ฉากที่มาก่อนกาลของ The 5th Wave

เพิ่งเคยดูเรื่องนี้แล้วพบว่าช่วงแรกๆ ของหนังนี่มันช่างคล้ายสถานการณ์จริง

ช่วงนี้ที่ไวรัสโควิด-19 ระบาดจริงๆ เรื่องของเรื่องก็คือ พวกต่างดาวมันปล่อยไวรัสใส่มนุษย์ แล้วมันก็มีฉากคนโดนกักบริเวณ นางเอกที่แสดงโดยน้องโคลอี้วิ่งจะไปทักเพื่อนสาวคนหนึ่งที่ถูกกักอยู่ในกลุ่มเสี่ยง แล้วแม่ของนางเอกเป็นพยาบาลที่กำลังวุ่นๆอยู่กับการช่วยเหลือผู้ติดเชื้อ

ดูหนัง

เห็นลูกสาวมาเดินป้วนเปี้ยนในที่กักบริเวณ เธอก็วิ่งมาห้ามลูกสาว เอาหน้ากากอนามัยปิดปากให้ลูก ลูกบอกหนูไม่เป็นอะไร แค่ทักทายเพื่อนเฉยๆไม่ได้โดนตัวซะหน่อย แม่ยืนกรานว่ามึงควรซีเรียสกว่านี้ เดี๋ยวตายห่าเอา จบฉากนี้ตัดภาพไปเป็นเสียงบรรยายของนางเอกประมาณว่า “คนบางคนมีภูมิต้านทานไวรัส ดูหนัง แต่ก็มีคนบางคนที่ติดเชื้อแล้วฟื้นตัวได้ แต่คนส่วนใหญ่ไม่” แล้วตัดภาพไปอีกทีก็เป็นหลุมฝังศพของแม่ที่เป็นพยาบาล เชื่อว่าคนที่ดูเรื่องนี้ก่อนหน้าที่โควิด-19ยังไม่ระบาด มันก็เป็นแค่ฉากๆหนึ่งที่พูดถึงการแพร่ของไวรัสธรรมดาๆ แต่พอมาดูช่วงที่ไวรัสโควิดระบาดแล้วมันกลายเป็นฉากที่เศร้าทวีคูณไปอีก เพราะมันช่างเหมือนกับเรื่องจริงที่เพิ่งเกิดขึ้นไปหมาดๆ หมอพยาบาลเริ่มติดเชื้อและล้มตายเพราะช่วยผู้คน แม้เป็นหมอก็ไม่ได้แปลว่าจะมีภูมิต้านทานได้เหมือนคนธรรมดาบางคน เป็นหนังที่ดูก็ได้ไม่ดูก็ได้ เพราะตอนมันเข้าฉายหรือลงแผ่นก็ไม่คิดจะดู คือนอกจากน้องโคลอี้ หนังก็แทบไม่มีแรงจูงใจให้ดูเลย พอดูจบแล้วก็ไม่แปลกใจที่หนังมันจะถูกด่า ก็แม่งเล่นเอาเรื่องนั้นเรื่องนี้มาเขย่ารวมกันมั่วไปหมด ไล่ตั้งแต่หนังภัยพิบัติ, หนังแนวเอเลี่ยนยึดโลกแบบ ID4 , หนังเอาตัวรอดในโลกที่เกือบล่มสลายไปแล้วแบบๆ Zombieland หรือ Walking dead , หนังมนุษย์ทดลอง , เรื่อยมาจนถึงหนังรักข้ามสายพันธุ์แบบหนังแวมไพร์ Twilight เอาจริงๆถ้ามองข้ามเรื่องหยุมหยิมไปแม่งก็ดูได้คัลท์ๆเพลินๆ ความบันเทิงของมันอยู่ตรงที่กูนั่งลุ้นว่ามึงจะหยิบเอาอะไรจาก โปรแกรมหนัง เรื่องไหนแนวไหนมายัดใส่ในหนังอีกนี่แหละ คือเหมือนมึงมีงบสร้างน้อยแต่ทะเยอทะยานอยากให้มันเป็นหนังระดับ Epic มึงเลยยัดแม่งทุกสิ่งอย่างใส่เข้าไปมันซะเลย แล้วไอ้การที่หนังจบแบบเปิดหัวว่าจะมีภาคต่อแน่ๆนี่มันดูตลกสัสๆ เชื่อว่าหนังแม่งไม่น่าจะสร้างภาคต่อแน่ๆ

แต่ยังจบไม่เคลียร์นะ พระเอก , ตัวร้าย ปมอะไรต่อมิอะไรก็ยังไม่เคลียร์ คิดในอีกทาง หนังเหมือนงบหมดนั่นก็ใช่ อาจเป็นเหตุให้หนังจบไม่เคลียร์แบบนี้ เพราะถ้ามึงคิดจะสร้างภาคต่อ ถือว่ามึงใจมากๆ

ถั่วต้ม ซีนในตำนานของแอนนา ชวนชื่น

จำได้ว่าพอจบประโยคนี้เท่านั้นแหละ กูและคนในโรงพร้อมใจกันปรบมือ

ระเบิดขำเป็นบ้าเป็นบอ กับซีนนี้ใน “สุดเขตสเลดเป็ด” มันคืออีกหนึ่งฉากที่เอามาดูซ้ำยังฮาได้เรื่อยๆ พอๆกับฉากสักยันต์ของน้าค่อมใน “แสบสนิทศิษย์ส่ายหน้า ” หรือฉาก หม่ำ จ๊กมก หลอกเอาของจากเต๋า สมชาย ใน “สายล่อฟ้า” ชีวิตของลุง แอนนา ชวนชื่น ก่อนที่จะมาดังระเบิดระเบ้อในฉากนี้

ดูหนัง

ถือเป็นตลกคาเฟ่ที่แทบไม่มีใครรู้จัก รู้อย่างเดียวคือแก่ ขนาดที่ว่าได้เล่นหนังใหญ่ค่าย GTH ของ จาตุรงค์ อย่าง”ตั๊ดสู้ฟุต” ในบทลิ่วล้อมาเฟียก็ยังไม่เป็นที่น่าจดจำอยู่ดี แต่เมื่อลุงแอนนาได้เจอกับ ยอร์ช ฤกษ์ชัย ผู้กำกับที่ใช้งานตลกคาเฟ่ได้ดีที่สุดคนหนึ่งในหนังของเขา ทำให้ผู้คนเริ่มจดจำ แอนนา ชวนชื่น ได้ ด้วยเอกลักษณ์การพูดไทยสำเนียงจีนไหหลำ ดูหนัง ลุงแจ้งเกิดอย่างจริงๆจังๆก็ตอนรับบทเจ้าของค่ายมวยใน “แสบสนิท ศิษย์ส่ายหน้า” การรับส่งมุกกับ จาตุรงค์ ที่จบลงด้วยประโยค “คอเค็กพ่อมึงสิ คอเค็กๆ ” กลายเป็นอีกหนึ่งฉากที่เรียกเสียงลั่นจากคนดู และเหมือน ยอร์ช ฤกษ์ชัย จะรู้ว่าควรใช้งานแอนนาอย่างไร บทของลุงในหนังพี่ยอร์ชหรือหนังไทยหลายๆเรื่องที่ลุงแสดงอาจไม่ได้มากมายหรือเป็นตัวหลัก แต่จะมาในรูปแบบตัวละครที่ใส่มาเพื่อให้นักแสดงหลักต่อปากต่อคำ ไม่ว่าจะเป็นบทเจ้าพ่อ , บทยาม , บทพ่อค้า ฯลฯ แต่ในทุกๆฉาก แม้จะเป็นหนังดีหรือไม่ดี แอนนา ชวนชื่น ก็เรียกเสียงลั่นจากคนดูได้ ไม่เว้นแม้แต่หนังแผ่น VCD แอนนา ชวนชื่น เล่าว่าจริงๆเขาก็พูดไทยเป็นปรกตินี่แหละ ตอนเล่นตลกคาเฟ่ก็พูดไทยชัดถ้อยชัดคำแต่ไม่ได้โด่งดังอะไร จนกระทั่งเขาลองเลียนแบบการพูดของคนจีนที่โล้สำเภามาอยู่เมืองไทย เพราะสมัยรุ่นๆบ้านแอนนาขายก๋วยเตี๋ยว และคนจีนในไทยสมัยนั้นชอบมากินก๋วยเตี๋ยวร้านครอบครัวแอนนา คนจีนพยายามพูดไทยให้ชัด แต่ก็ไม่ชัด แอนนาในวัยหนุ่มจึงนึกขำในสำเนียง ความเคยชินทำให้เขาเอามาพูดเล่นในชีวิตประจำวันบ่อยๆ แต่ก็ไม่ได้ใช้มันบนเวทีตลกอะไร จนกระทั่งได้มาเล่นหนังนี่แหละ เพราะในเมืองไทย หากเป็นหนังตลก ไม่น่าจะมีใครเหมาะสมกับบทเถ้าแก่ เจ้าสัวหรือคนไทยเชื้อสายจีนที่แก่ๆ เว็บดูหนัง หน่อยเท่าแอนนาอีกแล้ว บทแนวๆเจ๊กไหหลำจึงผูกขาดอยู่กับแอนนาแทบจะผู้เดียว ตอนเล่น แสบสนิทฯ แล้วคนเริ่มจดจำได้ ลุงแอนนาบอกชีวิตก็ไม่ได้ดีอะไรมากมายนัก ยังคงเป็นตลกแถวสองอยู่ แต่พอมาเล่นบทยามแล้วได้ต่อปากต่อคำกับ เป้ อารักษ์ พระเอกของเรื่อง หลังจากฉากนี้ของลุง ส่งผลให้ชีวิตลุงกอบโกยได้ทั้งเงินและชื่อเสียง เรียกได้ว่าไม่แก่เกินสายที่จะโด่งดังได้

อันที่จริงในฉากนี้มีมุกเยอะมากที่ตลกจนน้ำตาไหล แต่คนมักจดจำคำว่า “ถั่วต้ม” แล้วเอาไปพูดกันเกลื่อน จำได้ว่าสมัยนั้นคนที่กูรู้จักในชีวิตแทบไม่มีใครพูดคำว่า “ถูกต้อง” กันแล้ว เอะอะก็ ถั่วต้มๆๆๆ จนกูนึกรำคาญ

ผู้กำกับตอบเอง ทำไมฮานถึงต้องกลับมา

เห็นมีคนบ่นๆว่า การที่ให้ฮานกลับมา มันจะทำให้หนังเริ่มออกอ่าวออกทะเลไปกันใหญ่

เหมือนไม่มีใครเป็นตัวโกงจริงๆ หรือตายกันจริงๆในจักรวาล Fast เลย แต่เชื่อไหมว่าการเอาฮานกลับมา จัสติน หลิน แกบอกว่ามันคือการตบๆให้หนังกลับเข้าร่องเข้ารอยอีกครั้ง อันที่จริง จัสติน หลิน ผู้กำกับ Fast แกตั้งใจให้ ฮาน จบชีวิตลงจริงๆ มันจะได้สร้างความแค้นเคืองให้คนดูมากขึ้น

หนัง HD

เพื่อเอาใจช่วยแก๊งหัวโล้นให้ล่าล้างบางพวกชอว์ให้ได้ แต่ทว่าหลังจากที่จัสติน หลิน แกออกจากโปรเจ็คไปแล้วเกิดเรื่องราวผีบ้าผีบอขึ้นมากมายระหว่างเขาไม่อยู่ อย่างเช่น ให้แก๊งดอมจับมือกับพวกชอว์ ทั้งที่มันเป็นคนฆ่าฮาน คนดูก็ข้องใจ เพราะเริ่มมีทีท่าว่าพวกมึงเสียดายตัวละครกันแล้วอีแบบนี้ ไม่กล้าฆ่าตัวร้ายเพราะตัวร้ายก็ขายได้ หนัง HD เลยเอาตัวร้ายกลับมาเป็นตัวดีแม่งซะเลย ยังกะเบจิต้าในดราก้อนบอล ราวกับเป็นการตลาดที่ไม่แยแสใดๆแก่แฟนๆ ด้วยเหตุนี้ ฮาน จึงได้กลับมา พร้อมๆกับสโลแกน Justice is coming ทวงความยุติธรรมให้ฮาน คือมึงให้ตัวร้ายได้ไปต่อในฐานะพันธมิตรของแก๊งหัวโล้น งั้นฮานก็สมควรได้กลับมาเช่นกัน จัสติน หลิน ให้สัมภาษณ์ประมาณว่า ” เมื่อผมออกมาจากจักรวาลนี้ ผมคิดว่ามันเหมาะสมแล้วกับบทสรุปของตัวละครฮาน แต่ดันมีบางอย่างเกิดขึ้น แถมมันไม่ค่อยเข้าท่าสำหรับผมสักเท่าไหร่ ผมรู้สึกว่าผมต้องกลับมาทำอะไรซักอย่าง และผมต้องหาเหตุผลสำหรับอะไรพวกนี้ให้ได้ ผมคิดว่าจะนำเขากลับมาและให้คนดูได้สำรวจฮานในอีกแบบที่ทุกคนคุ้นเคย ” พูดง่ายๆว่าพี่จัสตินแกแซะพวกผู้กำกับที่มารับไม้ต่อจากแก 2 คนอย่าง เจมส์ วาน และ เอฟ.แกรี่ เกรย์ ว่าพวกมึงเสือกเอาพวกชอว์ไปจับมือกับพวกดอมทำไมวะ กูฆ่าฮานไปแบบสวยๆแล้ว แทนที่จะอัดๆกันให้แหลกไปข้าง เสือกเอามาอยู่ฝ่ายเดียวกัน ดูหนังผ่านเน็ต ลำบากกูต้องพาฮานกลับมาเพื่อให้ไอ้โล้นชอว์พ้นข้อหาฆ่าเพื่อนดอม กูว่า เจมส์วานกับเอฟ.แกรี่เกรย์ แม่งก็คงนั่งบ่นในใจ กูกำกับตามบทที่ไอ้คริส มอร์แกน มันเขียนโว้ย ไอ้คริสแม่งคือคนที่รู้ใจแฟรนไชส์ Fast พอๆกับพี่จัสตินนั่นแหละ แต่มันก็เป็นคนๆเดียวกับที่เขียนบทให้ออกอ่าวออกทะเลเช่นกัน เชื่อเถอะว่า จอห์น ซีน่า ไม่ใช่ตัวร้ายจริงๆหรอก มาแนวๆเดียวกับพี่เจสันหัวล้านนั่นแหละ ยิ่งเป็นพี่น้องกับดอมด้วยยิ่งชัดเจน แล้วรู้มั้ยไอ้คริสมันเกือบๆจะเขียนบทให้ฮานหักหลังแก๊งดอมด้วยนะ

เพื่อสร้างความชอบธรรมให้พวกชอว์ แต่จากที่จัสติน หลิน แกบอกมานี่เชื่อว่าภาคนี้เราจะได้รู้จักฮานมากขึ้นกว่าเดิมที่มายืนแดกขนมทั้งเรื่อง และเราจะได้รู้กันซะทีว่ามึงไปแอบหลับที่ไหนมาตั้งสองสามภาค

Miracle in cell No.7 (2013)

จำได้ว่าดูครั้งแรกนี่แทบร้องไห้ตายคาจอ พลังบิ๊วของเกาหลีนี่แม่งทำลายล้างจริงๆ

รู้อยู่แก่ใจว่ามึงมาเพื่อบิ๊วต่อมน้ำตาให้ไหลพรากๆ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะเป็นอย่างนั้น ยิ่งเป็นคนหัวใจหยาบช้าหน้าด้านอย่างกูด้วยแล้ว พยายามสู้กับมันแล้วไอ้ความรู้สึกที่ว่า มึงมาเพื่อบีบน้ำตากูนะ กูรู้อยู่เต็มอกแล้ว มึงไม่ได้แดกกูหรอก แต่สุดท้ายก็ต้านทานมันไม่อยู่จริงๆ กูยอม

หนัง HD

หนังดีงามจนคิดว่าเกาหลีแม่งไปไกลจากบ้านเราแล้วในเรื่องบทหนัง มันกล้าที่จะนำเสนอความอยุติธรรมของบ้านเมืองแบบที่อีกนิดเดียวทีมงานก็จะถูกรวบแล้วนะ หนังเกาหลีแม่งชอบเล่นแต่ประเด็นผู้น้อยโดนผู้ใหญ่ในบ้านเมืองรังแก บางเรื่องสร้างจากเรื่องจริง บางเรื่องแต่งขึ้นมาใหม่แต่คนใหญ่คนโตดูแล้วหน้าเหลือเท่าสองนิ้ว เช่น The Crucible หนังที่พูดถึง ผอ.ฝาแฝดในโรงเรียนแห่งหนึ่งที่ล่วงละเมิดทางเพศเด็กในโรงเรียนนับสิบๆราย แต่ประชาชนเสือกเข้าข้างไอ้ ผอ.จัญไรสองคนนั่น เป็นหนังสร้างจากเรื่องจริงที่ไม่ไว้หน้าอินทร์หน้าพรหมใดๆทั้งสิ้น หรือหนังอย่าง HAN GONG JU ที่สร้างจากเรื่องจริงโดยพูดถึงเด็กสาวที่โดนเพื่อนนักเรียน 43คนรุมข่มขืน แล้วโดนพ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กเหี้ยพวกนั้นบีบให้ยอมความ ซึ่งทั้งสองเรื่องเป็นหนังที่ดีชวนหดหู่ริยำตำบอนเหลือเกิน เอาไว้เดี๋ยวจะมาเขียนถึง แต่สำหรับ Miracle in cell No.7 เรื่องนี้ คือส่วนผสมของ Green mile เขย่ารวมกับ หนัง HD Forrest Gump ผสมๆกับ I am Sam แล้วออกมาเป็นเรื่องนี้แหละ คือมึงมีทุกเม็ดที่จะมากระชากน้ำใสๆออกจากเบ้าตาของมึง แม้ว่ามึงจะมีจิตใจหยาบกระด้างไม่ต่างจากกระดาษทราย แต่เจอส่วนผสมของสามเรื่องนี้เข้าไป กูว่ามีสะอื้น แม้หลายๆอย่างในหนังมันจะดูเกินจริงออกโทนทุ่งลาเวนเดอร์ไปบ้าง เช่น คุกเกาหลีแม่งสบายอย่างกะชุมชนอะไรสักอย่าง(จริงๆคุกต่างประเทศแม่งก็สบายจริงๆนะ เขาปฏิบัติกับนักโทษเท่าเทียมกับมนุษย์คนหนึ่ง) แล้วก็บางสถานการณ์ที่ออกการ์ตูนๆไปหน่อย แต่เชื่อเหอะว่ามึงจะหลงรักหนังเรื่องนี้จนโงหัวไม่ขึ้น เป็นหนังสไตล์ยิ้มทั้งน้ำตาที่ลึกๆแล้วแม่งเศร้ารันทดมากๆ แม้จะเป็นเรื่องแต่งขึ้นมาก็ตามที แต่ไอ้ประเด็นตีแผ่สังคม ถลกหนังความโสมมต่อระบบคนใหญ่คนโตในสังคมเกาหลียังชัดเจน หนังพูดถึงเด็กน้อยที่มีพ่อเป็นออทิสติกแสนดี แล้วพ่อเสือกโดนจับข้อหาฆ่าลูกสาว ผบ.ตำรวจ งานนี้แม่งเลยต้องโทษประหารเท่านั้น ไม่มีละเว้น เพราะเป็นลูกสาวคนใหญ่คนโต เด็กน้อยรอพ่อที่บ้านพ่อไม่กลับมาสักที และด้วยความช่วยเหลือจากเหล่าเพื่อนแก๊งนักโทษใจดีสุดฮา เด็กน้อยจึงได้แอบลักลอบเข้ามาใช้ชีวิตกับพ่อในคุกมันซะเลย เธอจึงมีสถานะเป็นดั่งดอกไม้สวยงามที่เบ่งบานอยู่ในที่ๆเรียกว่า คุก เล่าแค่นี้พอ….. ทีเด็ดทีขาดอยู่ที่แก๊งเพื่อนร่วมคุกหมายเลข 7 ของพ่อเด็กน้อย ดูพวกน้าๆแล้วเหมือนได้ดูตลกคาเฟ่ หรือไม่ก็แก๊งส่ายหน้าในหนัง ยอร์ช ฤกษ์ชัย พวกน้าฮากระจาย ใจดี และเป็นสีสันของหนังมากๆ ไม่นึกว่าหนังเกาหลีก็มีมุกคล้ายๆบ้านเราอยู่เหมือนกัน นี่ยังไม่รวมการแสดงของเด็กน้อยหน้าตาน่ารัก และ คนรับบทพ่ออย่าง รยูซึงรยง (ชื่ออ่านยากสัส) ที่งานนี้แกมาเพื่อทำลายเขื่อนกั้นน้ำตา คือต่อให้มึงเป็นคนใจบาปหยาบกร้านเพียงใดก็เอาเถอะ หนังมันพูดถึงความอยุติธรรมของบ้านเมืองที่เวลาพอมีอะไรผิดพลาดแม่งต้องวิ่งแจ้นหาแพะรับบาปทันที ดูเรื่องนี้แล้วอารมณ์กูขึ้นพอได้นะ รู้สึกโกรธแค้นโกรธเคืองอยู่ในที ไม่รู้ว่าระบบห่าเหวแบบนี้มันมีอยู่ในทุกๆประเทศมั้ย ที่แน่ๆบ้านเมืองที่กูอาศัยอยู่นี่แหละมันมี แม้หนังอยากให้โฟกัสไปที่ความซาบซึ้งประทับใจ แต่นึกขึ้นมาทีไรไอ้สัสพาให้อารมณ์กูขุ่นมัวทุกครั้ง ดูสองรอบก็อยากถีบทีวีสองรอบ แล้วมึงก็บิ๊วกูเก่งเหลือเกิน คือที่บอกว่ามันคือ Green mile เขย่ารวมกับ Forrest Gump ผสมๆกับ I am Sam นี่ถ้าทำได้ไม่ดีไม่ถึง มันจะเป็นการทำหนังตามเรฟฯแบบสะเหล่อๆเอาได้ แต่เรื่องนี้แม่งของจริง แนะนำให้แล้วก็อย่าพลาดกันเลยมึง หนังโคตรดี จัดให้มึงหลายอารมณ์มาก คนทำแม่งเก่ง มันทำให้นึกย้อนมาบ้านเมืองเราด้วยว่าทำไมไม่กล้าทำหนังอะไรแบบนี้ บ้านเมืองมีผู้หลักผู้ใหญ่จัญไรต้องตีแผ่ เว็บสตรีมหนัง เชื่อมั๊ยว่าหากเอาเหตุการณ์จริงบางอันมาสร้าง เกาหลีก็เกาหลีเหอะ ของไทยเรานี่แหละน้ำเน่าและดาร์คไซด์กว่าเกาหลีเยอะ ประเทศที่พยายามสร้างภาพให้ตัวเองดูดีเป็นผักชีโรยผัดไทย สร้างหนังสร้างละครต้องมีความรักชาติ ให้ต่างชาติมองเราคนไทยรักกัน สามัคคีกัน ไทยแลนด์เมืองยิ้ม นี่ได้ข่าวว่าจะมีการอนุมัติสร้างหนังเกี่ยวกับทหารให้คนไทยดูแล้วรักชาติกันอีก กูเดาทางหนังออกเลยว่าจะมาไม้ไหน แต่จะมานั่งโทษผู้สร้างฝ่ายเดียวอันนี้ก็ไม่ถูก เพราะเอาขนาดแค่มีฉากพระร้องไห้หน้าโลงศพแฟนเก่ามึงก็จ้องจะแบนหนังแล้ว อย่าเพิ่งฝันไปไกลถึงออสก้าร์แบบ Parasite เลย มึงสร้างหนัง

จากเรื่องจริงแล้วไม่โดนฟ้องหีแหก ไม่โดนทางการออกมาเบรคให้ได้ก่อน ถึงวันนั้นออสก้าร์แม่งก็ไม่ใช่แค่ฝันอีกต่อไป เพราะอย่างที่บอก ถ้าเอาเรื่องจริงมาตีแผ่ เรียลสตอรี่บางอันของบ้านเรานี่ Parasite ยังอาย

Good time คือคำตอบว่า โรเบิร์ต แพทตินสัน เหมาะสมกับบท Batman

มีกระแสแอนตี้ก่อตัวขึ้นนิดๆหลังจากที่ โรเบิร์ต แพทตินสัน

อดีตแวมไพร์หน้าขาว ที่ได้บทค้างคาวหน้าHee ไปหมาดๆใน Batman ฉบับใหม่ของผู้กำกับ แม็ต รีฟส์ แต่นั่นอาจเป็นมุมมองของคอหนังที่ไม่ได้ตามงานแสดงของไอ้ร็อบมันจริงๆจังๆ หลังจากผ่านงานแสดงหนังมุ้งมิ้ง และชีวิตเกือบจะลงเหวHee ช้ำรักเพราะนังใจยักษ์คริสเต็น สจ๊วต

ดูหนัง HD

คู่รักคู่ขวัญหนีไปสมสู่กับผู้กำกับหนังที่นางแสดง ดูเหมือนร็อบจะไม่รับงานสเกลใหญ่ๆอีกเลย เขาพยายามพิสูตน์ตัวเองมาสักพักใหญ่ๆแล้วว่า ที่เห็นในหนังพ่อมด หนังแวมไพร์น่ะกูไม่ได้เอาจริง แต่งานยุคหลังๆนี่แหละ พวกมึงเตรียมตัวถวายออสก้าร์ให้กูกันได้เลย และ Good time หนังปี 2017 คือหนึ่งในบทพิสูจน์นั้นที่เอาไว้เปิดวาร์ปให้คนที่แอนตี้แล้วบ่นว่าไอ้ร็อบมันไม่เหมาะกับการเป็น ดูหนัง HD บรูซ เวย์น คนใหม่ได้ดู เพราะตลอดระยะเวลาหนึ่งชั่วโมงสี่สิบของหนังเรื่องนี้ มันเต็มไปด้วยการแสดงที่บ้าดีเดือด ทรงพลัง และคู่ควรกับบท Batman จริงๆสำหรับอดีตพ่อมดแวมไพร์ผู้นี้ พูดถึงตัวหนัง Good time นั้นเอาจริงๆกูได้ดูมาตั้งแต่ปี 2017 แล้ว เลยมั่นใจเสียเต็มประดาว่าไอ้ร็อบแม่งของจริง คือเหมือนกูนั่งดูชีวิตคนเหี้ยๆคนหนึ่งที่แม่งทำอะไรโดยไม่สนฝีสนแปดใดๆทั้งสิ้น มันวิ่งพล่าน มันตะลอนๆทำระยำตำบอนไปทั่ว ระหว่างนั่งดูไปก็คิดว่าหนังมันให้อะไรกับกูวะ จะเอาใจช่วยให้มันผ่านอุปสรรคต่างๆนานาไปได้ก็รู้สึกว่ากูจะเอาใจช่วยมันทำเหี้ยอะไรคนส้นตีนแบบนี้ แต่เชื่อมั๊ยว่ามันคือหนังที่ทำขึ้นมาเพื่อตลบหลัง แล่เนื้อ เอาเกลือดราดซ้ำของบรรดาหนังด้วยกันหลายๆเรื่องบนโลกนี้อีกที แล้วตะโกนบอกหนังเหล่านั้นว่า พวกมึงอย่าโลกสวยกันมากจะได้ไหม!! ไม่ว่าจะเป็นหนังบางเรื่องที่พล็อตมันจะประมาณ มีพี่หรือน้องเป็นออทิสติกก็ดี ทั้งหนังปล้นธนาคารก็ดี หนังแก๊งสเตอร์ก็ดี หนังปลอมตัว หนังตลกผิดฝาผิดตัว หนังรัก หนังห่าเหวอะไรก็ตามที่จบลงด้วยอารมณ์บวกๆที่ทำให้คนดูได้ความโลกสวยและข้อคิดบวกๆกลับไป คือพวกมึงไปไกลๆส้นตีนเลย สังคมเสื่อมทรามที่แท้จริงต้องหนังเรื่องนี้เว้ย ไม่มีการปรุงแต่งหรือมีคำคมสวยหรูจรรโลงใจใดๆทั้งสิ้น มีแต่ความเหี้ยห่าบ้าเลือดของไอ้ร็อบให้มึงดูนี่แหละ ชอบมาก ยกให้เป็นอีกซีนที่น่าจดจำเลยคือซีนที่คนเหี้ยๆสองคนนั่งเถียงกันว่าใครดีกว่าใคร แม่งหนักข้อจริงๆ ทั้งน่าสมเพช ทั้งน่าขบขัน คือกูไม่ได้เข้าข้างฝ่ายไหนนะเพราะแม่งส้นตีนทั้งคู่ แต่มันเสือกเป็นซีนที่วิพากย์วิจารณ์สังคมโดยให้คนเหี้ยสองคนนั่งคุยกันเนี่ยแหละ จริงๆคือหนังแม่งเหี้ยตั้งแต่ตั้งชื่อหนังแบบโลกสวยแล้วล่ะ มัน Good time ตรงไหนมิทราบ ฟังชื่อหนังทีแรกกูนึกว่าจะเป็นหนังดราม่าฟีลกู้ด โรเบิร์ต แพทตินสัน มาแบบผมเรียบแปล้ หล่อๆเก๊กๆ แต่กลายเป็นสิ่งที่ปรากฏบนจอตลอดเกือบๆสองชั่วโมงมันตรึงคนดูไว้ด้วยความเหี้ยล้วนๆ มันสนุกตรงลุ้นว่าแม่งจะทำเหี้ยห่าอะไรต่อไปนี่แหละ หนังไม่ได้สอนอะไรคนดูนอกจากโชว์ความเหี้ยของโรเบิร์ต แพทตินสัน ที่แม่งเหี้ยได้ใจจริงๆ มันก็เลยไม่ได้เป็นขวัญใจบนเวทีรางวี่รางวัลใดๆ คือถ้าจะบอกว่า หนังออนไลน์ Good time คือหนังในลิสต์ที่ไอ้ร็อบมันยกมาประกอบให้ทีมงานพิจารณาในการแคสบท Batman กูก็เชื่อมึงนะ แล้วไม่แปลกใจที่แม่งจะได้เล่นหนัง Tenet ของโนแลน เชื่อว่าเป็น Good time เรื่องนี้ แล้วก็ The Rover ปี 2014 อีกเรื่องหนึ่งที่ไอ้ร็อบมันเอามาให้ผู้กำกับ Batman หรือแม้แต่โนแลนเองก็ตาม พิจารณามัน

เพราะถือเป็นหนังที่แม่งปล่อยของทั้งคู่ ใครข้องใจในตัวไอ้ร็อบมึงไปขุดไปหามาดูกันซะแล้วหุบปากไปเลยถ้าจะมาบอกว่าไอ้ร็อบไม่เหมาะสมกับบท บรูซ เวย์น แค่เพราะมึงเคยดูแต่หนังแวมไพร์ตีกับหมาป่าโง่ๆเรื่องนั้น

เหล้าบ๊วย อีกหนึ่งอุปกรณ์ซ่อมความพัง ในบรรยากาศหนาวๆ

ทุกครั้งที่ดูหนังเกาหลี และมีตัวละครซักคนที่กระดกเหล้าโซจูลงคอ

มันจะทำให้คนดูกลืนน้ำลายตามโดยอัตโนมัติ แม้รสชาติจริงๆมันจะบาดคอสักแค่ไหนก็ตาม จำได้ว่าตอนดู กวน มึน โฮ ครั้งแรก กูวิ่งหาซื้อเหล้าโซจูมาแดกแกล้มหมึกสดๆเป็นบ้าเป็นหลัง แม้ท้ายที่สุดจะลงเอยด้วยการขี้แตก เพราะหมึกเกาหลีเป็นๆดิ้นแด่วๆในปากพี่เต๋อนั้น

ดูหนัง HD

ไม่น่าจะเหมือนหมึกสดแถวตลาดบางกะปิบ้านกูสักเท่าไหร่ แต่ก็ยังถือว่าสนองความอยากไปได้เหมือนกัน โซจู คืออีกหนึ่งความชาตินิยมของเกาหลีที่ใส่เข้ามาในหนังเพื่อเชื้อเชิญให้ผู้คนทั่วโลกที่ได้ดูหนังหรือซีรี่ส์เกาหลี ได้หันมาลองสาดโซจูผ่านลำคอ น้อยครั้งที่ตัวละครในหนังเกาหลีซักตัวจะกระดกเบียร์หรือวิสกี้ ดูหนัง HD อย่างมากก็เป็นโซจูบอมบ์(หย่อนโซจูลงแก้วเบียร์อีกที) การทำเหล้าขาวซักแบรนให้ติดตลาดโลกได้โดยผ่านการยั่วยวนบนจอหนังนี่ไม่ใช่ความสำเร็จบนความบังเอิญแน่นอน (ดีแล้วที่มึงไม่เชื้อเชิญกูให้แดกหมาผ่านหนังของมึง กูยิ่งหวั่นไหวกับของแดกในจอหนังง่ายๆอยู่ด้วย) Low season สุขสันต์วันโสด คืออีกหนึ่งความสำเร็จเล็กๆที่ทำให้คนดูกลืนน้ำลายตามการกระดกเหล้าบ๊วยของตัวละคร ก็มึงเล่นซดเหล้าบ๊วยกันทั้งเรื่อง จนกูแทบอยากลุกออกไปหาซื้อเหล้าบ๊วยมานั่งจิบในโรงไปกับพวกมึงจริงๆ อย่างน้อยแอร์ฉ่ำๆในโรงก็แทนอากาศหนาวๆแบบในหนังได้ ขาดก็แค่กองไฟบนชานบ้านแบบในหนังเท่านั้น เหล้าบ๊วย อาจยังใหม่สำหรับคนทั่วไป แต่สายเที่ยวเหนือ สายเดินป่า สายกางเต๊นท์ นี่คืออะไรที่เริ่มนิยมกันมาสักพักใหญ่ๆแล้ว แล้วแต่ว่าจะนิยมชมชอบสูตรไหน ถ้าของญี่ปุ่นก็จะอ่อนและเป็นมิตรต่อคอหน่อย รสหวานแดกง่าย แต่ตายเยี่ยงหมาข้างถนนเช่นกันถ้ากระดกเพลินไปหน่อย แต่ดูจากความใสของเหล้าบ๊วยในหนัง Low season แล้ว เชื่อว่ามันคือรสชาติความโหดเข้มข้นที่ใช้เหล้าขาว 40 ดีกรี เป็นส่วนผสม คนญี่ปุ่นดั้งเดิมแท้ๆยังทำหน้าเหยเกเมื่อเจอเหล้าบ๊วยจากแถบๆเหนือบ้านเรา เหล้าขาวเหยี่ยวเงิน เหล้าขาวหมาใจดำ อะไรพวกนี้ก็นิยมใช้หมักเป็นเหล้าบ๊วย เหล้าบ๊วย หรือ อูเมชู (Umeshu) หากจะพูดย้อนกลับไปหาต้นตอจุดกำเนิด ว่ากันว่าเดิมทีก็เป็นเหล้าโซจูของเกาหลีนี่แหละ คนญี่ปุ่นเข้าไปเอาของคนเกาหลีมาแล้วนำมาหมักดองกับผลไม้ประจำฤดูกาล อาทิเช่น พีช , แอปเปิ้ล และ ลูกพลัม(หรือบ้านเราเรียกบ๊วย) คนญี่ปุ่นจึงค้นพบว่าการดองลูกพลัม หรือบ๊วยนี่แหละอร่อยที่สุด ส่วนชาติอื่นๆจะเอาไปดัดแปลงส่วนผสมให้เป็นสไตล์ของตนเองยังไงนั้นก็แล้วแต่สะดวก อย่างทางเหนือบ้านเรานี่นิยมดองกับเหล้าขาวดีกรีโหด แบบสามเป๊กได้รู้เรื่องกันเลย ทำไมคนทางเหนือที่ไปกางเต๊นท์ ไปเดินป่า ไปเช่าโฮมสเตย์อยู่กัน ถึงไม่ค่อยนิยมชมชอบการดื่มเบียร์หรือเหล้า จากประสบการณ์การแดกเหล้ามาแล้วตั้งแต่ดีกรีอ่อนๆไต่ระดับไปยันเหล้าที่ทำจากดีจระเข้ 65 ดีกรี คอเหล้าสายป่าจะรู้ดีว่า การแดกเบียร์มันทำให้ลุกไปฉี่กันบ่อยๆ ไอ้บรรยากาศตอนกลางวันน่ะไม่เท่าไหร่ แต่พอตะวันตกดินเท่านั้นแหละ ความวังเวงมาคุรายรอบมันไม่น่าเอื้ออำนวยต่อการไปยิงกระต่ายบ่อยๆสักเท่าไหร่ การแดกเหล้าดีกรีหนักๆเน้นๆจึงถือเป็นทางออกแก้หนาวที่ทำให้เราไม่ต้องลุกเดินไปฉี่กันบ่อยๆ เราไม่รู้หรอกว่าในป่าเขาลำเนาไพรมีอะไรซ่อนอยู่ในความมืดบ้าง เหตุผลในเรื่องของการขนส่งก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้คนนิยมซดเหล้าดีกรีแรงๆมากกว่าการขนลังเบียร์ แบกถังน้ำแข็งขึ้นเขา อากาศแม่งก็หนาวเหน็บอยู่เป็นทุนเดิมแล้ว มึงยังจะแดกของเย็นๆกันทำผีป่าอะไร เหล้าบ๊วยจึงถือเป็นการพบกันครึ่งทางของสายเมาชายและหญิง เพราะขืนให้สาวๆกระดกเหล้าขาวหมาใจดำกันเพียวๆคงได้ลงไปกองตั้งแต่ห้าเป๊กแรก แต่ถ้าเอามาปรุงเป็นเหล้าที่มาในรูปแบบดองผลไม้อะไรซักอย่าง ใส่น้ำตาลเพิ่มความลื่นคอไปหน่อย หนังถ่ายทอดสด เชื่อว่าจะเป็นอะไรที่ดีไม่น้อยท่ามกลางอุณหภูมิควันออกปากและอยู่หน้ากองไฟ หากโซจู คือเอกลักษณ์หนึ่งให้คนทั้งโลกจดจำเกาหลีใต้ เหล้าบ๊วยในหนัง Low season ก็ถือได้ว่าเป็นเครื่องดื่มที่ได้สร้างอิมแพ็คต่อคนดู นี่ถ้าหนังเรื่องนี้มันประสบความสำเร็จมากกว่านี้ ไม่แน่ว่าวัฒนธรรมการดื่มเหล้าบ๊วยมีสิทธิ์ได้บูมไปในหลายๆภูมิภาคของประเทศไทยได้เหมือนกัน และมันอาจเป็นเหล้าที่ใช้กระตุ้นเศรษฐกิจของชาวเหนือของประเทศไทยได้ไม่ยากเย็น เพราะรูปแบบการหมักดองที่มีสเน่ห์น่าลิ้มลองในขวดโหลสวยๆเก๋ๆ

เกษตรกรชาวเหนือ รวมถึงชาวเขานิยมปลูกบ๊วยกันมาก ถือเป็นอีกหนึ่งพืชเศรษฐกิจที่คนภาคอื่นอาจยังไม่รู้ แต่อย่างที่รู้ๆกันว่า การหมักดองเหล้าแดกเองภายในครัวเรือนแม่งยังเสี่ยงโดนจับในประเทศนี้เลย

แดนนี่ เทรโฮ ดาราที่น่าสงสารสุดในฮอลลีวู้ด

แดนนี่ เทรโฮ ทุบสถิติรับบท “ตาย” มากที่สุด เล่น 135 เรื่อง ตาย 65 เรื่อง

ดูเหมือนว่าแดนนี่ เทรโฮ นักแสดงฮอลลีวู้ดชาวอเมริกันเชื้อสายเม็กซิกัน วัย 75 ปี จะถูกโฉลกกับบทตายมากเป็นพิเศษ เพราะไม่ว่าจะรับบทไหน ก็มักจะจบด้วยการตาย (ในจอ) แทบทุกครั้ง ประมาณว่าเข้าแก๊งไหน หัวหน้าตายหมด ตลอดชีวิตการแสดงที่ผ่านมานั้น แดนนี่แสดงหนังไปแล้ว 135 เรื่อง

ดูหนัง

และมีถึง 65 เรื่องที่เขารับบทเป็นตัวละครที่ต้องเสียชีวิต เช่น ถูกแทงที่หน้าอก ในหนังเรื่อง From Dusk Till Dawn, ประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตก จากหนังเรื่อง Con Air หรือว่าจะถูกฆ่า แล้วถูกตัดหัวมาวางบนกระดองเต่า ในหนังเรื่อง ดูหนัง Breaking Bad ซึ่งฉากนี้กลายเป็นหนึ่งในฉากตายซิกเนเจอร์ของเขา แต่ขออภัยที่ภาพมันโหดร้ายเกินไป จึงไม่ได้นำมาให้ดูกัน จากสถิติดังกล่าวทำให้แดนนี่ เทรโฮ กลายเป็นนักแสดงที่รับบทตายบนแผ่นฟิล์มมากที่สุด แซงหน้าคริสโตเฟอร์ ลี นักแสดงชาวอังกฤษ เจ้าของบทพ่อมดซารูมานในเรื่อง The Lord of the Rings ที่รับบทตายมากถึง 60 เรื่อง นอกจากนี้ยังมีแลนซ์ เฮนริกสัน นักแสดงชาวอเมริกัน ม้ามืดผู้ท้าชิงบทตายที่กำลังไล่ตามมาติดๆ ด้วยสถิติ 51 เรื่อง ส่วนฝั่งนักแสดงหญิงที่รับบทตายมากที่สุดคือเชลลีย์ วินเทอร์ส อยู่ที่ 20 เรื่อง โปรแกรมหนัง ที่แดนนี่แสดงมักจะเป็นแนวบู๊ล้างผลาญ และเขาก็มักจะเป็นพวกวายร้าย นี่จึงอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาต้องตายเร็วกว่าบททั่วไป แต่ตัวจริงเขาไม่ได้ร้ายเหมือนในจอหรอกนะ

ที่สหรัฐอเมริกาเคยมีข่าวใหญ่ว่าเขาเป็นฮีโร่ช่วยชีวิตเด็กจากอุบัติเหตุรถคว่ำด้วยล่ะ ไม่รู้ว่าการที่แดนนี่รับบทที่ต้องตายก่อนนักแสดงคนอื่นๆ (ในหนัง) นั้น จะทำให้เขาได้รับค่าตัวแค่ครึ่งเดียวหรือเปล่า น่าวงวารเขานะคะ

Low season สุขสันต์วันโสด

ถือเป็นโคตรเซอร์ไพรส์อีกเรื่องหนึ่งตั้งแต่ต้นปี

ที่ไม่ได้มาเพื่อขายดาราตลกเต็มเรื่องอย่างหนังไทยด้วยกันที่ชอบทำ แต่หนังมันโคตรตลกและทำให้ยิ้มได้ตลอดตั้งแต่ต้นยันจบ หนังแค่พูดถึงคนพังๆหลายๆคนที่มาเจอกันในสถานที่ที่เอาไว้ซ่อมความพังทางหัวใจ โดยที่คนเหล่านี้ก็ไม่ได้พยายามซ่อมความพังให้กันและกัน เพราะตัวเองก็แทบจะเอาตัวไม่รอด

ดูหนัง

ที่ทำได้ก็มีแค่แดกเหล้าด้วยกัน ทำความรู้จักกัน และแบ่งปันความพังของหัวใจให้กันรับฟัง โดยที่พวกเขาก็ไม่รู้ตัวว่าตนเองก็มีสถานะเป็นเหมือนเศษผ้าพังๆขาดๆที่ใช้การไม่ได้ แต่เสือกสามารถเอาไว้เย็บปะให้ผ้าผืนอื่นที่พังให้กลับมาเป็นผ้าที่ดีขึ้นได้ อยากบอกให้ไปดูเถอะ ไม่ใช่แค่คนพังๆช่วยซ่อมคนพังด้วยกันในหนัง แต่มันสามารถซ่อมอารมณ์พังๆในวันห่วยๆให้คนดูได้ หนังมันมี ผู้คน ป่าเขา และ เหล้าบ๊วย ให้คนหลงรักได้จริงๆ ดูหนัง ใช้เวลากับบางสถานการณ์นานเกินพอดี แม้ว่ามันจะเป็นสถานการณ์ที่บันเทิงเอามากๆอย่างการเจอกับพี่เปิ้ล นาคร ซึ่งกว่าจะเคลียร์ตรงนั้นได้ก็ทำให้รู้สึกว่าอยากรู้ part ต่อไปของชีวิตพระเอกนางเอกแล้ว รีบๆฮารีบๆเคลียร์ได้แล้ว เพราะโดยปรกติตัวที่มาแย่งซีนในหนังให้คนจดจำและโหยหาอาลัยอยากให้เขาโผล่มาในหนังบ่อยๆ ก็ต้องโผล่มาเป็นระยะๆแบบน้าค่อมในหนังไทยหลายๆเรื่อง หรือโผล่มาซีนเดียวให้ได้ฮาตับใหญ่ไปเลยแบบน้าหม่ำในสายล่อฟ้าไปเลย ไม่ใช่มาถ่ายแล้วต้องเอาให้คุ้มคิวและค่าตัว แล้วเพราะพี่เปิ้ล มาริโอ้ และ พลอย เล่นได้เข้าขากันมาก ฮามากนี่แหละทำให้หนังเลือกที่จะไม่ตัดออก ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อหนัง มันเกิดอาการ”แช่”เกินจำเป็น(ไม่ได้มีแค่ซีนพี่เปิ้ลนะที่แช่)จนเนื้อเรื่องส่วนที่แช่มันไปกินพื้นที่ในส่วนที่ควรต้องขยี้ให้หนักๆ ซึ่งไอ้ที่โดนกินพื้นที่มันดันเป็นในส่วนไคลแม็กซ์ท้ายๆที่ควรจะซึ้งกว่านี้นี่แหละ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่านี่คือหนังที่ดูสนุกและขายสเน่ห์ทั้งตัวละครและโลเคชั่นได้ดีจนอยากแพ็คกระเป๋าขึ้นไปเมาบนดอยซะเดี๋ยวนี้เลย หาไม่ง่ายเลยที่หนังไทยจะฮาได้แบบไดอาล็อกธรรมชาติโดยที่ไม่มีการ ปู ชง ตบ แบบที่หนังไทยชอบทำเพื่อขายฮา ความฮาเรื่องนี้เกิดจากพฤติกรรมของตัวละครที่แทบจะไร้การปรุงแต่ง อย่างซีนนั่งรถโดยสารแล้วมีรถมอร์ไซค์เสียงดังขับผ่าน นางเอกหันไปแบบสบถใส่ คือมันเรียล มันนอกเหนือจากบท แต่ถ้าเป็นความจงใจก็ถือว่าผู้กำกับแกแม่นดี จำได้ว่ามีหนัง รักหมดแก้ว เมื่อไม่กี่ปีก่อน ที่มาในแบบคล้ายๆกันคือ ขายฉากแดกเหล้ากับเพื่อนๆพี่ๆแบบนี้เลย แต่เรื่องนั้นเหมือนคนเพิ่งหัดแดกเหล้ามาทำหนังให้คนแดกเหล้าดู ส่วนเรื่องนี้ แม่งคือคอเหล้าทำ เว็บดูหนัง แน่ๆ เพราะหลายๆอันที่พังๆเพราะเหล้าในเรื่องนี้กูเคยผ่านมาหมดละ หนังแนวๆ นี้ถ้าทำให้ขำได้ไปตลอดทั้งเรื่องได้นี่ก็ถือว่าผ่านละนะ แต่เรื่องนี้มันทำให้รู้สึกดีมาก วันห่วยๆที่เข้าไปดูแบบไม่คาดหวังอะไร แม่งซ่อมความรู้สึกได้จริงๆ ความรู้สึกประมาณ กูอยากมีแฟนแบบนี้ อยากไปที่แบบนี้ อยากมีเพื่อนฝูงมีพี่ๆแบบนี้(แต่ไม่อยากเจอผีนะ) ซึ่งแม้ในชีวิตจริงกูจะเบื่อหน่ายกับอีประเภทที่กลัวแม่งทุกสิ่งบนโลกใบนี้ก็ตาม

เบื่อเพื่อนๆน้องๆที่สร้างแต่เรื่องปวดหัวให้ตลอด เบื่อรถแดงเชียงใหม่ที่ฟันได้เป็นฟัน เบื่อๆๆ แต่ถือว่าดูเรื่องนี้เยียวยาชีวิตจริงก็ใช้ได้เลย อยากให้หนังได้เงินเยอะๆ ไปดูน้องพลอยกับมาริโอ้นี่ก็คุ้มค่าตั๋วเกินครึ่งแล้วนะ

“วุ่นรักนักข่าว” ทาง PPTV ช่อง 36 และ Line TV

อันนี้น่าสนใจ “วุ่นรักนักข่าว” ละครไทยน้ำดีที่ไม่ได้มีให้เห็นกันบ่อยๆ

เพราะเรื่องนี้ไม่เน้นตบตีแย่งชิงผัวชิงเมีย แต่มันคือเรื่องราววุ่นๆภายใต้ฉากหน้าของผู้ประกาศข่าวสองคนที่เป็นคู่รักกัน แต่ฉากหลังนี่เกลียดกันอย่างกับขี้ แอนดริว เกร็กสัน กลับมาเล่นแนวถนัดอีกครั้งหลังจากไปแนวดาร์คๆตั้งนานสองนาน ประกบคู่กับสวยไม่สร่างอย่าง นุ่น วรนุช

หนัง HD

ที่ต่างฝ่ายต่างล้วนมีฝีปากเอาไว้ฟาดฟันกันหลังฉากโต๊ะอ่านข่าว ละครพูดถึง ภากร(แอนดริว) กับ อรณิชา(นุ่น) สองคู่รักคู่หมั้นผู้ประกาศข่าว SKTV ที่เบื้องหลังเกลียดกัน เพราะภากรดันเป็นเกย์ หลอกใช้ อรณิชา เพื่อไต่เต้า แต่ด้วยหน้าที่การงานจึงต้องยังคงเล่นละครตบตาคนทั้งประเทศ มันไม่ใช่ความกุ๊กกิ๊กแบบสูตรสำเร็จอย่างที่เข้าใจ เพราะเกิดอุบัติเหตุบางอย่าง ทำให้ ภากร อยู่ในอาการโคม่า หนัง HD แต่ทว่าทีมบริหาร SKTV ดันได้ตัว ตรีศิลป์ หนุ่มลูกครึ่งตกอับที่มีหน้าตาเหมือนภากรอย่างกับฝาแฝด มาสวมรอยเล่นละครตบตาเป็นภากรอีกที เรื่องราววุ่นๆปั่นๆจึงเกิดขึ้น หมัดเด็ดอีกอย่างคือเหล่าดาราสมทบรุ่นน้อยใหญ่ที่ขนกันมาสร้างสีสัน บอกเลยว่าเด็ดและปั่นทุกตัว อาทิ บุ๋ม ปนัดดา ซึ่งบทเจ๊เรื่องนี้ ปะ ฉะ ดะ มากๆ ซีนเกรี้ยวกราดใส่ลูกน้องนี่ฮาหงายท้องทุกซีน ไม่มีกั๊กคำหยาบกันเลย แซ่บจริงๆ , กบ ทรงสิทธิ์ , วัชระ ปานเอี่ยม , ซานิ นิภาภรณ์ ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดล้วนมาในบทบาทเจ้าหน้าที่ส่วนต่างๆในห้องข่าวป่วนๆอย่าง SKTV เป็นละครจิกกัด แซะวงการข่าว เบื้องลึกเบื้องหลังที่อาจ ดูหนังผ่านเน็ต ไม่ได้เป็นอย่างที่คุณเห็นหน้าฉาก รวมถึงการตีแผ่วงการทำข่าวต่างๆแบบให้คนดูรู้กันไปเลย ถึงระบบการทำงานหลังกล้อง แถมละครยังสอดแทรกเอาประเด็นความรักของเพศที่สาม เข้ามาให้ได้จิ้นกันอีก เพราะแอนดริวรับบทเป็นสองตัวละครที่ต่างกันสุดขั้ว และเราจะได้เห็นแอนดริวประทับร่างทรงเกย์ตัวพ่ออีกด้วย ส่วนในรายของสาวนุ่น วรนุช นั้นเป๊ะทุกซีน สวยราวกับนางฟ้านางสวรรค์

เธอเล่นบทกุ๊กกิ๊กพ่อแง่แม่งอนได้เพลินตาเหลือเกิน “วุ่นรักนักข่าว” ออกอากาศสดๆในวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น. ทาง PPTV ช่อง 36 และสามารถรับชมย้อนหลังได้ทาง Line TV ละครดีๆห้ามพลาด

สองผู้ท้าชิงบท 007 ต่อจาก แดเนียล เคร็ก

BoyleSports บ่อนรับพนันแบบถูกกฏหมายของไอร์แลนด์

หั่นลดราคาสองนักแสดงที่คาดการณ์ว่าจะมารับบท 007 คนต่อไปแทนที่ แดเนี่ยล เคร็ก โดยในรายของ คิลเลียน เมอร์ฟี (ตาหวาน) ราคาอยู่ที่ 14/10 ลดลงจาก 20/1 ซึ่งนักแสดงไอริชผู้นี้ถือเป็นอีกคนที่มีข่าวลือกับ 007 บ่อยมาก เพราะบทบาทของเขาในซีรี่ส์ Peaky Blinders มันเท่เหลือแดก

หนัง HD

ประจวบเหมาะกับที่ผู้กำกับ คริสโตเฟอร์ โนแลน เองก็มีข่าวพัวพันกับโปรเจ็ค 007 มาตลอด ซึ่งทั้งคู่ถือเป็นผู้กำกับ/นักแสดงที่เรียกใช้บริการกันบ่อยมากๆ อีกคนที่น่าจับตาคือ เจมส์ นอร์ตัน นักแสดงหนุ่มวัย 34 จากเมืองหลวงของอังกฤษ ก็คืออีกหนึ่งตัวเลือกที่ทีมผู้สร้างให้ความสนใจ เขามีผลงานโดดเด่นและเข้ากับมาด 007 เหมือนกันจากซีรี่ส์ McMafia หนัง HD โดยทาง BoyleSports ลดราคาแทงจาก 13/8 เหลือ 11/8 ซึ่งเป็นอะไรที่มาแรงเหมือนกัน เพราะบ่อนพนันแถบๆนั้นค่อนข้างแม่นเรื่องอะไรเหล่านี้ ตอนนี้แฟนเดนตายเอนเอียงไปทางฝั่ง คิลเลียน เมอร์ฟี (ตาหวาน) มากกว่า เพราะมีเปอร์เซ็นต์ที่ถ้าหากพี่ตาหวานได้บทนี้ไป ก็แสดงว่ามันจะเป็น 007 ภายใต้ฝีมือกำกับของ คริส โนแลน อย่างแน่นอน แต่หากหวยไปลงที่ เจมส์ นอร์ตัน McMafia นำเสนอเรื่องราวของครอบครัวมาเฟียที่ดำเนินเรื่องผ่าน อเล็กซ์ ก็อตแมน ลูกชายมาเฟียรัสเซียผู้ถูกเนรเทศออกจากบ้านเกิดได้เติบโตในประเทศอังกฤษ เขาจึงใช้ชีวิตในแบบของเขา เว็บสตรีมหนัง โดยเขาและ รีแบคก้า แฟนสาวได้ร่วมกันทำธุรกิจที่ถูกกฎหมายและพยายามที่จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจด้านมืดของครอบครัว แต่แล้วก็มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น เมื่อคนในครอบครัวของเขาถูกสังหาร และคนที่อยู่ข้างๆกายโดยคุกคาม เพื่อปกป้องคนที่เขารักเขาจึงตัดสินใจที่จะกลับเข้าสู่ด้านมืดอีกครั้ง

เราก็น่าจะได้ดูการรีบูทจักรวาลเริ่มนับหนึ่งใหม่ของ เจมส์ บอนด์ เพราะด้วยวัยของ เจมส์ นอร์ตัน แล้ว ก็น่าจะย้อนไปตั้งแต่เป็นสายลับฝึกหัดด้วยซ้ำ ว่าแต่ ทีมผู้สร้างมึงไม่ทำ 007 เวอร์ชั่นผิวสี เวอร์ชั่นหญิงกันแล้วเหรอ?

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น