ถึงเวลา ที่เราจะจูงมือพ่อแม่ ไปดูหนังบ้าง ใน Mother game (2020)

แม้ยังใช้ประโยชน์จากความเกรียน และ อาการหัวร้อน ได้ไม่ดีพอ

แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าหนังนำเสนอในด้านความสัมพันธ์แม่ลูก และคนยุคเก่า-ยุคใหม่ ได้ค่อนข้างดีทีเดียว เมสเสจของหนังอาจช่วยทลายกำแพงอะไรบางอย่างจากคนหัวโบราณได้ไม่มากก็น้อย มันจึงเป็นหนังที่บุตรหลานควรจูงมือผู้ปกครองไปร่วมรับชมเป็นอย่างยิ่ง แต่อย่างที่บอก หรือเพราะการรีเสิร์ชข้อมูลของทีมงานยังไม่ตลาดล่างพอ (ขอใช้คำนี้ทั้งที่ไม่อยากใช้)

เลยทำได้แค่นำเสนอในส่วนของ business กับความโลกสวยของวงการเกม โดยแทบไม่ได้ลงไปแตะคนเล่นในชนชั้นล่างๆลงไปเลย แม้แต่ในส่วนธุรกิจเกม ระบบต่างๆ ข้อมูลก็ยังดูอ่อนกว่า App war งานเก่าของผู้กำกับที่ลึก และดีกว่ามากๆ ถามว่าถ้ารีเสิร์ช ดูหนังออนไลน์ ลงไปล่างกว่านี้แล้วเอามาใส่ในหนังมันดีต่อหนังยังไง ดีแน่นอน เพราะเราจะได้เห็นความเดือดดาล อารมณ์พุ่งพล่าน คำหยาบเหี้ยห่า มาเต็มกว่านี้แน่ๆ ก็เข้าใจว่าหนังไปทางนั้นไม่ได้ อาจเพราะเหตุผลด้านการตลาดของผู้สนับสนุนอย่าง Garena ที่ไม่อยากให้ภาพของ e sport ออกมาดูตลาดล่างมากกว่าที่เห็นในหนัง เราจึงได้เห็นหนัง e sport ของชนชั้นกลางที่แทบไม่มีอาการหัวร้อนให้เห็นแบบในชีวิตจริงเลย

ดูหนังออนไลน์

แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ลงไปแตะชีวิตชนชั้นล่างเลย

เพราะมีตัวละครบางตัวที่บ้านอยู่ในชุมชนแออัดริมทางรถไฟ ซึ่งยอมรับตามตรงนี่คือส่วนดีที่สุดและน่าสะเทือนใจพร้อมๆกับน่าเอ็นดูที่สุดในหนังเช่นกัน ก็ยังดีที่หนังไม่ลืมพาคนดูไปประสบพบเจออะไรแบบนี้ แต่เมื่อมานั่งคิดในอีกแง่ การที่ตัวละครที่มีบ้านอยู่ในชุมชนรางรถไฟชอบพูดจาหยาบคาย ก้าวร้าวเกินวัย นั่นก็เพราะตัวละครตัวนั้นมา

จากที่ๆเขาอยู่นั่นแหละ มันเลยเป็นทั้งผลดี และผลเสียในตัวอย่างเลี่ยงไม่ได้ ตัวหนังและเทคนิคการนำเสนอ ลูกล่อลูกชนและมุกตลกต่างๆถือว่าทำได้สนุกใช้ได้ อาจมีซีนที่ทำให้กลอกตามองบนบ้างกับมุกจีบกันเห่ยๆแนวละครหลังข่าว แต่ถือว่าการมีอยู่ของ อ้อม พิยะดา ก็สามารถช่วยตบๆแต่งๆพาให้เด็กๆเอาตัวรอดไปได้ทั้งในส่วนของความฮาหรือแม้แต่ดราม่า ซีรี่ย์ Netflix อ้อมก็ยังเป็นอ้อม ดูดีสมวัย แม้การแต่งหน้าบางซีนจะทำให้หน้าเธอดูโดดๆไปบ้างก็ตาม ก็ถ้าไม่ซีเรียสว่าวงการเกมมันบ้าระห่ำกว่านี้มาก มันก็ยังเป็นงานที่ดูสนุกได้เพลินๆ แต่ทำแบบนี้พวกเล่นเกมจริงๆ มันดูหนังแล้วคงแบบถอนหายใจใส่นั่นแหละ เพราะโลกแห่ง RoV หรือเกมอีกหลายต่อหลายเกมจริงๆมันดุกว่าในหนังมากๆ ส่วนตัวเป็นคนไม่เล่นเกม (แต่เจอคนเล่นเกมมาทั้งชีวิต) ถือว่าโอเคกับหนังในระดับหนึ่ง

อย่างน้อยเมสเสจที่หนังพยายามจะส่งผ่านไปยังคนรุ่นเก่าก็น่าสนใจ เป็นหนังส่งเสริมสถาบันครอบครัวที่คราวนี้ลูกหลานควรเป็นฝ่ายจูงมือพ่อแม่ไปดูบ้าง แต่สำหรับคอเกมฮาร์ดคอร์อาจมีมองบนในความโลกสวยของหนังนิดนึง

รำลึกเหตุการณ์ 9/11 หนังอิงกระแส กับแผลในใจที่ยังไม่หายดี

มีคำถามมากมายในขณะนั้น จากคนอเมริกาและทั่วโลก ยิงตรงถึง Universal Pictures

ถึงการส่งหนังอย่าง United 93 เข้าฉาย เนื่องด้วยเหตุการณ์ 9/11 เพิ่งผ่านพ้นไปเพียง 5 ปี บาดแผลในใจของคนอเมริกันและชาวโลกยังไม่ทันหายดี แต่ทางสตูดิโอยืนยันว่า United 93 คือหนังสดุดีความกล้าหาญของคนในเที่ยวบินลำนั้น โดยผ่านการหาข้อมูลและทำเรื่องขออนุญาตไปยังญาติๆผู้เสียชีวิตในเที่ยวบินนั้นแล้วแบบเรียงตัว

ในขณะที่มีการถกเถียงกันอย่างรุนแรง หนังทุนสร้างเพียง 15 ล้านเหรียญ เรื่องนี้ก็จบรายได้ทั่วโลกไปที่ 76 ล้านเหรียญ แน่นอนว่ามันไม่ค่อยน่าพอใจมากนักสำหรับหนังที่พูดกันตามตรงว่าเป็นการอิงกระแสจากเหตุโศรกนาฏกรรม ​ดูหนังออนไลน์​ 9/11 แต่เมื่อเทียบกับทุนสร้างแล้ว เรื่องนี้ได้กำไรไปเต็มๆหลายเท่า และมันน่าจะทำกำไรได้งามกว่านี้อีก หากหนังถูกสร้างหลังเหตุการณ์ 10 ปี ขึ้นไป ในวันที่บาดแผลชาวโลกเริ่มตกสะเก็ด ในปีนั้นมีหนังอีกเรื่องของ โอลิเวอร์ สโตน อย่าง World Trade Center ที่เข้าฉายหลัง United 93 สามเดือน แน่นอนว่าหนังก้ยังคงทำรายได้ไม่มากพอที่จะเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จจากการเอากระแส และเมื่อเทียบกันแล้วผู้ที่ได้ดูหนัง ทั้งสองเรื่องในขณะนั้น หลายคนเทใจให้ United 93 ของผู้กำกับ พอล กรีนกราสส์ มากกว่า อย่างแรกคือมันเป็นหนังที่สร้างขึ้น เพื่อสดุดีเหยื่อในเที่ยวบินลำนั้นจริงๆ อย่างต่อมาคือเรื่องของความสนุกลุ้นระทึก แม้จะถูกค่อนขอดว่ามันใช่เวลามาสนุกกันมั้ย แต่มันก็ยังยืนอยู่บนพื้นฐานหนังที่น่าเสียเงินให้มากกว่ายานอนหลับขนาดยาวอย่าง World Trade Center ของ โอลิเวอร์ สโตน ที่สร้างขึ้นเพื่อสดุดีเจ้าหน้าที่กู้ภัย แต่ด้วยความที่บารมีของผู้กำกับบรมครู ทำให้หนังจบรายได้ที่ 163 ล้านเหรียญ ซึ่งถือว่าค่อนข้างผิดฟอร์มเมื่อเทียบกับทุน 65 ล้านเหรียญ

ดูหนังออนไลน์

หนังสองเรื่องล้วนมีจุดประสงค์ที่ดี แต่ยังคงเร็วไป ว่ากันว่ามีผู้สร้างอีกหลายเจ้าที่จ้องจะทำหนังเกี่ยวกับ 9/11

ในขณะนั้น หรือก่อนหน้านั้นก็ตาม หนึ่งในนั้นคือหนังของ ไมเคิล เบย์ กับ โรแลนด์ เอมเมอริค ซึ่งล้วนแล้วแต่ถูกล่มโปรเจ็คไปก่อนที่มันจะโดนด่าไปกว่านี้ แต่มาคิดดูอีกที สมมติหาก ไมเคิล เบย์ ทำหนังอิงกระแส 9/11 ณ ตอนนั้น เชื่อขนมกินได้เลยว่า แกจะทำบ่อน้ำตาคนดูแตก และทำรายได้มหาศาลได้อย่างแน่นอน เพราะเบย์ถือเป็นผู้กำกับสายแมส ที่แม้จะขี้โม้ไปบ้าง

แต่เขาทำหนังเกี่ยวกับการปลุกใจเพื่อนร่วมชาติอเมริกาได้ฮึกเหิมคนหนึ่งเลยทีเดียว จริงๆค่ายหนังน่าจะวัดดวงกันไปเลย อยากเห็นเหมือนกันว่า ไมเคิล เบย์ จะโดนด่ามั้ย เพราะปรกติหนังของเขาก็โดนด่าอยู่แล้วแต่เสือกทำเงินแบบมโหฬาร เว็บดู​หนัง ยุคนั้นหากไม่ได้ทำหนังเกี่ยวกับ 9/11 โดยตรง ผู้กำกับหนังหลายๆคนก็พากันแอบหยอดประเด็นนี้เข้ามาบ้าง แต่คุณเชื่อหรือไม่ว่าหนัง 9/11 ที่ทำกำไรที่สุดในช่วงเวลานั้นคือหนังสารคดีของ ไมเคิล มัวร์ อย่าง Fahrenheit 9/11 แถมมันถูกสร้างออกมาฉายหลังเหตุการณ์เพียง 3 ปี โดยทำเงินไปทั้งสิ้น 222 ล้านเหรียญ ด้วยทุนสร้างเพียง 6 ล้านเหรียญ แถมไม่มีใครด่า ไมเคิล มัวร์ ได้เลย ทุกคนมุ่งเป้าไปด่า จอร์จ ดับเบิ้ลยู.บุช กันหมด และหนัง Fahrenheit 9/11 เรื่องนี้เองทำให้สตูดิโอผู้สร้างเจ้าอื่นๆมั่นใจว่าคนอเมริกายังพอรับได้กับการที่จะมีใครสร้างหนังอิงกระแส 9/11 เพราะขนาด ไมเคิล มัวร์ ทำหนังสารคดีให้ออกมาได้ตลกร้ายขนาดนั้นยังทำเงินไปเท่าไหร่ แล้วถ้าทำหนังที่มีเนื้อหาในเชิงสดุดีผู้อยู่ในเหตุการณ์ มันจะทำเงินสักแค่ไหน ก็อย่างที่เห็นกันนั่นแหละ เหมือนว่าทั้ง World Trade Center กับ United 93 จะมาเร็วไป จึงทำให้คนอเมริกาอาจยังไม่ได้เปิดรับ หนังสตูดิโอใหญ่ที่มีการเขียนบทเสริมเติมแต่ง มันต่างจากหนังสารคดีที่หลายๆภาพเหตุการณ์มันคือข้อมูลจริง จุดประสงค์มันย่อมต่างกันชัดเจนว่าหนังมันถูกสร้างมาเพื่ออะไร กรณีนี้ต่างออกไปจากหนังรางวัลออสก้าร์อย่าง Crash ปี 2004 ที่นำเสนอในเรื่องของผลกระทบและการสูญเสียของคนที่ยังมีชีวิตอยู่ การที่หนังเรื่องนี้ได้ทั้งเงินได้ทั้งกล่อง มันถูกยกเป็นกรณีศึกษาและเป็นช่องทางอย่างดีให้สตูดิโอผู้สร้าง ขึ้นอยู่กับว่าใครจะนำเสนอออกมาได้หลักแหลมหรือดูจงใจอิงกระแสกว่ากัน หลังจากแผลสดในใจของคนอเมริกา เริ่มตกสะเก็ดแล้วเป็นแผลเป็น ก็ถึงช่วงเวลาที่ฮอลลีวู้ดพร้อมใจกันเอาคืน

โดยการทำหนังทวงแค้นในรูปแบบตามล่าหัวผู้อยู่เบื้องหลัง The Hurt Locker (2008) กับ Zero Dark Thirty (2012) ของผู้กำกับหญิง แคทริน บิเกโลว์ คือหนังในประเภทนั้น และอีกหลายต่อหลายเรื่องที่ไม่ได้สร้างมาเพื่อปลอบใจกันอีกแล้ว แต่เป็นการชำระแค้นให้อย่างที่ควรจะเป็น

Special Actors เล่นใหญ่ใจเกินร้อย(2019)

​เห็นรอบฉายน้อย เลยชิงดูก่อนเลย เดี๋ยวรอบมันลด

เพราะนี่คือหนังที่ต้องดู แบบเป็นไฟต์บังคับสัสๆ ตั้งแต่สร้างความประทับใจใน One Cut of the Dead ดูเหมือนทีมงานเซ็ตนี้จะถูกจับตาเป็นพิเศษ มีคนรอตามงานเพียบ แล้วพวกเขาก็กลับมาทั้งทีมงานและผู้กำกับ คราวนี้ยังคงทำหนังบูชาศาสตร์และศิลป์ของวงการโปรดักชั่นเช่นเคย

แต่ Special Actors ขอฉีกไปเล่นในส่วนของการแสดง หรือศัพท์ทางการคือ Acting นั่นเอง หนังเปิดเรื่องมาที่หนุ่มจืดไม่มั่นใจในตัวเองที่ฝันอยากเป็นนักแสดง เขาตระเวนแคสงานมาทั่วทุกสารทิศ แต่โรคประจำตัวอันเป็นอุปสรรคทำให้เขาย่ำอยู่กับที่ โรคที่ว่าคือหากเขาเจอสถานการณ์บีบเค้นหนักๆ เขาจะเป็นลมล้มพับไป แล้วโชคชะตาก็นำพาเขาได้ เจอกับญาติผู้น้องที่เป็นนักแสดงในสังกัดหนึ่งชื่อว่า ​หนังใหม่เต็มเรื่อง​ Special Actors สังกัดนี้ไม่ได้ส่งนักแสดงไปเล่นหนังเล่นละครใดๆ แต่เป็นการแสดงในชีวิตจริงเพื่อหลอกล่อสร้างสถานการณ์ให้คนเชื่อ อาทิ ถ้าใครอยากดูแมนต่อหน้าสาว ก็ให้มาจ้างบริษัทนี้เพื่อส่งตัวนักแสดงไปแสดงเป็นนักเลงหัวไม้ให้ผู้จ้างวานได้กระทืบนักเลงโชว์สาว

หนังใหม่เต็มเรื่อง

หนังมาเพื่อบูชาศาสตร์ แห่งการแสดงเต็มๆ

ตัวละครแต่ละตัวเล่นกันได้มันส์มือมาก สถานการณ์ป่วงๆหลอกล่อกันไปมาในเรื่อง ปั่นหัวแม้กระทั่งคนดูอย่างเราก็ไม่รอด แม้จะไม่พีคถึงขนาด One Cut of the Dead แต่ต้องยอมรับว่าหนังไม่ประนีประนอมต่อมฮาคนดูกันเลย ช่างคิดช่างอำกันจริงๆ เหมือนพยายามฉีกให้ต่างไปจากที่ One Cut of the Dead เคยทำไว้

ซึ่งก็ถือว่าได้อีกรสชาติที่กลมกล่อม สนุกเฮฮาได้อีก เรื่องในจักรวาล ของทีมงานสร้างทีมนี้ หนังมีระดับความแซะสุดตีนเหยียด เข้ากับสถานการณ์ช่วงหลังๆ มานี้ในบ้านเรา อาชีพไลฟ์โค้ชโดนไปเต็มๆ อันที่จริงเราไม่สามารถเล่าอะไรต่อมิอะไรในหนังได้เลย หนังอ​อนไลน์ การดูแบบไม่รู้อะไรเลย ยิ่งเพิ่มน้ำหนักความเรียลให้หนัง มันเข้าทำนองที่ว่า หลอกล่อคนดูยังไงให้ดูสมจริง นี่แหละศาสตร์แห่งการแสดง ถือเป็นงานขายไอเดียที่ช่างคิดช่างทำ แม้จะแอบรำคาญเสียงพากย์พันธมิตรไปบ้างจากการพากย์นอกบท

แต่มองอีกมุม เหมือนได้ดูหนังโจวซิงฉืออีกเรื่องดีๆนี่เอง คิดถึงงานแนวๆนี้อย่าง “คนเล็กไม่เกรงใจนรก” ขอนิยามว่า Special Actors เป็นหนังตอแหลที่จริงใจและอบอุ่นที่สุดในชั่วโมงนี้เลย ไปตำกันโลด หนังสนุกจริง

The Gangster, the Cop, the Devil (2019)

​เรื่องคือตำรวจโคตรตงฉินที่ต้องมาตามล่าฆาตกรต่อเนื่อง

โดยที่หัวหน้าเขามองว่าข้อสันนิษฐานของเขาเพ้อเจ้อ แถมหัวหน้าก็เอาแต่รับส่วยจากแก๊งมาเฟีย จนกระทั่งวันหนึ่งหัวหน้าแก๊งมาเฟียเสือกโดนไอ้ฆาตกรมันเล่นเอา การโดนเล่นครั้งนี้เหมือนโดนลูบคม ลุกลามไปถึงความน่าเชื่อถือของแก๊ง งานนี้ตำรวจกับมาเฟีย จึงจับมือกันแบบไม่เต็มใจนัก เพื่อไล่ล่าฆาตกร

บ้านกูเพิ่งมีเว็บ Viu กับเค้า เลยเพิ่งได้ดู กูงงว่ามึงเกลี่ยบทให้มันมีทั้งความเป็นหนังแก๊งสเตอร์ กับ หนังตามล่าฆาตกรต่อเนื่องได้ยังไงโดยที่กูไม่รู้สึกว่าขาดส่วนไหนเลยในเวลาแค่2ชั่วโมง มันส์มาก เท่มาก ทุกการต่อย ทุกการตบ ทุกการเสียบของมีด ล้วนตราตรึงใจทุกดอก การรัวหมัดของ”มาดองซอก”น้าอ้วนใน หนังใหม่เต็มเรื่อ​ง Train to Busan ภาคแรก ราวกับถูกขยายให้เต็มอิ่มในหนังเรื่องนี้แหละ ทำไงกูถึงจะอ้วนแล้วดูสมาร์ท ดูแข็งแรงได้เหมือนแก เท่ขนาดที่ว่า สตอลโลน ซื้อลิขสิทธิ์จะเอาไปรีเมค กะจะเล่นเองแหละดูทรง แต่ตัดสินใจใช้ มาดองซอก อย่างเดิมแบบต้นฉบับ เพราะลุงแกรู้ตัวว่าเท่ไม่เท่า

หนังใหม่เต็มเรื่อง

จริงๆหนังแรงและมืดหม่นกว่านี้ได้อีก ยังแอบเพลย์เซฟ สร้างความชอบธรรมให้มาเฟียอยู่บ้าง

ทั้งที่ควรจะนำเสนอภาพให้เลวระยำตำบอนไปเลย แต่ถ้าภาพของมาเฟียมันสกปรกเกินไป กูคงไม่มานั่งกรี๊ดมันแบบนี้ ฝั่งตำรวจยังเป็นรองและน่ารำคาญอยู่บ้างก็จริง แต่พอเข้าสู่โหมดที่ต้องจำใจร่วมมือกับมาเฟียเพื่อล่าตัวฆาตรกรแล้ว ก็กลับมาเดินเท่ไปด้วยกันได้อย่างที่ควรจะเป็น ทั้งมาเฟีย ทั้งตำรวจ ทั้งไอ้โรคจิต

ผลัดกันได้เปรียบเสียเปรียบแบบไม่น้อยหน้ากัน ไม่รู้จะเชียร์ฝั่งไหน ชอบโมเม้นต์การร่วมมือร่วมใจ เพื่อเป้าหมายของตำรวจกับมาเฟีย ซึ่งมันก็ต้องแข่งกันเองอีกที แบบว่าใครได้ตัวไอ้เหี้ยนี่ก่อนคือกูได้ไป ฝั่งตำรวจจะเอาไปดำเนินคดี ส่วนฝั่งมาเฟียก็จะเอาไปทำตามวิธี เว็บ​หนั​ง HD ของตน แล้วมันก็เถียงกัน ในเรื่องข้อกฏหมายไปตลอด เรื่องแบบมึงทำงี้ไม่ได้ไอ้เหี้ย บ้านเมืองมีขื่อมีแป แต่มาเฟียก็ให้เหตุผลว่ากฏหมายส้นตีนๆเนี่ยนะ แม้ไม่ได้มาเพื่อการล่ารางวี่รางวัลหรือลุ่มลึกอะไร แต่ความแมสของมันนี่แหละทำให้ไม่มีนาทีไหนน่าเบื่อหรือชวนง่วงแบบที่หนังล่ารางวัลหลายๆเรื่องเป็น แล้วบทขมวดปมตอนท้ายนี่มันเหมือนบอกสัจธรรมบางอย่างได้ดีว่าการจะลากคอคนชั่วโดยใช้กฏหมายน่ะมันทำได้ไม่ยากนัก แต่การจะลากคอปิศาจโดยใช้กฏหมาย แม่งเป็นเรื่องน่าขำ อย่าได้พลาดเชียว ใครมี Viu ไปตำกันซะ หนังแม่งสนุกจนไม่อยากให้จบ ตัวละครจัดทุกตัว

แม้กระทั่งลูกกระจ๊อกของทั้งทางตำรวจหรือทั้งทางฝั่งมาเฟียยังพากันเล่นได้มันส์ได้ใจจริงๆ จริงๆรูปร่างแบบ มาดองซอก นี่แกไม่ได้อ้วน เหมือนเป็นการดูแลหุ่นแบบทำให้ดูท้วมแต่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ไม่รู้เขาเรียกว่าอะไร

Alive (2020) ทำโฆษณาบะหมี่ยังไง ให้สั่นสะเทือน BOX OFFICE

​หนังเรื่องนี้ถูกขับ เน้นไปที่การเอาตัวรอดในสถานการณ์ซอมบี้ระบาด ตามชื่อเรื่อง Alive นั่นแหละ

แต่….หนังแนวๆนี้ถ้าตัวละครหลักมันไร้สเน่ห์ แถมแทบไม่มีสกิลเหี้ยอะไรเลย มันจึงพาลให้หงุดหงิด รำคาญ แทนที่จะทำให้คนดูเอาใจช่วย กูกลับลุ้นให้แม่งโดนซอมบี้แทะคอแม่งตายๆ ไปซะ คือมึงไม่ต้องเก่งเว่อร์วังเหมือน แบรด พิตต์ ใน WWZ ก็ได้ อันนั้นก็เก่งจนน่ารำคาญเหมือนกัน แต่ไอ้พระเอกนี่มึงทำให้กูสิ้นหวังกับคำว่า Alive

ในความหมายของชื่อหนังมึงมากๆ จนกระทั่งการปรากฏตัวบนจอของนางเอก นั่นแหละทำให้หนังยังพอมีอะไรๆเจริญหูเจริญตาอยู่บ้าง และเหมือนหนังจะรู้ตัวเองดีด้วยซ้ำที่วางคาแร็คเตอร์โง่ๆใส่ตัวพระเอก เพราะคำทักทายแรกที่นางเอกทักพระเอกคือ “ไอ้โง่” กูนั่งพยักหน้าหงึกๆตามที่นางเอกทัก เออแม่งโง่จริงๆ จนกระทั่งมาตอกย้ำความโง่ของพระเอกด้วยการให้นางเอกย้ำอีกรอบสองรอบว่า “มึงนี่มันเป็นไอ้โง่จริงๆด้วย” โอเคโง่ก็โง่ เพราะหนังแนวๆนี้ถ้าไม่โง่เราจะไม่ได้เห็นสถานการณ์ล่อแหลมต่างๆแน่นอน มันจะออกมาเป็น ดูหนั​งฟรี Zombieland ที่คนในหนังพากันฉลาดจนซอมบี้ดูโง่สัสๆเหมือนเอาซอมบี้มายิงเล่นในหนังให้คนขำกัน แต่ Alive นี่แทบไม่มีทางรอดได้เลย มันจึงทำให้ความหมายของ Alive ดูเข้มขลังขึ้นเพราะความโง่ของตัวละครนี่แหละ โง่ถึงขนาดที่นางเอกจากที่กูคิดว่าฉลาดๆมันยังทำอะไรโง่ๆตามพระเอกไปซะงั้น อิเหี้ย!! หมดกัน แล้วจะให้กูหวังอะไรกับพวกมึงอีก

ดูหนังฟรี

ก็เลยทำความเข้าใจ คิดเสียว่าหนังมันมีแก่นที่แท้จริงคือ “คนโง่ๆในสถานที่จำกัด จะเอาตัวรอดจากซอมบี้และความอดอยากได้ยังไง”

หนังแม่งแทบจะเป็นโฆษณาบะหมี่ขนาดยาวไปแล้ว เพราะความอินเนอร์ที่กูมีให้หนังเพียงฉากเดียวคือฉากต้มมาม่าแดกของพระเอกนั่นแหละ อาห์….. แม่งคือจะลงทุนขายมาม่ามึงก็ต้องเอาเบอร์นี้แหละ ขายมาม่ายังไงให้สั่นสะเทือน Box office ได้ คนในวงการโฆษณาต้องเอาไปศึกษาให้จงหนัก เพราะอย่างที่บอก ฉากแดกมาม่าแม่งคือ The Best จริงๆ

กลิ่นแม่งลอยออกมาจากจอกันเลย พระเอกนั่งดูโฆษณาในทีวี กูเข้าใจความรู้สึกว่าพระเอกก็ได้กลิ่น ส่วนกูที่นั่งดูพระเอกแดกนอกจอ ก็ได้กลิ่นทั้งในทีวีพระเอก ทั้งในทีวีตัวเองอีกที สัสเอ๊ย… หิวแบบ Inception พูดถึงบะหมี่ หรือ มาม่า ที่เราชอบเรียกติดปากกันนั้น มันคือหนทางแห่ง หนัง​ออนไลน์ Alive อย่างแท้จริง แม้ไม่ต้องมีซอมบี้บุก มาม่าซักซองในตอนที่มึงไม่มีจะแดกแล้ว มันทำให้มึงอยู่รอดได้ ถึงตอนนี้กูเริ่มค้นพบแก่นแท้ของหนังลึกเข้าไปอีกแล้วว่า แท้จริงแล้วหนังมันพูดถึงมาม่าเกาหลี พูดถึงความอยู่รอดที่มาพร้อมกับเส้นเหนียวนุ่ม รสสัมผัสแรกของมาม่ามันหอมหวานเสมอ ไม่ว่าจะยี่ห้อใด เราสามารถหาความสุขจากมันได้แค่ซองหรือถ้วยละไม่กี่สิบบาท ถามว่าดู Alive แล้วรู้สึกกลัวซอมบี้มั้ย บอกเลยว่าไม่ แต่กูกลัวอดตายมากกว่า มันเหมือนเป็นเหตุการณ์จำลองสถานการณ์โควิด-19 ได้เหมือนกัน ถ้ามัวแต่กลัวแล้วกักตัวในห้องให้อดตาย สู้กูออกไปหาแดกข้างนอกดีกว่า แม้จะเสี่ยงไปบ้าง แต่โอกาสรอดมี ดังนั้นมันต้องมีคนนำ คนกล้าตัดสินใจ ลำพังคนโง่ๆบางคนไม่สามารถทำให้ Alive ได้แม้กระทั่งตัวของมันเอง แต่กับบางคนแม่งก็สันดานเสีย เห็นแก่ตัว ใครจะเป็นจะตายกูไม่สน เอาพรรคพวกกูรอดเป็นพอ คือถ้าจะยังพอจับต้องหรือพอจะเรียกคะแนนจากกูได้ก็เป็นประเด็นการนำเสนอภาพจำลองของสถานการณ์โควิดระบาดนี่แหละ ซึ่งโอเคมันก็ยังพอถูๆไถๆไปได้

แต่ไอ้สัสเอ๊ย…ดูจบช่วงดึกๆกูหิวมาม่าเลย ไม่ได้ซื้อตุนไว้ซะด้วย ดังนั้นถ้าอยาก Alive มึงควรตุนมาม่าไว้ก่อน แม้จะไม่มีสถานการณ์ซอมบี้หรือโรคระบาดใดๆมึงก็ควรตุนไว้ดีที่สุด เดี๋ยวจะหิวดึกๆเหมือนกู รับชมได้ทาง Netflix พากย์ไทยได้ดีเชียวแหละเรื่องนี้

Godzilla เวอร์ชั่นปี 1998 ในความคิดคุณ พัง หรือปัง

​หากถามว่า Godzilla เวอร์ชั่นปี 1998 พังมั้ย

ในฐานะคนชอบดูหนัง Monster คนหนึ่งต้องขอบอกว่าหนังแม่งสนุกชิบหาย แต่หากมองในมุมของแฟนเดนตายพี่ก็อต เชื่อว่ามีแต่คนก่นด่าสาปแช่งแน่นอน โดยเฉพาะคนญี่ปุ่นต้นกำเนิดพี่ก็อต แต่ถึงกระนั้นรายได้จากทางฝั่งญี่ปุ่นก็ฟาดไปกว่า 33 ล้านเหรียญสหรัฐ ชนิดที่ว่าดูไปด่าไป จะไม่ดูก็ไม่ได้

แต่รู้ไหมว่าเบื้องลึกเบื้องหลังแล้ว หนังเรื่องนี้มีการถกเถียงกันในกระบวนการผลิตเยอะมาก แทบจะฆ่ากันตายไม่ว่าจะทางฝั่งฮอลลีวู้ด หรือทางฝั่งญี่ปุ่น กฏเหล็กที่ทางสตูดิโอ Toho ต้นสังกัดได้วางไว้หาก TriStar Pictures ต้องการเอาพี่ก็อตไปวิ่งพังตึก ดูหนัง​ฟรี ในฮอลลีวู้ดคือ พี่ก็อตต้องไม่ใช่สัตว์กินคน พี่ก็อตต้องมีครีบที่แผ่นหลังสามแถว พี่ก็อตต้องมีนิ้วเท้าข้างละไม่เกินสามนิ้ว และมีนิ้วมือไม่เกินสี่นิ้ว พี่ก็อตต้องไม่ดูเป็นสัตว์งี่เง่า จะต้องดูเป็นเทพเจ้ากันเลยทีเดียว และข้อสุดท้าย พี่ก็อตต้องไม่ตายในหนัง ผู้กำกับฯโรแลนด์ เอมเมอริค ที่เพิ่งสร้างชื่อมาจาก ID4 รับไม้ต่อโครงการนี้มาจากผู้กำกับคนอื่นๆเช่น เจมส์ คาเมรอน(จาก Terminator) , ยาน เดอ บองต์ (จาก Speed) เขาก้าวมาในโปรเจ็คทั้งๆที่เกลียดหนังต้นฉบับเข้าไส้ ด้วยพาวเวอร์ที่เพิ่งสร้างปรากฏการณ์ไปกับ ID4 ทำให้เขาสามารถ มิสนหีสนแตดใดๆกับข้อตกลงที่ทางฝั่ง Toho วางมา เขาบอกแค่ว่า

ดูหนังฟรี

ไอ้ก็อตของกูต้องวิ่งได้เร็วจี๋ และไม่ควรมีรูปลักษณ์เหมือนไดโนเสาร์มากเกินไป

เมื่อข้อถกเถียงยุติลงพร้อมๆกับที่ โรแลนด์ เอมเมอริค ได้ทำ Godzilla ตามใจของเขาเอง ไอ้ที่เขาโม้เหม็นมาว่าพี่ก็อตต้องไม่มีรูปร่างแบบไดโนเสาร์นั้น สรุปคือแกยึดเอาอีกัวน่า มาเป็นแม่แบบแทน(อิหยังวะ?) อีสัสแล้วมันต่างกันตรงไหนเนี่ย การออกแบบพี่ก็อตเวอร์ชั่นฝรั่งเป็นไปอย่างมั่วๆ มึนๆ พวกเขาตั้งใจให้หน้าตาของพี่ก็อต ออกมาคล้ายเสือโคร่งแชร์คาน

จากการ์ตูน The Jungle Book (1967) และพยายามทำให้พี่ก็อตดูเป็นสัตว์เดรัจฉานมากกว่าจะเป็นเทพเจ้า ซึ่งมันได้สร้างความเจ็บปวดใจแก่ Toho มาก แต่ทำไงได้ ลิขสิทธิ์ถูกขายไปด้วยเม็ดเงินมหาศาล ผลลัพธ์ที่ได้คือหนังฟันเงินไปน้อยกว่าความคาดหมายคือ 379 ล้านเหรียญทั่วโลก จากทุนสร้างกว่า 150 ล้านเหรียญ ซึ่งทางสตูดิโอผู้สร้างเคยคาดการณ์ไว้ว่าหนังจะต้อง หนังใหม่​ชนโรง ทำเงินกว่า 500 ล้านเหรียญอย่างแน่นอน หนังถูกก่นด่าสาปแช่งจากแฟนเดนตาย แต่สนุกใช้ได้จากพวกชอบดูหนังสัตว์ประหลาด ในภายหลัง โรแลนด์ เอมเมอริค ได้ออกมาขอโทษแฟนๆ ที่ทำให้ผิดหวังกับการเอาสัตว์ประหลาดที่คนญี่ปุ่นรักมาทำซะเละเทะ นั่นเพราะเขาอยากให้มีความสมเหตุสมผลกับการกลายพันธุ์นั่นเอง ทางฝั่งของดารานำอย่าง แมทธิว บอเดอริค กับ ฌอง รีโน่ เองก็ออกมายอมรับว่าเกลียดหนังเรื่องนี้มากๆ จะอย่างไรก็ดี หนังเรื่องนี้ถือเป็นความสนุก เพลิดเพลินที่ด่าได้ไม่เต็มปาก ส่วนตัวแล้วเกลียดตอนจบที่พี่ก็อตจ้องหน้าพระเอกก่อนสิ้นใจ อันนี้คือแบบกูกลอกตาบนเลยจริงๆมึงจะบิ๊ลท์หาพ่อง

หนังถูกวางไว้ว่าจะทำ 3 ภาค แต่ความพังของภาคแรกทำให้ไม่สามารถสร้างภาคต่อได้ จะมีก็แต่การ์ตูนซีรี่ส์ที่สร้างออกมาต่อยอด เล่าต่อจากหนังไปเลยคือ ค้นพบไข่พี่ก็อตที่ทิ้งปมไว้ท้ายเรื่อง แล้วก็ขยายเรื่องราวไปยาวๆเลยในชื่อ Godzilla: The Series

34 ปีผ่านไป เมื่อตัวร้าย THE KARATE KID ขอเป็นพระเอกบ้าง

​กูไปอยู่ไหนมาวะ เพิ่งรู้ว่ามีซีรี่ส์เรื่องนี้ใน Netflix สัสเอ้ย….

ตื่นเต้นจนน้ำตาไหล ใจกูสั่นไปหมด Cobra Kai คือสำนักตัวร้ายใน The Karate Kid สุดยอดหนังที่เพอร์เฟ็คที่สุดเรื่องหนึ่งในชีวิตกูเลย คือดูซ้ำๆทุกๆภาค ภาคละไม่ต่ำว่า 20 รอบ ส่วนหนึ่งเพราะมันสร้างแรงบันดาลใจให้คนขี้แพ้ โดนบุลลี่ โดนรังแกมาตั้งแต่เด็กๆให้แข็งแกร่งขึ้น ขนาด The Karate Kid เวอร์ชั่น เฉินหลง กับ ลูกชาย วิล สมิธ กูยังชอบ

แม้ว่าเนื้อเรื่องจะมีความอิหยังวะอยู่ในตัว เพราะตั้งชื่อว่า The Karate Kid แต่มึงเสือกเป็นหนังกังฟูจีน จนแฟนเดนตายบ่นกันทั้งโลก แต่ช่างเหอะ เรื่องนี้ จาเดน สมิธ มันเล่นได้ดี แล้วคือซีรี่ส์ Cobra Kai เรื่องนี้กูไปค้นๆหาข้อมูลพระเอก ดูหนังออน​ไลน์ The Karate Kid ราล์ฟ แม็คชิโอ เพื่อมาเขียนถึงฉากที่แกดวลกีต้าร์กับ สตีฟ วาย ในหนัง Crossroads ปี 1986 แต่ค้นไปค้นมาไหงมาลงเอยที่ข้อมูลใหม่ว่า ราล์ฟ แม็คชิโอ จับมือกับ วิล สมิธ สร้างซีรี่ส์ Cobra Kai เป็นซีรี่ส์ต่อยอดมาจาก The Karate Kid ยุคคลาสสิค แต่แทนที่จะเดินเนื้อเรื่องซ้ำรอยเดิม พวกเขาเปลี่ยนใหม่โดยการชูเอา จอห์นนี่ ตัวร้ายในสำนัก Cobra Kai ในภาคแรกๆ ขึ้นมาเป็นตัวหลัก โดยจะเล่าถึงชีวิตในอีกหลายสิบปีต่อมา และแน่นอน ราล์ฟ แม็คชิโอ ในบท แดเนี่ยล พระเอกของเรื่องก็ตามมามีบทบาทหลักในซีรี่ส์เรื่องนี้ด้วย แอบหวังนิดๆเหมือนกันว่า วิล สมิธ จะยัดตัวละคร เดร พาร์คเกอร์ ของลูกชายในเวอร์ชั่นรีเมคเข้ามาด้วย ซึ่งมีบางคนแอนตี้ แต่สำหรับตั๋วร้อนแล้วมองว่าเป็นแนวคิดที่เยี่ยมมาก

ดูหนังออนไลน์

Cobra Kai ดำเนินไป 2 ซีซั่นแล้ว แต่กูเพิ่งรู้ และในขณะที่เขียนถึงอยู่นี่คือยังไม่ได้ดู

แต่เห็นกระแสวิจารณ์ตามสำนักและเว็บหลักต่างๆแล้ว ถือว่าเป็นซีรี่ส์ที่ประสบความสำเร็จดีทีเดียว แต่ในบ้านเราอาจจะเงียบๆหน่อย สำหรับแฟนๆหนังต้นฉบับอย่าได้พลาดเชียว เด็กชายวัย 12 ขวบ เดร ปาร์กเกอร์ (จาเดน สมิธ) อาจจะเป็นเด็กที่โด่งดังที่สุด ในย่านดีทรอยต์ แต่การทำงานของแม่ของเขา (ทาราจี พี. เฮนสัน)

ทำให้พวกเขาต้องเดินทางย้ายถิ่นกันไปถึงจีนแผ่นดินใหญ่ ในตอนแรก เดร ไม่ค่อยมีเพื่อน จนกระทั่งเขาสามารถผูกมิตรกับเพื่อนร่วมห้องเรียน เหม่ยอิงได้ แต่แม้ทั้งคู่จะมีความรู้สึกดี ๆ ให้แก่กัน แต่ความแตกต่างด้านวัฒนธรรมกลับสร้างรอยร้าวให้ ซีรี่ย์ N​etflix แก่มิตรภาพ ซ้ำร้าย เดร ยังกลายเป็นศัตรูของ เช็ง อันธพาลขาใหญ่ประจำห้อง เดร มีฝีมือคาราเต้เพียงเล็กน้อย และในดินแดนแห่งกังฟูนี้ เช็งสามารถจัดการคว่ำ คาราเต้ คิด ให้หมอบกระแตกับพื้นได้สบาย ๆ ความรู้สึกโดดเดี่ยวในต่างแดน ทำให้เดรไม่อาจหาเพื่อนปรับทุกข์ได้เลย มีเพียงแค่ภารโรงอย่าง คุณฮัน (เฉินหลง) ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นปรมาจารย์กังฟูพลางตัวมา คุณฮันเริ่มฝึกฝนกังฟูให้กับเดร พวกเขากลายเป็นเพื่อนสนิทกัน และร่วมกันฝึกฝน

เพื่อการเผชิญหน้ากับเช็งในการประลองกังฟู คุณฮัน สอนเดร ให้รู้ว่ากังฟูไม่ได้มีแค่การเตะต่อยเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องของความเป็นผู้ใหญ่และความนิ่งสงบด้วย เดร จึงตระหนักได้ว่า การประจันหน้ากับเหล่าเด็กเกเรครั้งนี้จะเป็นการต่อสู้ที่สำคัญในชีวิตของเขา

มันอยู่ที่ความเข้าใจ ของครอบครัวที่แท้จริง

​จะมีชีวิตใครน่าอิจฉาเท่า Star-Lord

คริส แพรตต์ กับ แอนนา ฟาริส ตกหลุมรักกันจากการแสดงหนัง Take Me Home Tonight ในขณะนั้น แอนนา ฟาริส ถือเป็นนางเอกสายโก๊ะที่มีชื่อในระดับหนึ่งจากการที่เธอเล่นหนัง Scary Movie และ The House Bunny ในขณะนั้น คริส แพรตต์ เป็นไอ้อ้วนตัวสมทบที่ยังไม่ดัง เรียกได้ว่าดอกฟ้าหมาวัดดีๆนี่แหละ

แต่เธอก็โน้มลงไปหาหมาอ้วนตัวนั้น พวกเขาแต่งงานและมีลูกด้วยกัน ทว่าแจ็คลูกชายของพวกเขาคลอดก่อนกำหนดและโอกาสรอดมีแค่ 40% พวกเขาภาวนาต่อพระเจ้าทุกวันให้ลูกชายรอด แล้วพรนั้นก็สัมฤทธิ์ผล พวกเขามีลูกชายที่น่ารักกับครอบครัวที่ครบพร้อม ดูหนังอ​อนไลน์ คริส แพรตต์ เริ่มมีชื่อเสียงพร้อมๆกับหุ่นที่เฟิร์มขึ้น จากการที่เขาก้าวสู่จักรวาล Marvel และ Jurassic World ทำให้เขาก้าวสู่ความเป็นซุปตาร์ ในขณะที่เมียอย่าง แอนนา ฟาริส เริ่มเลือนหายไปจากวงการจอเงิน(แต่ยังดังในซีรี่ส์ซิทคอมอย่าง Mom อยู่ มีคนติดตามอย่างเหนียวแน่น) เพราะความโด่งดังและทัศนคติสวนทางกัน พวกเขาจบชีวิตรัก 8 ปี ลง ว่ากันว่าปัญหาจริงๆมันคือความโด่งดังของ คริส แพรตต์ นั่นแหละ(เอ๊า ดังก็ผิดเว้ย)

ดูหนังออนไลน์

แต่ทั้งคู่ไม่ได้ทะเลาะกันรุนแรงจนไม่เผาหีกัน

เพราะได้ให้ทนายทำข้อตกลงกันว่า แม้จะเลิกรากัน พวกเขาก็ต้องอาศัยอยู่ใกล้กันไม่เกิน 5 ไมล์ ไปจนกว่าลูกชายจะเรียนจบเกรด 6 เพื่อที่ว่าเขาและเธอจะได้ช่วยกันดูแลลูกชายที่ค่อนข้างไม่แข็งแรงของพวกเขา สัญญาระบุอีกว่าหากใครต้องการย้ายไปห่างกว่านั้นต้องยื่นเรื่องล่วงหน้า 3 เดือน และต้องได้รับความยินยอม

หากใครจะพาลูกชายไปไหนมาไหนในต่างประเทศ ต้องทำเรื่องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร เมื่อทำข้อตกลงแล้วพวกเขาก็ยังไปมาหาสู่กันได้แบบเพื่อนกัน แจ็คลูกชายของพวกเขาถือว่าไม่เคยขาดตกบกพร่องความรักจากพ่อแม่ คริส แพรตต์ ตกหลุมรักกับ แคเธอรีน ชวาร์เซเนกเกอร์ ลูกสาวแท้ๆของคุณพ่อคนเหล็ก อาร์โนลด์ ชวาร์เซเนกเกอร์ พวกเขาเจอกันในโบสถ์ เป็นความรักที่ชื่นมื่น เข้าตามตรอกออกตามประตู ทุกอย่าง เว็บดู​หนัง คริสสนิทกับพ่อตาคนเหล็ก โดยที่พ่อตาได้ให้คำแนะนำเรื่องฟิตหุ่นและการวางตัวในวงการ 1 ปีหลังจากนั้นคริสกับแคทก็แต่งงานกัน คริส แพรตต์ ขออนุญาตเมียเก่าอย่างแอนนา เธอยินดีกับผัวเก่าแล้วอาสาเป็นแม่งานจัดธีมงานแต่งให้ เอนจอยกับงานแต่งผัวเก่าถึงขนาดที่ว่าอาสาเป็นศาสนาจารย์ให้ แต่คริสบอกไม่ดีกว่า มันแปลกๆที่จะให้เมียเก่ามายืนอนุญาตให้เมียใหม่จูบปากผัวเก่า งานแต่งเป็นไปอย่างสุขชื่นรื่นรมย์ แอนนา ฟาริส พบรักใหม่กับ ไมเคิล บาร์เรตต์ ผู้กำกับภาพจากหนังดังๆหลายๆเรื่อง พวกเขาใช้ชีวิตด้วยกันอย่างมีความสุข ไม่มีใครดังกว่าใคร หมือนจะต่างคนต่างอยู่ เพราะมีครอบครัวใหม่กันไปแล้ว แต่เปล่าเลย คริส , แคท , แอนนา , ไมเคิล และ แจ็ค ลูกชาย ยังคงไปไหนมาไหน ไปเที่ยวด้วยกันเป็นครอบครัวใหญ่ แถมแอนนากับไมเคิล ยังลุกลามไปสนิทกับครอบครัวพ่อตา คนเหล็กผัวเก่าด้วย รวมตัวกันทีบ้านแทบแตก คริส แพรตต์ กับ แคเธอรีน ชวาร์เซเนกเกอร์ เพิ่งให้กำเนิดสมาชิกตัวน้อยอย่าง ไลลา มาเรีย แพรตต์

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2020 ที่ผ่านมานี่เอง แต่ยังไม่มีการเปิดเผยโฉมหน้านางฟ้าตัวน้อย สมาชิกใหม่ของครอบครัวใหญ่ครอบครัวนี้ ถึงตรงนี้แล้ว ไม่แปลกใจเลยที่ใครต่อใครจะอิจฉา คริส แพรตต์ lucky in love lucky in game สุดๆ

หัวคน หรือหัวหมา กับปัญหากองถ่าย SE7EN

​ด้วยศักดิ์ศรีความเป็นโปรดิวเซอร์ใหญ่ที่ได้รางวัลออสก้าร์มาแล้วจากหนัง Platoon (หนังเหี้ยไรวะ ปลาทูเอ็น)

และประสบความสำเร็จจากหนังแอ็คชั่นไล่ล่าอย่าง The Fugitive ทำให้ อาร์โนลด์ โคปเปลสัน โปรดิวเซอร์ใหญ่คิดว่าเขาจะสามารถกำหนดทิศทางของหนังและล้วงลูกแทรกแซงบทหนังทุกเรื่องที่เขาสร้างได้ แต่ไม่ใช่กับผู้กำกับ เดวิด ฟินเชอร์ และนักแสดงอย่าง แบรด พิตต์ สองคนนี้มีแนวทางในการทำหนัง SE7EN ของพวกเขาชัดเจน

อาร์โนลด์ โคปเปลสัน ใช้อำนาจเจรจาว่าตอนจบของ SE7EN จะต้องจบแบบที่คนดูออกจากโรงแล้วไม่รู้สึกค้างคา หรือพูดง่ายๆว่าจบแบบ Happy ending นั่นเอง แต่เดวิด ฟินเชอร์ กับ แบรด พิตต์ ยืนยันว่าฉากจบจะต้องมี “หัวของนางเอกอยู่ในกล่อง”เท่านั้น ไม่งั้นกูไม่เอาด้วย ตลอดเวลาของการถ่ายทำมีปัญหาขัดแย้งกันตลอดระหว่าง หนังใหม่เ​ต็มเรื่อง โปรดิวเซอร์ กับ เดวิด ฟินเชอร์ แน่นอนว่า แบรด พิตต์ อยู่ฝั่งผู้กำกับของเขาชัดเจน ถึงขนาดที่ว่าร่างสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรตัวเป้งว่าฉากจบ “หัวนางเอกต้องอยู่ในกล่องเท่านั้น” ไม่งั้นก็ไปหาคนแสดงใหม่ เถียงกันถึงขนาดที่ว่า แบรด พิตต์ แทบจะถอนตัว แต่เดวิด ฟินเชอร์ ยืนยันว่าถ้า แบรด พิตต์ ออกกูก็ออกด้วย ความดื้อดึงของ อาร์โนลด์ โคปเปลสัน ยังไม่ยอมง่ายๆ เขาเสนอว่าตอนจบพระเอกต้องไม่ยิง จอห์น โด (เควิน สเปซี่ย์)เพราะในกล่องนั้นไม่ใช่หัวเมียพระเอกแต่เป็นหัวหมา มันจะช่วยให้โลกสงบสุขขึ้นหากหนังเข้าข้างความยุติธรรมและกฏหมาย เดวิด ฟินเชอร์ ทุบโต๊ะบอก ลุงหุบปากไปเลย อยากให้หนังเป็นตำนาน อีก 50-60 ปี ยังมีคนพูดถึงมัน หรืออยากให้มันเป็นหนังผดุงคุณธรรมสั่วๆหวังเอาเงินอย่างเดียวล่ะ แน่นอนว่าอาร์โนลด์ โคปเปลสัน ไม่มีทางเลือกนอกจากเอาแนวทางของผู้กำกับและพระเอก นั่นคือนางเอกต้องตาย ผู้ร้ายต้องโดนยิง และต้องมีหัวนางเอกอยู่ในกล่อง เมื่อการถ่ายทำเสร็จสิ้น ในขั้นตอนการยิงตัวอย่างวันแรกๆนั้น ฟีดแบ็คของผู้ที่ได้รับชมไม่ดีเอาเสียเลย คะแนนความน่าดูในสื่อตอนนั้นถูกวัดออกมาได้แค่ 70% ต่างจากหนังเก่าที่ อาร์โนลด์ โคปเปลสัน เคยสร้างอย่าง The Fugitive ที่เคยทำคะแนนความน่าดูไว้ถึง 98% ส่งผลให้หนังทำเงินมหาศาล แต่นี่คือ 70% หากหนังมีตอนจบที่ทำร้ายจิตใจคนดูหนักๆเขาเกรงว่าหนังจะไม่ทำเงิน

หนังใหม่เต็มเรื่อง

การประชุมแผนเกิดขึ้นอีกครั้งก่อนหนังจะฉาย อาร์โนลด์ โคปเปลสัน

เสนอให้ถ่ายซ่อมตอนจบ ทว่าก็ได้รับคำตอบเดิมคือ SE7EN มันสมบูรณ์แบบแล้ว และสัญญาของ แบรด พิตต์ ระบุไว้ ถ้าไม่อยากโดนฟ้องหัวโต เราควรทำตามแผนเดิมคือ หัวอยู่ในกล่อง และพระเอกยิงผู้ร้าย อาร์โนลด์ โคปเปลสัน แบ่งรับแบ่งสู้และยอมจำนนแต่โดยดี แต่ลึกๆเขาจะรอสมน้ำหน้าว่าที่หนังทำร้ายจิตใจคนดูแล้วเจ๊งแห่งปีได้เลย

แต่เขาไม่ได้ยอมจำนน 100% เพราะได้มีการถ่ายซ่อมฉากท้ายนั่นคือฉากตัวละคร เจ้าหน้าที่ซอมเมอร์เซ็ท ของมอร์แกน ฟรีแมน พูดคุยกับผู้บังคับบัญชาในเรื่องของการดูแลคดียิงผู้ร้ายตายของพระเอก “เราจะดูแลเขาเอง” คำพูดของผู้บังคับบัญชาอาจทำให้หนังยังพอมีความหวังกับคนดูในเรื่องของการไม่ทำร้ายจิตใจคนดูเกินไปนัก อย่างน้อยพระเอก หนังออน​ไลน์ ก็จะได้รับการคุ้มครอง ซึ่งเดิมทีบทจะตัดจบไปพระเอกยิงแล้วก็เป็นภาพมุมสูง และตัดจบ หนังเข้าฉายช่วง กันยายน ปี 1995 รายได้เปิดตัวถือว่าน่าเป็นห่วง เพราะทำรายได้เปิดตัวแค่ 13 ล้านเหรียญ พร้อมด้วยอาการยิ้มเยาะของ อาร์โนลด์ โคปเปลสัน ประมาณว่ากูบอกมึงแล้ว!! พวกมึงได้เป็นตำนานสมใจแน่ ตำนานหนังทำร้ายจิตใจคนดูเจ๊งบ๊งแห่งปี แต่เมื่อตอนจบสุดดาร์คของหนังเริ่มทำหน้าที่ของมัน กลับกลายเป็นกระแสปากต่อปากเพิ่มขึ้นๆๆ หนังจบรายได้ทั่วโลกที่ 327 ล้านเหรียญ จากทุนสร้างแค่ 33 ล้านเหรียญ พร้อมๆกับการที่หนังกลายเป็นสุดยอดตำนานหนังทริลเลอร์ที่ทุกวันนี้คนยังพูดถึงไม่ขาดปาก นี่ถ้าตอนจบเปิดกล่องมาเป็นหัวหมาจริงๆ กูล่ะไม่อยากจะคิด พี่อุ๊ด วิริย้า จะไม่ทน มูลนิธิมองหมามองแมวแถวนี้ จะไม่ถูกใจสิ่งนี้อย่างแน่นอน

อาร์โนลด์ โคปเปลสัน เสียชีวิตเมื่อช่วงตุลาคม ปี 2018 อายุ 83 ปี แต่ถึงแม้แกจะงี่เง่ายังไง ก็ยังถือเป็นผู้อยู่เบื้องหลังหนังในตำนานอย่าง Platoon(ปลาทูเอ็น) , Falling Down ,The Devil’s Advocate และ Eraser

เงินไม่ได้สำคัญขนาดนั้น สำหรับผม คีอานู รีฟส์ ได้กล่าวไว้

​คีอานู รีฟส์ ก่อนจะมาเป็นดาวบู๊ เขาคือดาราสายตลกวัยรุ่น ที่สร้างชื่อจากหนังตลก Bill & Ted

ซึ่งตอนหนัง Speed ติดต่อไป เขาได้ปฏิเสธบทบาทนี้เพราะบทบาทอาจจะไปซ้ำกับหนังอย่าง Die hard การได้มาประกบกับดาวรุ่งฝ่ายหญิงอย่าง แซนดร้า บูลล็อค ทำให้มีกระแสในเรื่องความเหมาะสม บ้างก็ว่าดาราตลกวัยรุ่นอย่าง คีอานู รีฟส์ ไม่น่าจะไหวกับบทแอ็คชั่น การปฏิเสธบทของเขาได้สร้างความโล่งอกแก่ผู้สร้าง

ทว่าผู้กำกับ ยาน เดอ บอนต์ ไม่ได้คิดแบบนั้น เขาต้องการพระเอกคนนี้จริงๆเพราะชื่นชอบมาจากผลงานแอ็คชั่น Point Break จนกระทั่งคีอานูกลับลำตัดสินใจรับบท โดยมีข้อแม้ว่าเขาต้องเข้าฝึกจริงจังกับหน่วย S.W.A.T ก่อนจึงจะสามารถรับบท ​หนังใหม่เต็มเรื่อง​ แจ็ค ทราเว่น ได้ เขาฝึกอยู่หลายเดือนพร้อมๆกับการฟิตร่างกายให้กำยำขึ้น แล้วเขาก็พิสูจน์ให้เห็นว่าผู้กำกับเลือกคนไม่ผิด สำหรับ คีอานู รีฟส์ นั้น คติประจำตัวคือ “เงินไม่สำคัญกับผมมากขนาดนั้น ผมทำงานได้เงินแต่ผมก็ใช้แบ่งปัน เพราะเท่าที่ได้จากหนังหนึ่งเรื่องผมก็ใช้ไม่หมดแล้ว การมีเงินเยอะๆแล้วเอาไปฝากธนาคารมันคือความเครียด” (ความคิดค้านกับกูมากสัส กูอยากเครียด) คีอานู รีฟส์ ขึ้นชื่อในเรื่องของการลดค่าตัว เมื่อสร้างชื่อจาก Speed แล้ว เขาถือเป็นดาราชายแถวหน้าค่าตัวโหด แต่ใน The Devil’s Advocate เขายอมลดค่าตัวในส่วนของเขาแล้วให้ทีมงานเอาไปโปะค่าตัว อัล ปาชิโน่ เพราะเขาอยากแสดงหนังกับนักแสดงที่เขาชอบ เช่นเดียวกับใน The Replacements เขาถึงกับยอมรับค่าตัวแค่ 10% เพื่อที่ทีมงานจะได้คว้าตัว ยีน แฮ็คแมน มาร่วมแสดง เพราะเขาชอบบทของ ยีน แฮ็คแมน ในหนัง Unforgiven มากๆและอยากร่วมงาน

หนังใหม่เต็มเรื่อง

คีอานู รีฟส์ แบ่งค่าตัวจากหนัง The Matrix กลับไปให้ทีมงาน เพื่อที่จะได้มีทุนสร้างสรรค์หนังภาคต่ออีกสองภาคที่เหลือ

แถมใจป้ำควักเงินซื้อมอร์ไซค์ฮาร์เล่ย์ เดวิดสัน ให้ทีมสตั๊นท์แมนในหนังร่วม 20 คัน ซึ่งต่อมาสองในทีมสตั๊นท์อย่าง เดวิด เลทช์ กับ แชด สตาเฮลสกี้ ก็ก้าวขึ้นมาเป็นผู้กำกับแล้วร่วมกันสร้าง John Wick ในวันที่ คีอานู รีฟส์ แทบจะเฟดตัวไปเล่นหนังแผ่นแล้วเพราะชื่อเริ่มขายไม่ได้ กลับมาอีกครั้งก็กระหึ่ม เหมือนได้รับการตอบแทนบุญคุณ

จากทีมสตั๊นท์ที่เขาเคยซื้อมอร์ไซค์ให้ ในชีวิตของ คีอานู รีฟส์ ใช้เงินน้อยมาก เขาแบ่งเงินส่วนหนึ่งไว้ทำตามความชอบอย่างเช่นการเปิดบริษัทผลิตรถมอร์ไซค์ ที่ตั้งชื่อ ARCH Motorcycle ตามลูกสาวที่เสียชีวิตไป ,การก่อตั้งมูลนิธิเพื่อผู้ป่วยมะเร็ง เพราะพี่สาวเขาเคยป่วยแล้วรักษาจนหาย , การเดินทางไปไหนมาไหนโดยรถไฟฟ้า เป็นต้น คีอานู รีฟส์ ไม่ใช่พระเอกเทวดา เขาจดจำชื่อทีมงานที่ทำงานกับเขาได้แทบทั้งหมด เพราะเขามักเข้าไปทักทายพูดคุยกับทีมงานเสมอๆ โดยเฉพาะตอนทานข้าว ซึ่งเป็นพระเอกที่กินง่ายอยู่ง่ายมาก เพราะเขาไม่ได้ขอรถเทรลเลอร์ส่วนตัวที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบพร้อมในกองถ่ายเหมือนดาราเบอร์ใหญ่คนอื่นๆ แต่เขามักปลีกตัวไปทำความเข้าใจกับบทอยู่ในมุมใดมุมหนึ่งของกองถ่าย แต่ทีมงานก็มักจัดรถคันเล็กๆไว้ให้เขา ซึ่งเขาก็ไม่ค่อยได้ใช้มันสักเท่าไหร่ ถึงขนาดที่ว่าวันเกิดตัวเองแท้ๆเขายังแอบฉลองวันเกิดตัวเองคนเดียวข้างถนน มีคัพเค้กหนึ่งชิ้นพร้อมเทียนวันเกิดเพียงเล่มเดียวปักน่ารักๆ มีครั้งหนึ่งระหว่างถ่ายทำหนัง ​เว็บหนัง HD​ Man of Tai Chi ที่เขากำกับเอง เขาเผลอหลบมุมไปหลับในมุมใดมุมหนึ่งในกองถ่ายจนเลิกกอง วันรุ่งขึ้นทีมงานเจอเขาแล้วทักทายว่าคุณมาเร็วจังนะ วันนั้นเขามากองถ่ายในชุดที่ดูมอมแมมมาก แต่มันเป็นวันที่ไม่ได้มีคิวถ่ายในส่วนของเขา เขาแค่มีหน้าที่กำกับ ทีมงานจึงให้เขาเปลี่ยนใส่ชุดกังฟูจีนที่หาๆได้ในกองถ่ายไปก่อน วันนั้นทั้งวันเขาจึงได้ใส่ชุดแบบจีนกำกับหนัง โดยที่ทีมงานบางคนงงๆว่าวันนี้เขาไม่มีคิวแสดงแต่จะสวมชุดจีนทำไม แล้วบทในหนังเรื่องนี้เขาแทบไม่ได้ใส่ชุดคนจีนเลยด้วยซ้ำ จนคีอานู รีฟส์ มาเฉลยทีหลังว่าเขาแอบไปจิบนิดหน่อยแล้วเผลอหลับไปเพราะความเหนื่อยที่มุมหนึ่งในบริเวณกองถ่าย ตื่นมาก็สามารถกำกับหนังได้ต่อเลย ทีมงานบอกคุณควรมีบอดี้การ์ดหรือคนคอยดูแลแล้วล่ะ เขาบอกผมสบายมาก ไม่ต้องมีบอดี้การ์ดหรอก ผมสู้เป็น คุณอยากลองมั้ยล่ะ

ทีมงานแซวกึ่งๆประชดว่า ไม่ได้มาป้องกันไม่ให้ใครทำร้ายคุณ คุณสู้เก่งอยู่แล้ว แต่เราหมายถึงคุณน่าจะมีคนมาช่วยปลุกคุณกลับบ้าน เพราะกลิ่นคุณตอนนี้ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่เลย เห็นใจเพื่อนร่วมงานหน่อยสิ แล้วทีมงานรวมถึงจัวคีอานุ รีฟส์ ก็ระเบิดเสียงหัวเราะไปพร้อมๆกัน

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น