หนัง AV หยุดถ่ายทำ พวกมึงเสียใจอะไรกัน

พูดถึงเรื่องที่วงการ AV ญี่ปุ่น หยุดการถ่ายทำ แล้วมีคนออกมาแสดงความเสียใจ

บางคนก็โวยวาย กูแม่งโคตรตลก ส่วนตัวกูนะเฉยๆ ดีซะอีกที่มึงหยุดถ่ายกันบ้างอิเหี้ย กูตามดูแม่งไม่ทันแล้ว ทุกวันนี้สาวญี่ปุ่นแม่งแทบจะเล่นหนังโป๊กันค่อนประเทศ คนสวยๆโผล่มาในวงการแม่งทุกวัน กูรู้สึกตกหล่นมาก บางครั้งไปเจอในเพจ AV ต่างๆ ชื่อกับวาร์ปเด้งมา กูตามไปดู เช้าอีกวันกูก็ลืมชื่อแล้ว

ดูหนัง

อีชิบหาย สุดท้ายก็กลับไปตายรังกับรักเก่าอย่าง โซระ อาโออิ , ยูอิ ฮาตาโนะ , ซึบาสะ อามามิ , หรือใหม่ๆหน่อยก็ ยูอะ มิคามิ ส่วนที่คนเขาฮือฮากันอย่าง ไอมิ ฟูคาดะ นั่นกูรู้สึกว่าน้องก็สวยนะแต่หุ่นแปลกๆ นมปลอมมาก แทนที่จะลุ้นให้น้ำแตก กูแม่งต้องมานั่งลุ้นกลัวนมมันแตก การหยุดถ่ายทำทั้งวงการ กูมองว่าถือเป็นเรื่องดี ดูหนัง รีเซ็ตแม่งซะใหม่ สาวๆจะได้มีเวลาพักผ่อนบ้าง เผื่อโควิดหมดไปจะได้กลับมาลงสนามใคร่แบบเสียวๆฟิตๆ นี่อะไร บางคนแม่งโหมถ่ายจนปลายประสาทช่องคลอดแม่งไม่ตอดไม่รู้สึกอะไรแล้ว ที่เห็นที่ได้ยินก็แค่เสียงครางอันปลอมเปลือก เห็นเล่นเสียวกันจริงๆไม่กี่คน (อาโออิ คือหนึ่งในดาราที่เสียวจริง ฟีลจริง ยังไม่มีใครโค่นเธอลง) การหยุดพักอาจทำให้พวกเธอมีเวลาพักแคมบ้างก็ได้ ส่วนไอ้พวกตัวผู้ที่มีอยู่ไม่กี่คนในวงการ กูก็ไม่รู้ว่าพวกมึงไปเอาเรี่ยวเอาแรงมาจากไหน ที่แน่ๆคือพวกมึงน้ำน้อยสัส น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟมึงไม่รู้เหรอ บางคนกะยิงใส่หน้าสาวๆแบบเต็มรัก ที่กูเห็นคือแม่งออกมาปิ๊ดเดียว สันดานจริงๆ กะได้เห็นราดหน้า (Bukkake) เสือกได้ดูหมี่แห้ง เขาหยุดให้พวกมึงนี่พวกมึงก็เก็บๆไว้บ้างนะน้ำน่ะ อย่าไปปล่อยส่งเดช โปรแกรมหนัง หลังโควิดหมดเมื่อไหร่มึงมาราดหน้าใส่น้องๆ ให้กูดูที ไม่เอาหมี่แห้งแล้วนะ ส่วนพวกที่แสดงความเสียใจหรือโวยวายนี่กูจะบอกให้นะ มึงไปไล่ดูให้มันครบกันก่อนเถอะสัส เขาหยุดถ่ายไป 3 ปี มึงยังดูกันไม่ครบเลย สาวAVแม่งมีเป็นพันๆหมื่นๆคน คือเอาแค่ ยูอิ ฮาตาโนะ คนเดียวนี่ก็ไล่ดูแทบไม่หมดทั้งเซ็นเซอร์

ทั้งไม่เซ็นแล้ว แทนที่จะดีใจที่จิ๋มน้องได้พัก แถมพวกมึงยังมีเวลาตามเก็บของเก่าที่ตกหล่นไป ว่าแล้วคืนนี้ก็จัด ซูซุ มิตาเกะ ซักเรื่องดีกว่า คนนี้กูเรียกน้องเฟย์ แห่งวง เฟย์ ฟาง แก้ว เผื่อใครอยากตามดูน้อง

Hotel Rwanda (2004)

ครบรอบ 26 ปี เหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในรวันด้า มีผู้คนล้มตายกันเป็นจำนวนมาก

ในปี 1994 อันเป็นเหตุการณ์ที่นำไปสู่ Hotel Rwanda (2004) หนังที่นำเสนอเรื่องราววีรกรรมของผู้จัดการโรงแรมคนหนึ่งที่ช่วยชีวิตผู้คนกว่า 1200 คนให้หลบพักอาศัยในโรงแรม จนรอดตายจากการถูกเข่นฆ่าได้ นี่ถือเป็นหนังคุณภาพในดวงใจตั๋วร้อนอีกเรื่องที่อยากให้คนไทยทุกๆคนได้ดู ไม่ใช่แค่เพราะมันเป็นหนัง

ดูหนัง

แต่มันคือบทเรียนสำคัญ ตลอดระยะเวลา 2 ชั่วโมงครึ่งของหนัง เสียงปืน เสียงของการเข่นฆ่าแทบไม่สงบลงเลย ทุกการลั่นไก ทุกเสียงกรีดร้อง สร้างความหวาดผวาแก่คนดูพร้อมๆกับความน่าสงสารจับจิต ทำไมคนเราถึงได้เข่นฆ่ากันได้ง่ายดายเพียงนี้ ยิ่งไปกว่านั้นคือ มีด ปืน หรืออาวุธใดๆล้วนไม่น่ากลัวเท่ากับการสาดสีใส่ร้ายฝ่ายตรงข้าม ดูหนัง ผ่านสื่อเพื่อยุยงปลุกปั่น ให้เกิดความเกลียดชัง อันนำมาซึ่งโศรกนาฏกรรมร้ายแรงครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์โลก เหตุมันเริ่มจากการแบ่งฝ่ายอย่างชัดเจนของสองเผ่าพันธุ์ในรวันด้า “ฮูตู” และ “ทุตซี่” ฮูตูคือชนพื้นเมือง ส่วนทุตซี่คือเผ่าที่อพยพมาจากเอธิโอเปีย สองเผ่าพันธุ์มีรูปร่างหน้าตาและวัฒนธรรมคล้ายกัน สิ่งเดียวที่แยกคนสองเผ่าออกจากกันคือหัวบัตรประจำตัวจะระบุไว้อย่างชัดเจนว่า นายหรือนางคนนี้คือ ฮูตูหรือทุตซี่ จุดเปลี่ยนอันนำพาไปสู่เรื่องเศร้าคือการเข้ามายึดครองถือครองของเบลเยี่ยม ซึ่งการมาครั้งนั้นเบลเยี่ยมให้สิทธิผูกขาดแก่ฝ่ายทุตซี่มากกว่า ทุตซี่ได้เป็นรัฐบาลแล้วใช้อำนาจกดขี่ฝ่ายฮูตูซึ่งเป็นผู้อยู่อาศัยมาก่อนเก่า เรื่องแบบนี้ใครมันจะไปยอม จึงเกิดการลุกฮือต่อต้าน กระทั่งชาวฮูตูสามารถยึดอำนาจได้สำเร็จ โดยได้ขับไล่พวกทุตซี่ออกนอกประเทศ ไม่รักลุงก็ออกจากประเทศไปซะ ถุย หากเรื่องมันจบง่ายแค่การขับไล่อีกฝ่ายออกนอกประเทศมันก็คงไม่เกิดเหตุการณ์เศร้า เมื่อฝ่ายทุตซี่ได้จัดตั้งกลุ่มแนวหน้า รักชาติรวันดา(RPF) ขึ้นมาเพื่อโค่นล้มรัฐบาลฮูตูอีกที สงครามยืดเยื้ออยู่ราว 3 ปี จึงเจรจาสงบศึกกันได้แล้วทำข้อตกลงในการปกครองประเทศร่วมกัน เข้าข่ายจับมือปรองดอง แต่แล้ววันที่ 6 เมษายน 1994 เครื่องบินของ จูเวนัล ฮับยาริมานา ประธานาธิบดีรวันดา และไซเปรียน ทายามิรา ประธานาธิบดีของบุรุนดี ซึ่งทั้งสองเป็นความหวังของชาวฮูตู ได้ถูกขีปนาวุธลึกลับยิงถล่มใส่จนผู้โดยสารบนเครื่องลำนั้นเสียชีวิตทั้งหมด ความขัดแย้งระหว่างชาติพันธุ์ฮูตูกับทุตซี่ได้ปะทุขึ้นมาอีกครั้งราวกับโดนสะกิดแผล เว็บดูหนัง ชาวฮูตูเชื่อว่าเป็นฝีมือของฝ่ายทุตซี่ จวบจนทุกวันนี้ยังไม่สามารถทราบได้ว่าใครยิง 24 ชั่วโมง หลังจากเครื่องบินประธานาธิบดีฮับยาริมานา ถูกยิงสงครามล้างเผ่าพันธุ์ก็เกิดขึ้นในรวันดาอย่างเลี่ยงไม่ได้ และนั่นแหละเป็นตอนเริ่มต้นของภาพยนตร์ Hotel Rwanda เรื่องนี้ เมื่อพินิจพิจารณาดูเหตุการณ์ทั้งจากเรื่องจริง ทั้งจากหนังเรื่องนี้แล้ว

เราชาวไทยต้องมานั่งตั้งคำถามกับตัวเองกันแล้วว่า อยากเป็นอย่างประเทศรวันด้ากันจริงๆ หรือ? และอยากตั้งคำถามไปยังโทนี่ สตาร์ก ว่าทำไมพาเพื่อนๆในทีมอเวนเจอร์ไปช่วยเพื่อนรักของมึงวะ

ศักดิ์ศรีของเฉินหลง (jacky Chan)

นี่คือท่าที่ ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน ทำประจำเมื่อได้เจอกับ เฉินหลง

เพราะสตอลโลนรู้สึกทึ่งในลีลาบู๊จริงเจ็บจริงของเฉินหลงมากๆ เป็นการทำงานที่สวนทางกับ อุตสาหกรรมหนังฮอลลีวู้ดอย่างสิ้นเชิงเพราะหนังฮอลลีวู้ดต่างจากหนังของเฉินหลงตรงที่ไม่ว่าฉากนั้นๆจะง่ายแค่ไหน แค่กระโดดข้ามรถ หรือแค่กลิ้งลงไปกองกับพื้น ฮอลลีวู้ดจะใช้สตั๊นท์แสดงแทนเสมอๆ 

หนัง HD

มันง่ายต่อการจัดการด้านความปลอดภัย เฉินหลง กับ สตอลโลน รู้จักกันมาช้านานจากความเป็นนักบู๊ของสองฟากโลก แต่กระนั้นเฉินหลงก็เคยเทงานของสตอลโลนไปบ้างเหมือนกัน อย่างเมื่อครั้งที่มีการคัดเลือกนักแสดงที่จะมาประกบสตอลโลนในหนัง Demolition Man ปี 1993 เฉินหลงคือชื่อแรกที่ทีมสร้างวางตัวไว้ในบท หนัง HD ไซม่อน ฟีนิกซ์ ตัวร้ายคู่ปรับ จอห์น สปาร์ตัน ทว่าเฉินหลงปฏิเสธแบบไม่เหลือเยื่อใย ทั้งที่นี่มันจะเป็นผลงานโกฮอลลีวู้ดครั้งแรกของเขาเลย ที่เฉินหลงปฏิเสธเพราะว่าศักดิ์ศรีของคนจีนและฮ่องกง เขาคือฮีโร่ในสายตาคนบ้านเกิด จะมาแสดงเป็นตัวร้ายให้ฝรั่งกระทืบเล่นทำไม บทจึงตกเป็นของ เวสลี่ย์ สไนป์ แทน อีกเรื่องคือ The Expendables ที่จะเป็นการรวมดาวบู๊รุ่นเก๋า ซึ่งทั้งเฉินหลงและหลี่เหลียนเจี๋ยต่างก็คือฮีโร่ของเอเชียที่น่าจะมาเล่นด้วยกัน สตอลโลนจึงทาบทามไป ปรากฏว่าตอบรับมาแค่หนึ่งคือหลี่เหลียนเจี๋ย ส่วนเฉินหลงก็ยังคงมีศักดิ์ศรีของตัวเองเช่นเดิม เขาไม่คิดว่าการมาเป็นตัวสมทบให้พวกฝรั่งเป็นสิ่งที่ควรทำ เพราะเฉินหลงเองก็สร้างหนังระดับฮอลลีวู้ดไปฉายทั่วโลกได้ด้วยตัวเองแบบที่เขาก็ยังคงเป็นพระเอกอยู่ Jackie Chan หรือ เฉินหลง เป็นคนที่พูดคำนี้ไว้ รู้ไหมว่าตอนสมัยเด็ก เขาเกือบถูกพ่อแม่ขายให้คนอื่น ก่อนที่สุดท้ายจะกลายมาเป็นนักแสดงระดับโลก แล้วชีวิตเขา ผ่านอะไรมาบ้าง ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง เฉินหลงเกิดในปี ค.ศ. 1954 ที่เกาะฮ่องกง เป็นลูกของพ่อแม่ชาวจีนผู้ที่เดินทางออกนอกประเทศ ในช่วงสมัยที่ประเทศจีนเกิดสงครามกลางเมือง ด้วยความที่เกิดมาในครอบครัวที่ยากจน พ่อแม่ของเขาเคยคิดที่จะขายเขาให้แก่หมอชาวอังกฤษด้วยราคา 780 บาท เพียงเพราะว่าครอบครัวไม่มีเงินค่ารักษพยาบาล.. สมัยที่เฉินหลงยังเด็ก เขามักจะอยู่โดดเดี่ยวเพียงลำพัง เพราะพ่อแม่ต้องทำงานเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว ตอนอายุ 7 ขวบ เฉินหลงถูกพ่อแม่ส่งไปโรงเรียนสอนการแสดงของจีน วันหนึ่งมีผู้กำกับหนังมาที่โรงเรียนแห่งนี้ และต้องการเลือกเด็กไปแสดงภาพยนตร์ทั้งหมด 4 คน ซึ่ง 1 ในนั้น รวมเฉินหลงด้วย เขาบอกว่า ดีใจมาก ที่ได้ไปร่วมงานในกองถ่าย ไม่ใช่เพราะชอบการแสดง แต่เพราะได้ออกจากโรงเรียน เขาไม่ชอบโรงเรียน เพราะต้องเจอกับครูสอนที่โหดกับเขาเสมอ ดูหนังผ่านเน็ต แม้จะไม่ชอบการแสดง แต่ตัวเขาก็เรียนรู้งานในกองถ่ายรวดเร็วมาก เล่นทุกบทที่ผู้กำกับมอบให้ไม่ว่าจะเป็นสตันท์แมน หรือแม้แต่เล่นเป็นศพ.. ด้วยนิสัยใฝ่รู้ในกองถ่าย เขาลงทุนซื้อข้าวของไปฝากทีมงาน ช่างกล้อง ช่างภาพ เพราะอยากรู้ราย ละเอียดของกล้อง เลนส์ และการทำงานในกองถ่าย เฉินหลงทำงานเบื้องหลังสักพัก ก็มีโอกาสมารับบทเบื้องหน้าบ้าง สมัยที่เฉินหลง

เข้าสู่วงการใหม่ๆ ยังมีดาราจีนที่โด่งดังในด้านศิลปะการต่อสู้ นั่นก็คือ บรูซ ลี จนหลายคนอยากให้เฉินหลงนั้นเป็นแบบบรูซ ลี บ้าง แต่ตัวเขาบอกว่า เขาไม่ต้องการเป็นบรูซ ลี 2 แต่ตัวเขาต้องการเป็น Jackie Chan

หากสปีลเบิร์ก ไม่ให้โอกาสในวันนั้น โลกอาจไม่รู้จัก วิน ดีเซล

ก่อนจะมาโด่งดังเป็นยอดดาวบู๊ผู้ไร้เส้นผม วิน ดีเซล เคยผ่านช่วงเวลายากลำบากในตอนที่เริ่มเข้าวงการมาใหม่ๆ

ขาเป็นคนมีไอเดียที่ดีในการทำหนังของตัวเอง และเขาแค่สนใจเล่นเป็นตัวประกอบเล็กๆในหนังเท่านั้น เขาไม่ได้มีความโดดเด่นทางกายภาพมากพอที่จะเป็นนักแสดงได้ มีแค่น้ำเสียงอันทุ้มหนาอันเป็นเอกลักษณ์เท่านั้นที่ทำให้เขาก้าวสู่วงการในแบบที่ตัวเขาเองก็ยังแปลกใจ เขาเริ่มต้นจากการทำหนังสั้น Multi-Facial ในปี 1995

หนัง HD

และได้รับโอกาสกำกับ+นำแสดงในหนังทุนต่ำ Strays ในปี 1997 ผลงานของเขาถูกจับตาในเทศกาลหนังซันแดนซ์ แต่ทว่าโลกยังไม่พร้อมอ้าแขนรับคนพิเศษอย่างเขาสักเท่าไหร่ เป็นช่วงเวลาตกต่ำของชีวิต วิน ดีเซล กำลังหันหลังให้วงการ เพราะแม้เขาจะพยายามแค่ไหนในการไปคัดตัวนักแสดง ก็ไม่มีวี่แววว่าเขาจะได้บทเลย ทว่าเขายังพอมีดีที่น้ำเสียง เขาจึงได้โอกาสเล็กๆในการใส่เสียงสนทนากับ บรูซ วิลลิส ทางโทรศัพท์ใน หนัง HD Fifth Element เป็นบทสนทนาสั้นๆที่ วิน ดีเซล รับบทเป็น ฟิงเกอร์ เจ้าของอู่แท็กซี่ที่โทรมาเฉ่งตัวละคร ดัลลัส (บรูซ วิลลิส) แค่บทสนทนาสั้นๆนั่นแหละ มันได้เปลี่ยนชีวิตผู้ชายชื่อ วิน ดีเซล ไปตลอดกาล เพราะ The Fifth Element คือหนังที่ สตีเว่น สปีลเบิร์ก ชอบมาก พ่อมดแห่งฮอลลีวู้ดสะดุดเข้ากับเสียงจากปลายสายนั้นที่พูดกับ บรูซ วิลลิส จึงสั่งให้สืบว่าหมอนี่มันเป็นใคร จนกระทั่งได้ความว่า เขาคือคนทำหนัง Multi-Facial ที่ฮือฮาในซันแดนซ์เมื่อปี 1995 สปีลเบิร์กจึงจัดการให้เอเย่นต์ติดต่อหมอนี่ให้ที มีโปรเจ็คจะนำเสนอ จากผู้สิ้นหวังในวงการจนแทบจะลาแล้วฮอลลีวู้ด เมื่อรู้ว่าสปีลเบิร์กสนใจร่วมงานกับเขา วิน ดีเซล ถึงขั้นอยู่ไม่สุข เขากระโดดพล่านไปทั่ว ในเวลาต่อมาเขาก็ได้ปรากฏตัวในหนังสงครามในตำนานอย่าง Saving Private Ryan และได้รับโอกาสใช้เสียงพากย์อย่างเต็มที่ในหนังการ์ตูน The Iron Giant เขาพากย์เป็นเจ้ายักษ์เหล็กตัวนั้น การ์ตูนเรื่องนี้เป็นผลงานสร้างจาก Amblin Entertainment ของ สตีเว่น สปีลเบิร์ก ร่วมกับ Warner เมื่อครั้งที่เขียนบทให้ วิน ดีเซล แสดงใน Saving Private Ryan สปีลเบิร์ก ไม่ได้มอบบทที่เด่นมากนักให้เขา จริงๆเขาให้ใครแสดงก็ได้ แต่ที่ต้องเลือกนั่นเพราะค่าตัวจากหนังเรื่องนี้จะเป็นการต่อลมหายใจให้นักแสดงคนหนึ่ง เพื่อที่เขาจะได้มีทุนรอนในการประครองตัวในวงการต่อไป เพื่อในอนาคตเขาจะได้ก้าวขึ้นสู่การเป็นคนทำหนังคุณภาพต่อไป จากนั้นเป็นต้นมา วิน ดีเซล ก็ถือเป็นดารานักบู๊อย่างที่เห็นๆกันนั่นเอง ควบคู่ไปกับการตีต่อยถือปืน เขายังคงได้ใช้เสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาในการพากย์เสียงในหนังดังๆอยู่เสมอๆ เช่นบทเจ้ากรูทใน Guardians of the Galaxy เป็นต้น (เออ เป็นต้นจริงๆด้วย) ปี 2018 ตัวละคร Iron Giant ที่ วิน ดีเซล ให้เสียงพากย์ ได้กลับมาปรากฏตัวอีกครั้งในหนัง Ready Player One ของสปีลเบิร์ก แม้ว่าแนวทางการทำงานของ วิน ดีเซล กับ สตีเว่น สปีลเบิร์ก จะไม่ค่อยได้มาบรรจบกันเท่าไหร่ แต่พวกเขายังเป็นมิตรที่ดีต่อกัน เว็บสตรีมหนัง ปี 2020 พวกเขากลับมาเจอกันอีกครั้ง สปีลเบิร์กแอบแซะพระเอกหัวโล้นแบบทีเล่นทีจริงว่า “การที่นายไม่ได้เป็นผู้กำกับ ผลิตงานคุณภาพแบบสมัยก่อนที่นายทำ มันคืออาชญากรรมบนโลกภาพยนตร์ กลับไปนั่งเก้าอี้ผู้กำกับไป๊ไอ้โล้น” แม้จะเป็นการแซวเล่นๆ แต่เราเห็นอะไรมากมายในคำพูดของสปีลเบิร์ก นั่นเพราะทุกวันนี้ วิน ดีเซล สร้างหนังบนพื้นฐานของการตลาดล้วนๆ สปีลเบิร์กจึงนึกเสียดายวิสัยทัศน์ของ วิน ดีเซล ที่เคยกำกับหนังเล็กๆที่มีคุณภาพ มันสามารถควบคู่ไปด้วยกันได้กับหนังกระแสหลัก เมื่อสปีลเบิร์กผู้มีพระคุณพูดให้เขาฉุกคิด วิน ดีเซล

จึงยกเอา จอห์น แฟฟโรว์ ผู้กำกับ Iron man มาเพื่อเป็นแรงบันดาลใจ เพราะ จอห์นเองก็เคยเป็นนักแสดงที่ผันตัวมาเป็นผู้กำกับที่ยิ่งใหญ่ได้ กูเป็นสปีลเบิร์กกูจะตบแม่งให้ เสือกไปยกเอาคนอื่นมาเป็นแรงบันดาลใจ

ความสำเร็จของ Finding Nemo

ความประสาทแดกของมนุษย์ โดยเฉพาะเด็กๆ คือ ตอนที่ Finding Nemo ประสบความสำเร็จแบบถล่มทลาย

ตาราง Box office ทำรายได้ถึง 940 ล้านทั่วโลก แต่ทาง Pixar กลับถูกนักคุ้มครองสัตว์โลกเพ่งเล็งแล้วค่อนขอดหาว่าเป็นตัวการให้จำนวนปลาการ์ตูนในท้องทะเลลดลง (ไม่รู้แม่งไปนับกันยังไงไหวถึงได้รู้ว่ามันลด) เพราะลูกร้องไห้จะเอาปลาการ์ตูน แล้วพ่อแม่ผู้ปกครองก็พากับแอบจับปลาการ์ตูนมาให้ลูกเลี้ยง สนองความอยาก

ดูหนัง HD

จนจำนวนปลาชนิดนี้ลดลงและเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ มันเป็นปมอย่างหนึ่งที่ Pixar ออกอาการเซ็งหน่อยๆ เพราะถึงแม้ว่าหนังของพวกเขาจะพูดถึงปลาการ์ตูน แต่ก็เป็นการพูดถึงในเชิงอนุรักษ์ อยากด่าก็ให้ไปด่าพวกพ่อแม่ประสาทแดกที่สปอยล์ลูกกันโน้น พวกเขาเลยคิดโปรเจ็คแก้เผ็ดขึ้นมาโดยวางโครงเรื่องให้หนูท่อแสนสกปรก สามารถปรุงอาหารได้เลิศรส จึงออกมาเป็น Ratatouille ซึ่งก็ประสบความสำเร็จเช่นกัน ดูหนัง HD โดยที่ลึกๆแล้วที่ Pixar สร้างเรื่องนี้ขึ้นมาก็เพื่ออยากเห็นว่าจะมีเด็กคนไหนร้องไห้อยากเลี้ยงหนูกันอีกไหม ปรากฏว่าเสือกมีจริงๆ ตลาดหนูในอเมริกาและอังกฤษเติบโตมากๆช่วงที่ Ratatouille เข้าฉาย โดยบางที่ถึงกับมีการแอบเพาะพันธุ์หนูท่อขายอย่างจริงจัง จนประชากรหนูท่อเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ เพราะมีการเลี้ยงบ้าง ปล่อยบ้าง ตามความมักง่ายของมนุษย์ แน่นอนว่าที่โดนนักคุ้มครองสัตว์โลกเพ่งเล็ง ก็เป็นทาง Pixar อีกนั่นแหละ เล่นอะไรไม่เข้าเรื่อง ก็รู้ๆอยู่ว่ามนุษย์แม่งประสาทแดกและชอบทำตัวอยู่เหนือธรรมชาติ แต่แล้วไง เพราะในปี 2016 ทาง Pixar ก็สร้างภาคต่อ Finding Dory ออกมาอยู่ดี โดยไม่ได้มีแค่ปลาการ์ตูน หรือปลานีโม่ แต่ยังหนีบเอาเจ้าปลาขี้ตังเบ็ดฟ้าพ่วงมาในภาคต่อนี้ด้วย เพราะปลาขี้ตงเบ็ดฟ้าตัวนี้เขาจับไปเลี้ยงกันในตู้อยู่แล้ว ซึ่งอันที่จริงปลาชนิดนี้ก็ไม่สามารถเลี้ยงได้เช่นกันเพราะมีกฏหมายคุ้มครองอยู่ Finding Nemo คือเรื่องราวการผจญภัยอันน่าตื่นเต้นและสนุกสนานของ “มาร์ลิน” ปลาการ์ตูนผู้หวงลูกจนเกินเหตุ (พากย์โดย อัลเบิร์ต บรู๊คส์) และลูกชายของเขา “นีโม” (พากย์โดย อเล็กซานเดอร์ กูลด์) ที่พลัดหลงกันในแนวปะการังใหญ่ เมื่อนีโมถูกจับตัวไปจากมหาสมุทรซึ่งเป็นบ้านของเขา ไปอยู่ในตู้ปลาในห้องทำงานของหมอฟันคนหนึ่ง ด้วยการช่วยเหลือของเพื่อนร่วมทางอย่าง ดอรี่ (พากย์โดย เอลเลน ดีเจเนอเรส) ปลาบลูแทงจ์ผู้เป็นมิตรแต่ความจำสั้น มาร์ลิน ได้ออกเดินทางสู่เส้นทางสุดอันตรายด้วยความพยายามอันยิ่งใหญ่ทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือลูกชายของเขา ที่รวบรวมความกล้ากับแผนการหาทางกลับบ้านด้วยตัวเอง ปลาการ์ตูน ฝังใจกับภัยร้ายมหาสมุทร ทำให้เขาต้องอยู่ลำพังกับลูกด้วยความระแวง กลัวจนไม่กล้าทำอะไร แต่ลูกน้อย Nemo ต้องเติบโตและเดินทาง ทำให้มีปัญหากัน หนังออนไลน์ นำไปสู่การผจญภัยตามหาลูก หรือเจ้า Nemo ตามชื่อเรื่อง ระหว่างทาง พระเอกได้มาเจอกับ Dory ปลาขี้ลืม อารมณ์ดี ที่ชีวิตนี้ก็แค่ว่ายไปเรื่อยๆ มีความสุขกับปัจจุบัน ซึ่งเป็นกุญแจที่ทำให้ พ่อ-ลูก ได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง.. ตอนเด็กดูเรื่องนี้ก็ได้ใจความแค่ พลังรักของพ่อ มาดูอีกที ราวกับได้ชมสารคดีสำรวจท้องทะเล คาแรคเตอร์สัตว์ทะเลทุกตัวน่ารัก และอิงตามธรรมชาติของสัตว์จริง

หนังยังสะท้อนการรุกล้ำธรรมชาติของมนุษย์ด้วย งานภาพก็สวยดี (ตอนเด็กคิดอะไร มีสาระไม่ได้หรอก) โตแล้วก็ยังดูสนุก ตามมาตรฐานของ Pixar Animation Studios เด็กดูดี ผู้ใหญ่ดูยิ่งดี หวังว่า ภาคใหม่นี้ก็จะเช่นกัน.

4 เมษา วันกำเนิดสองตำนาน

4 เมษายน เป็นวันเกิดของ ฮีธ เลดเจอร์ และ โรเบิร์ต ดาวนี่ย์ จูเนียร์

เกิดวันเดียวกัน เคยแย่งออสก้าร์กัน แต่ฮีธจบชีวิตลงหลังเล่นหนัง DC ส่วนโรเบิร์ตก็ชีวิตรุ่งโรจน์นับตั้งแต่เข้าจักรวาลMarvel แต่ที่เหมือนกันคือ ทั้งคู่คือตำนาน ฮีธ เลดเจอร์ กับ โรเบิร์ต ดาวนี่ย์ จูเนียร์ ต่างก็เคยร่วมงานกับ เจค กิลเลนฮาน ในหนัง Brokeback Mountain และ Zodiac ตามลำดับ

ดูหนัง HD

เดิมทีดาราที่จะมาประชันบทบาทกันใน Zodiac ของผู้กำกับฯ เดวิด ฟินเชอร์ คือ ฮีธ เลดเจอร์ กับ โรเบิร์ต ดาวนี่ย์ จูเนียร์ ซึ่งเกี่ยวโยงกันทางทฤษฎีวันเกิดและราศีตามที่ เดวิด ฟินเชอร์ ต้องการ เพราะเขาทั้งคู่เกิดวันเดียวกันคือ 4 เมษายน แต่เพราะ ฮีธ กำลังหลุดโลกไปกับบทโจ๊กเกอร์ใน The Dark Knight เขาจึงปฏิเสธบทใน Zodiac และเป็น เจค กิลเลนฮาน ผู้ที่เคยสร้างตำนานรักประตูหลังบรรลือโลกกับ ฮีธ มาแล้วใน Brokeback Mountain ที่เข้ามาเสียบในบทนี้แทน ดูหนัง HD เดวิด ฟินเชอร์ เคยทำหน้าที่โปรดิวเซอร์ให้หนัง Lords of Dogtown ที่ฮีธเคยแสดง และรูปกลางคือรูปถ่ายในงานการกุศลของ The ONE ซึ่งนอกจากจะเป็นงานการกุศลของเหล่าดาราและผู้กำกับฯมารวมตัวกันอย่างคับคั่งแล้ว มันคืออีเว้นท์หางานชั้นเลิศของเหล่าดาราอย่างแท้จริง ฮีธ เลดเจอร์ , โรเบิร์ต ดาวนี่ย์ จูเนียร์ และ อัง ลี ผู้กำกับฯหนัง Hulk ของ Marvel โรเบิร์ต ดาวนี่ย์ จูเนียร์ ซึ่งตอนนั้นกำลังหาทางกลับเข้าสู่วงการหลังจากที่ชีวิตดิ่งเหว เขาได้บท Iron man ของ Mavel สตูดิโอในเวลาต่อมา ฮีธ เลดเจอร์ ได้บท โจ๊กเกอร์ ใน The Dark Knight ในเวลาต่อมา  ฮีธ เลดเจอร์ ตายไปแล้ว แต่ยังกระชากออสก้าร์สาขาสมทบชายไปได้ในบทโจ๊กเกอร์จาก The Dark Knight  ซึ่งในปีเดียวกัน  โรเบิร์ต ดาวนี่ย์ จูเนียร์ ก็ได้เข้าชิงสมทบชายด้วยเช่นกันจาก Tropic thunder วันนี้ตอนเช้าผมไปเห็นโปสเตอร์หนังเรื่องหนึ่งที่กำลังจะเข้าโรงเกี่ยวกับโจ๊กเกอร์ บอกชื่อเลยละกันครับ The man who laughs ครับ ผมเลยนึกถึง ฮีธ เลดเจอร์ ตำนานโจ๊กเกอร์สุดยิ่งใหญ่ของเราครับ แต่ผมว่าหนังน่าจะคนละสไตร์ครับ เอาเป็นว่าเรามาพูดถึงฮีธ เลดเจอร์ ดีกว่า เค้าถือว่าเป็นนักแสดงที่เรียกว่าระดับตำนานนะผมว่า เพราะถ้าพูดถึงโจ๊กเกอร์หลายๆคนจะบอกว่า ให้ตายไปพร้อมกับ ฮีธ เลดเจอร์ เลยดีกว่า เหมือนไม่มีใครมาแทนที่และแสดงเป็นตัวโจ๊กเกอร์ได้ดีเท่าเค้าแล้ว โดยผู้อยู่เบื้องหลังหลายคนออกมายอมรับในตัวเค้าและพูดถึงการแสดงอันน่าทึ่งของเค้า “ผมมองหาใครสักคนที่ไม่กลัวที่จะแสดงมันออกมาในฐานะของนักแสดง” หนังถ่ายทอดสด Christopher Nolan ผู้กำกับของเรื่องเล่า ” แน่นอนเลยว่าเขาจะต้องเป็นคนที่มีความสามารถยอดเยี่ยมด้วย และเมื่อผมได้พบกับ Heath ผมก็รู้เลยว่าเขาไม่กลัวเลยที่จะรับบทบาทที่เป็นเหมือน สัญลักษณ์บทนี้ครับ”  Nolan กล่าวต่อว่า “Heath ไม่จำเป็นต้องทำอะไรที่เป็นพิเศษ เขาแค่เข้าไปในความคิดของความเป็น Joker มันเป็นการสร้างสรรค์แบบที่ผมคิดว่า มันจะต้อง น่ากลัวเอา มากๆครับ” ภาพยนตร์ตัวอย่างความยาว 6 เราจะได้เห็นในรูปลักษณ์ของ Joker

การแสดงสั้นๆของ Heath ไม่เพียงแต่หลักแหลมและลื่นไหลเท่านั้น แต่ผมว่ามันจับใจ และน่าติดตามทำให้เราอยากรู้เรื่องเขามากขึ้น แต่สิ่งนี้เกิดขึ้นก่อนการเสียชีวิตอย่างกะทันหันของเขาในวันที่ 22 มกราคม 2008

3 เรื่องนี้ ที่เกี่ยวโยงกันอย่างไร

แม้ในหนัง Future Cops บันล็อค ผู้ชายทะลุเวลา (1993)

จะมีตัวละครจากเกมส์ และ การ์ตูนมากมายมาโลดแล่นอยู่ในหนังสร้างความน่าตื่นตาตื่นใจให้เด็กๆยุคนั้นราวกับได้หลุดเข้าไปในโลกแห่งจินตนาการ ไม่ว่าจะเป็น สตรีท ไฟท์เตอร์ , ดราก้อนบอล , ซูเปอร์มาริโอ , แต่แท้จริงแล้วหนังเรื่องนี้มีเส้นเรื่องหลักๆเป็นการ์ตูนอย่าง โดราเอม่อน

ดูหนัง

โดยเน้นไปที่ตัวละคร “ต้าสง” ที่เป็นไอ้เด็กไม่เอาไหน โดนเพื่อนในโรงเรียนแกล้งตลอดเวลาไม่ต่างจากโนบิตะที่โดนไจแอ๊นท์ กับ ซูนิโอะ เล่นงานเอาบ่อยๆ แต่แล้วเหล่าตัวละครจากอนาคตก็ย้อนเวลามาตามหา “หยูทิสง” ซึ่งในอนาคตนั้นคนผู้นี้จะต้องเป็นผู้พิพากษาตัดสินให้ตัวร้ายอย่าง นายพลเวก้า ต้องจำคุก แต่ ดูหนัง เวก้า ได้ส่งมือสังหารย้อนเวลากลับไปฆ่า หยูทิสง วัยเด็ก ซึ่งก็ไม่รู้ว่าแม่งเป็นใครเหมือนกัน เพราะที่เห็นๆ อยู่ก็คือไอ้เด็กเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อนามว่า “ต้าสง” ร้อนถึงตำรวจอนาคตอย่าง บัลล็อค , กิล และ ดัลซิม ต้องย้อนเวลากลับไปปกป้อง หยูทิสง แต่หาไม่เจอ เจอแต่ไอ้เด็กขี้เปียกอย่าง ต้าสง เหล่าตำรวจอนาคตเลยต้องทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงสั่งสอนให้ ต้าสง เข้มแข็งขึ้น ก็คงจะคล้ายๆที่ โดราเอม่อน คอยช่วยเหลือ โนบิตะ นั่นแหละ เพราะ ต้าสง ก็คืออนาคตผู้พิพากษา หยูทิสง ผู้ชี้ชะตานายพลเวก้านั่นเอง ฟังๆดูมันแอบคล้าย The Terminator ของ เจมส์ คาเมรอน ด้วย ซึ่งผู้กำกับฯ หวังจิง แกก็เอามายำๆรวมกันมั่วไปหมดตามสไตล์นักทำหนังตลกอย่างแก แต่สนุกชิบหายวายป่วง ส่วนหนึ่งเพราะมันคือการรวมตัวของเหล่าดาราซูเปอร์สตาร์ของเกาะฮ่องกงในเวลานั้น ไม่ว่าจะเป็น หลิวเต๋อหัว ,จางเซียะโหย่ว ,เยิ่นต๊ะหัว ,เจิ้งอี้เจี้ยน, ซิ่วซู่เจิน , จางเหว่ยเจี้ยน , ฯลฯ แถมอีกคนคือ กัวฟู่เฉิง ที่มาโผล่ในหนังแว้บๆ(ในบทริว แห่งสตรีทไฟท์เตอร์)เพราะติดงานทัวร์คอนเสิร์ตจึงไม่สามารถมาเล่นเต็มๆได้ เราจึงไม่ได้เห็น ริว ย้อนเวลากลับไปกับคนอื่นๆ เป็นระดับปรากฏการณ์ที่ถล่มทลายเกาะฮ่องกงมาก พูดถึงเส้นเรื่องนั้น หวังจิง บอกว่าเขายึดเอา โดราเอม่อน เป็นหลักในการสร้างหนังเรื่องนี้ ยุคนั้นเป็นยุคแห่งเกมส์ตู้ที่เด็กๆทั่วโลกคลั่งไคล้ และเขามีแนวคิดที่จะสร้างหนังให้เด็กๆดู โดยที่ผู้ใหญ่เองก็ดูสนุกไปด้วย จึงจับนั่นโยงนี่จนออกมาเป็น Future Cops ซึ่งเอาเข้าจริงๆไอ้ที่ เจมส์ คาเมร่อน แกบอกว่าแกฝันเห็นพล็อตหนังThe Terminator ภาคแรกแล้วเอามาทำเป็นหนังนั้นมันก็อาจจะโม้ทั้งเพ เพราะ The Terminator นี่ก็ยังล้าหลังการ์ตูนอย่างโดราเอม่อนอยู่ดี เส้นเรื่องจะคล้ายๆกัน แต่ โปรแกรมหนัง โดราเอม่อนเกิดก่อน มันจึงน่าจะเป็นเรื่องต้นแบบที่ เจมส์ คาเมรอน แอบจิ๊กพล็อตมาแล้วทำเป็นบอกว่าฝันเห็นและคิดพล็อตขึ้นมาเองก็เป็นได้ ความจริง เจมส์ คาเมรอน แกก็น่าจะเป็นแฟนการ์ตูน โดราเอม่อน ของอาจารย์ ฟูจิโกะ ฟูจิโอะ อย่างไม่ต้องสงสัย เพราะการย้อนเวลามาปกป้องเด็กเกเรอย่าง จอห์น คอนเนอร์ มันอดที่จะทำให้นึกถึง โนบิตะ ไม่ได้ เพียงแค่เปลี่ยนจากเด็กไม่เอาไหนอย่างที่โนบิตะเป็น มาให้ จอห์น คอนเนอร์ เป็นเด็กเกเรที่ในอนาคตจะต้องเป็นผู้นำในการต่อกรกับสกายเน็ต ส่วนโนบิตะนั้นอนาคตเขา

ก็จะไม่ใช่คนไม่เอาไหนเหมือนตอนเด็กๆเพราะได้ โดราเอม่อน ย้อนเวลามาเพื่อเป็นทั้งเพื่อน เป็นทั้งผู้ปกป้อง มันก็พูดได้ไม่เต็มปากว่าใครลอกใคร แต่ที่แน่ๆ โดราเอม่อน เกิดก่อน คนเหล็ก Terminator แน่นอน

Warrior 2019 (ซีรี่ส์แนะนำ)

อย่าได้พลาดความมันส์ เท่ สุดเข้มข้น ผู้กำกับ Fast กับงานสไตล์ บรูซ ลี

แทบไม่มีใครพูดถึงในบ้านเรา แต่บอกเลยว่าสำหรับคอหนังบู๊ที่มี HBO GO ในมือ อย่าได้ปล่อยหลุดมือไปเชียว เรื่องนี้เอาแค่บอกว่าเป็นงานสร้างของ จัสติน ลิน ผู้กำกับ fast เท่านี้ก็การันตีอะไรๆได้แล้วว่าเดือดแน่นอน อันนี้เป็นพล็อตเรื่องที่ บรูซ ลี เขียนไว้ก่อนตายแล้วไม่มีโอกาสได้สร้าง

ดูหนัง

แชนนอน ลี ลูกสาวแกขุดเจอเลยเอามาจับมือกับ จัสติน ลิน สร้างในโปรดักชั่นของฝรั่ง น่าตลกคือไม่มีดาราจีนแท้ๆแสดงซักคน ส่วนใหญ่จะเป็นคนเอเชียที่ดูคล้ายคนจีน แต่ในซีรี่ส์แม่งเป็นเรื่องราวของคนจีน แก๊งจีนที่ไปแผ่ขยายอิทธิพลในอเมริกา เป็นเรื่องราวของพระเอกไปตามหาผู้หญิงคนหนึ่งที่ซานฟรานซิสโก ดูหนัง อเมริกา แล้วแม่งเสือกเป็นมวย มันก็สร้างชื่อในไชน่าทาวน์ จากลูกกะจ๊อกไต่เต้าขึ้นไปเรื่อยๆ ต้องสู้กับแก๊งคนจีนด้วยกัน สู้กับไอ้กันเหยียดผิว สู้กับทางการอเมริกา คือแม่งลึกไปมากกว่าหนังบรูซ ลี ยุคก่อนที่เอะอะก็กดขี่คนจีน เอะอะก็ชาตินิยม อันนี้มีเรื่องการเมืองภายใจที่เจาะลึกมากขึ้น และไม่ได้โอ๋พวกคนจีนเสมอไป  ของดีเลยนะเพราะคิวบู๊สะใจมาก บทก็แข็งแรงกว่าหนังเก่าๆของ บรูซ ลี หลายเท่า แล้วหนังจัสติน ลิน นี่มันแจ่มตรงที่แคสนักแสดงหญิงได้เด็ดดวงขึ้นกล้องมากทั้งฝรั่งทั้งเอเชีย คือใจกล้า ถอดเป็นถอด เห็นนมเห็นจิ๋มกันโทงๆทั้งฝรั่งทั้งจีน  อ้อ… อีกอย่างคือเรื่องนี้มีขาบู๊อินโดอย่าง โจ ทาสลิม มาบู๊ด้วย ส่วนพระเอกแอนดรูว์ โคจิ นี่ไปไกลมาก หลายปีก่อนยังมาเล่นหนังไทยในบทสมทบ Fighting Beat อก3ศอก2กำปั้น อยู่เลย แกสวมวิญญาณแทนบรูซ ลี ได้อาจไม่กวนตีนเท่า แต่อันนี้คือเน้นหล่อเท่ เดินเฉยๆกูเป็นผู้ชายยังกรี๊ดแตก นี่ดูไปสาม ep. แล้ว ชอบเหี้ยๆ เรื่องย่อ: ย้อนไปในยุค 1800 ที่ตัวเอกได้อพยพจากจีนเข้ามาที่ San Francisco และได้เข้าไปพัวพันกับสงครามแก๊งต่างๆ ใน Chinatown Warrior น่าจะเป็นซีรี่ส์ Action อีกเรื่องที่ดุเดือดเลือดพล่าน เว็บดูหนัง เอาใจคอซีรี่ส์สายบู๊ไม่น้อย จากทีมผู้สร้าง Banshee และไอเดียของ Bruce Lee ก่อนล่วงลับที่คิดพล็อตขึ้นมา เป็นแนว Action แก๊งสเตอร์ จากประวัติศาสตร์ใน Chinatown กรุงซานฟราน ซีรี่ส์ชุดนี้เป็นของ Cinemax ในมือ HBO มีจุดเด่นคล้ายๆ Banshee คือ ความโหดดิบ แอคชั่น มันส์ เนื้อเรื่องกระชับซัดกันเละ น่าเสียดายของดีในมือ AIS HBO ที่ไม่ได้ทำการโปรโมทเรื่องนี้

แล้วจัสติน ลิน แกหนีบเอา เจสัน โทบิน ที่เคยเล่น Fast 3 (เป็นเพื่อนญี่ปุ่นพระเอก) มามีบทเด่นในเรื่องนี้ด้วย ชอบบทแกมาก ซัพพอร์ตพระเอกได้มันส์สัส แล้วแกกลับมาใน Fast 9 ด้วยนะ แต่หนังเสือกเลื่อนไปปีหน้ายาวๆเลย

The Platform (Netflix)

ใดๆในบทความต่อไปนี้เป็นเพียงการตีความส่วนตัว อาจมีผิดเพี้ยนจากที่หนังจะสื่อก็ไม่แปลก

มันคือหนังที่เรียกได้ว่านำเสนอความโหดร้ายของระบบห่วงโซ่อาหาร แล้วเหมือนจะบอกให้เราเข้าใจพร้อมๆกับการยอมรับ อยู่กับมันให้ได้ เป็นภาวะจำยอมที่มึงจะหลีกเลี่ยงมันไม่ได้หรอกในสังคมนี้ สักวันหนึ่งมึงก็อาจต้องตามน้ำไปกับเขาถ้าอยากรอด แต่ถือเป็นหนังไฮคอนเซ็ปต์ที่ค่อนข้างสนุกอย่างร้ายกาจ 

หนัง HD

ดูแล้วแทบจะเลิกแดกก้อยดิบ สเต๊กมีเดี้ยมแรร์ ไปตลอดชีวิต  คุกแนวตั้งในหนังเป็นสัญลักษณ์ของชนชั้นชัดเจน แทบไม่ต้องตีความใดๆให้เมื่อยสมอง ก่อนมึงติดคุกเขาให้เอาอะไรก็ได้เข้าไปหนึ่งอย่าง แน่นอนว่าสิ่งที่นำเข้าไปนั้นมึงต้องเลือกระหว่างสิ่งที่มึง “ศรัทธา” กับสิ่งที่ “ทำให้มึงรอด” คนส่วนใหญ่เลือกอย่างหลัง แต่หลายคนโลกสวยเลือกอย่างแรก คือมันผิดเพี้ยนตั้งแต่มึงโลกสวยเลือกเอาหนังสือเข้าไปในคุกแล้วล่ะ หนัง HD ในขณะที่คนบางคนเลือกอาวุธ เอาแค่นี้ก็น่าจะพอเข้าใจในสิ่งที่หนังจะสื่อ หนังใส่ตัวละครเชิงสัญลักษณ์เข้ามาให้ได้ตีความกันมันส์หยด ตาแก่ที่อยู่มาก่อนนั่นน่ะถ้าให้เปรียบเป็นใครซักคน กูมองว่าแม่งคือกำนันคนดังผู้พากองทัพนกหวีดเข้ายึดเมืองเมื่อหลายปีก่อนในบ้านเรา จนชิบหายกันหมดในทุกวันนี้ ไอ้แก่นี่มันช่ำชอง มันมีเทคนิคเป่าหูหลอกให้รักและศรัทธาในตัวมัน ก่อนที่มันจะทำบางอย่างที่ชั่วร้าย แม้กระทั่งมันได้ตายโหงไปแล้วก็ตาม แนวคิดของมันยังคงวนเวียนหลอกหลอนผู้หลงผิดอยู่ ส่วนพระเอกนี่เหมือนนักการเมืองหนุ่มคนนั้น ผู้ที่แค่มีหนังสือข้างๆตัวเขา เติมความรู้ให้ตนเองก็เพียงพอแล้ว ทว่ายิ่งอ่าน ยิ่งได้เห็นกลไกต่างๆในสังคม เขานิ่งนอนใจไม่ได้ตามประสาบัณฑิต จนกลายเป็นเขาพยายามจะเปลี่ยนแปลงระบบโดยใช้สิ่งที่เขาศรัทธานั่นคือหลักประชาธิปไตย แนวคิดของพระเอกส่วนหนึ่งได้จากคำแนะแนวของตัวละครที่มาในคราบหญิงกึ่งชาย ดูแล้วทำให้นึกถึงอดีตนายกหน้าเหลี่ยมกับน้องสาวของมันในคนๆเดียวกัน การพยายามจัดสรรระบบของกะเทยผู้รักหมาอาจไม่ถูกใจคนในชนชั้นที่มีโอกาสแดกอาหารได้เยอะกว่านี้สักเท่าไหร่ เธอเองก็มีแผลเต็มตัวพอสมควร แต่ก็ยังอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน ท้ายสุดเธอพลีชีพให้ตัวละครพระเอกได้ไปต่อ ชายผิวสีผู้มีศรัทธาที่มาร่วมปฏิบัติการกับพระเอกนั้นเปรียบได้กับไพร่ผู้ตาสว่าง เขาอาจดูหัวอ่อนค่อนไปทางโง่ แต่เขาพร้อมที่จะเอนเอียงและสู้ตายได้เสมอหากได้เจอคนที่นำพาเขาได้ เอาจริงๆชายผิวสีคนนี้แหละคือปุถุชนคนทั่วไปอย่างเราๆนี่แหละ ไม่ว่าจะควายแดง หรือ สลิ่ม ก็ตาม ส่วนตัวแล้วชอบตัวละครนี้เอามากๆ ดูแล้วนึกย้อนถึงตัวเอง สมัยก่อนก็เคยมีศรัทธากับอะไรบางอย่าง แต่พอตาสว่างเท่านั้นแหละ ตายเป็นตาย หญิงท่าทางเสียสตินั้นเอาจริงๆเธอเป็นตัวละครที่แทบไม่แคร์ชนชั้นไหนเลย เพราะไปโผล่ชั้นไหนได้วุ่นวายไปทุกชั้น เธอมีชีวิตรอดไปวันๆแต่ลึกๆแล้วเธอเองก็มีเป้าหมายในชีวิตของเธออยู่เช่นกันคือตามหาและปกป้องคนที่เธอรัก ส่วนตัวมองว่าถ้าจะเปรียบตัวละครตัวนี้ เธอเป็นสัญลักษณ์ของกฏหมายและบทลงโทษ ซึ่งสามารถลงดาบได้กับคนทุกชนชั้น มีบ้างที่ผู้คนจะมองว่ากฏหมายมันบ้าๆบอๆไม่อยู่กับร่องกับรอย ดูหนังผ่านเน็ต เปลี่ยนแปลงไปเรื่อย แต่จริงๆแล้วเธอมีเป้าหมายชัดเจน ในหนังไม่ได้มีฉากไหนที่ทำให้เห็นว่าเธอเคยขึ้นไปป่วนชนที่อยู่ชั้นสูงๆเลย นั่นอาจเป็นเพราะกฏหมายไม่สามารถไปถึงคนพวกนั้นได้ ส่วนตัวละครสุดท้ายที่เป็นเด็กใสซื่อบริสุทธิ์ อาจเปรียบได้เป็นคนยุคใหม่ที่รอให้มีผู้เปลี่ยนแปลงแล้วชี้นำทางพวกเขาไป จริงๆปันนาคอสต้า ขนมหวานที่พระเอกเอาให้เธอกินนั้นอาจเป็นการส่งต่ออุดมการณ์จากรุ่นสู่รุ่น เราไม่รู้ว่าเติบโตไปเด็กน้อยจะสวาปามหรือแบ่งของให้คนอื่นแดกหรือไม่ ทุกคนไม่มีใครรู้เลยจริงๆว่าสังคมมันจะเปลี่ยนได้ไหม

ซึ่งบางคนบอกหนังตัดจบไปแบบงงๆ แต่โดยส่วนตัวคิดว่านี่คือฉากจบอันทรงพลัง เพราะเอาเข้าจริงๆไม่มีใครรู้เลยว่าอีเด็กนี่จะโตไปอยู่ในวังวนเดิม หรือจะไปเปลี่ยนแปลงอะไรต่อมิอะไรได้หรือเปล่า ไม่รู้เลยจริงๆ

ฮาวทูทิ้ง ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ

ทีแรกดีใจนึกว่า GDH หันมาตามกระแสไทบ้านทำหนังอีสาน กูเห็นมีซันนี่ มีเป้ อารักษ์ นำแสดง หนังชื่อเรื่อง”เฮาถูกทิ้ง”

กูคิดในใจ มันจะไปรอดเหรอวะไม่มีคนอีสานแสดงซักคน ก็เลยไม่ได้สนใจใจดูตอนมันเข้าโรง เพื่อนกูก็ถามว่ามึงดูยัง เฮาถูกทิ้ง เฮาถูกทิ้ง อีหยังของมันวะ แต่พอได้ดูจาก Netflix เพราะกระแสตอนลงสตรีมค่อนข้างแรง หนังไม่ใช่หนังอีสานไทบ้านม่วนกุ๊บแต่อย่างใด เป็นการเอาการเก็บของเก่าในบ้านทิ้ง

หนัง HD

มาโยงเข้ากับชีวิตนางเอกที่แสดงโดยเป้ อารักษ์ ที่เล่นเป็นผู้หญิงได้ดีชิบหาย ทั้งท่าทางน้ำเสียงเหมือนผู้หญิงแท้ๆมากกว่าผู้หญิงจริงๆอีก แต่ค่อนข้างชอบหนังอยู่พอสมควร มันตั้งคำถามให้เรารู้ว่าพารากราฟข้างบนนั่นกูจะเขียนเพื่อ? แต่ช่างแม่งเหอะมึงยังไม่ชินกันอีกเหรอ กูว่าพวกมึงคงรักกูกันนั่นแหละไม่งั้นคงมูฟออนไปตามเพจอื่นโดยไม่หันมามองกันแล้ว นั่นเพราะว่ามึงสปาร์คจอยเพจกูกันชิมิ เพจมินิมอลแบบกูนี่ก็เหมือน หนัง HD เดินทางสายกลางละทุกสิ่งอย่างปล่อยสบายๆเขียนเหี้ยอะไรก็ได้ไม่ต้องมีกะเกณฑ์อะไรมากมายแบบมินิมอลแบบพุทธๆนั่นแหละ ห๊ะ!? อะไรนะ พารากราฟที่สองก็ไร้สาระพอๆกับพารากราฟแรกเหรอ งั้นเอาใหม่ๆพารากราฟต่อไปจะเข้าเรื่องหนังจริงๆแล้ว จริงๆกูชอบงานกำกับของเต๋อมากนะ ชอบมาตั้งแต่เพลงยิ่งสูงยิ่งหนาวแล้ว ถุย!! เอาใหม่ๆ เต๋อเนี่ยกูดูหนังของแกมาตั้งแต่ยังไม่ดังโน้น เนียกได้ว่าตามงานกันเป็นแฟนเดนตายมาตั้งแต่ กวน มึน โฮ แล้ว อีเหี้ย!! นั่นมันคนละเต๋อ สรุปคือถึงตรงนี้พารากราฟที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ก็ยังหาสาระไม่ได้อีกอยู่ดี งั้นกูขอสปอยล์แม่งเลยละกันในพารากราฟต่อไป เพราะกูก็ยังงงๆอยู่ว่าสรุปกูชอบไม่ชอบหนังเรื่องนี้ของเต๋อ ใครยังไม่ได้ดูมึงหยุดอ่านซะตั้งแต่ตรงนี้เลย เมื่อประมวลผลในหัวแล้ว กูว่ากูอินกับเรื่องนี้พอสมควร ตลกร้ายและเจ็บปวดสัสหมากับการทิ้งทั้งของทั้งคน โดยที่หนังมันพยายามยื้อยุดกันไว้ระหว่างพวกเห็นด้วยกับการทิ้งของ กับ พวกที่ไม่เห็นด้วยในการทิ้งของดีๆในบ้านของนางเอกที่รับบทโดยเป้ อารักษ์(ยังอีก) หนังสร้างความร้าวระหว่างคนดูกับนางเอก คือกูหงุดหงิดสัสกับการเป็นคนไม่ใยดีไม่แยแสความทรงจำของใครต่อใครแม้แต่ตัวเอง ในขณะที่กูกำลังตั้งคำถามว่ามึงทิ้งทำเหี้ยไร เอาไปขายสิขาย อีห่า!! แล้วสุดท้ายมึงก็ขายจริงๆ แต่มึงขายของเก่าในบ้านได้แสนห้า!!! คือตอนแม่มันไปทุบประตูด่าลูกนี่กูว่าไม่น่าใช่แค่เพราะลูกขายเปียโนทิ้งหรอก แสนห้านี่คือรวมที่มึงแอบขายสร้อยทอง แหวนทอง  ของแม่มันที่เก็บสะสมไว้ด้วยแล้วล่ะ คือถ้าขายซากอารยธรรมอย่างโต๊ะตู้ ซีดีเก่า ได้แสนห้านี่กูว่าช่วงโควิดระบาด ใครได้ดูเรื่องนี้แล้วไปทำตาม ถ้าได้ไม่ถึงแสนห้าก็ไปด่าเต๋อ นวพล กันเอาเองเด้อ จริงๆชอบหนังพอสมควร ถ้าไม่ติดว่ามีบางความไม่สมเหตุสมผลรบกวนจิตใจ และเต๋อแกเซ็ตให้ดีอย่างระแวดระวังบ้าง มันจะเป็นหนังที่ดีกว่านี้เยอะ ไม่ใช่ไปสนับสนุนการแอบถ่าย เว็บสตรีมหนัง งานคนอื่นในหนังสือแบบนั้น เพราะหนังสือแพงๆในร้านหนังสือไทยมันห่อพลาสติกโว้ย!! จะถ่ายมึงต้องแอบแกะ นางเอกรวยสัสๆขนาดนั้นทำไมไม่ซื้อเอาวะ อีกอย่างคือมึงจะทิ้งของทุกอย่างลงถุงดำไม่ได้!! เพราะถุงดำบ้านนี้เมืองนี้มันบางพอๆกับยื่อพรหมจรรย์ คือขนาดใส่เสื้อผ้ามึงยังขาดเลย ซ้อนไปสี่ชั้นแม่งยังทะลุ ถ้าตัดเอาความ อิหยังวะ why? ออกไป แล้วแหกเอาเนื้อหนังตรงครอบครัว ตรงความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน

ระหว่างอดีตแฟน ระหว่างแฟนใหม่ของแฟนเน้นๆ มันคือหนังที่เจ็บปวดใช้ได้ เจ็บปวดพอๆกับที่หลงอ่านบทความไร้สาระสามบาทห้าบาทในพารากราฟแรกๆของเพจเหี้ยไรซักเพจเนี่ยแหละ

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น