบฏในตอนท้ายเรื่องนี่แม่งสะใจคอหนังบู๊จริงๆ ระเบิดสวยมาก เป็นฉากระเบิดวินาศสันตะโรที่ตั๋วร้อนชอบรองลงมาจากฉากระเบิดเรือใน Speed 2 เลย แม้จะรำคาญอีเจ๊โมนิก้า เบลุคซี่ ไปหน่อยกับความโลกสวยของบทเจ๊ แต่ด้วยความที่เวลาวิ่งหนีห่ากระสุน นมเจ๊เด้งดึ๋งๆๆทั้งเรื่อง อันนี้ก็พอให้อภัย ที่น่าทึ่งไปกว่านั้นคือ แม้หนังจะเจ๊งบ๊ง แต่ตอนทำออกมาเป็น หนังออนไลน์ DVD ยอดขายของหนังทำรายได้ถล่มทลายถึงขนาดได้กำรี่กำไรไปเพียงพอจะพูดได้เต็มปากว่าหนังไม่ได้เจ๊งโว้ย แถมตัวตุ๊กตุ่นฟิกเกอร์ของ Tears of the Sun ก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เป็นฟิกเกอร์ที่ไม่ได้มาจากหนังดีสนี่ย์ 

Star wars อะไรพวกนั้นที่ได้รับความนิยม ถูกใจนักสะสมกันเอามากๆ ถึงขนาดมีคนซื้อไปเก็งราคากันเลยทีเดียว ส่วนชื่อไทยของหนังนี่ตั้งดีจริงๆ ฝ่ายุทธการสุริยะทมิฬ ถ้าไม่บอกว่าเป็นหนัง บรู๊ซ วิลลิส กูนึกว่าหนัง สตีเว่น ซีกัล

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น